๒. สูกรโปติกาวตฺถุ

ยถาปิ มูเลติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต คูถสูกรโปติกํ อารพฺภ กเถสิ.

เอกสฺมึ กิร สมเย สตฺถา ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต เอกํ สูกรโปติกํ ทิสฺวา สิตํ ปาตฺวากาสิ. ตสฺส สิตํ กโรนฺตสฺส มุขวิวรนิคฺคตํ ทนฺโตภาสมณฺฑลํ ทิสฺวา อานนฺทตฺเถโร ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ สิตสฺส ปาตุกมฺมายา’’ติ สิตการณํ ปุจฺฉิ. อถ นํ สตฺถา อาห – ‘‘ปสฺสเสตํ, อานนฺท, สูกรโปติก’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. เอสา กกุสนฺธสฺส ภควโต สาสเน เอกาย อาสนสาลาย สามนฺตา กุกฺกุฏี อโหสิ. สา เอกสฺส โยคาวจรสฺส วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ สชฺฌายนฺตสฺส ธมฺมโฆสํ สุตฺวา ตโต จุตา ราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อุพฺพรี นาม ราชธีตา อโหสิ. สา อปรภาเค สรีรวลญฺชฏฺฐานํ ปวิฏฺฐา ปุฬวกราสึ ทิสฺวา ตตฺถ ปุฬวกสญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา ปฐมํ ฌานํ ปฏิลภิ. สา ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จุตา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ. ตโต จวิตฺวา ปุน คติวเสน อาลุลมานา อิทานิ สูกรโยนิยํ นิพฺพตฺติ, อิทํ การณํ ทิสฺวา มยา สิตํ ปาตุกตนฺติ. ตํ สุตฺวา อานนฺทตฺเถรปฺปมุขา ภิกฺขู มหนฺตํ สํเวคํ ปฏิลภึสุ. สตฺถา เตสํ สํเวคํ อุปฺปาเทตฺวา ภวตณฺหาย อาทีนวํ ปกาเสนฺโต อนฺตรวีถิยํ ฐิตโกว อิมา คาถา อภาสิ –

๓๓๘. ‘‘ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทเฬฺห,

ฉินฺโนปิ รุกฺโข ปุนเรว รูหติ;

เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต,

นิพฺพตฺตตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ.

๓๓๙. ‘‘ยสฺส ฉตฺตึสติ โสตา, มนาปสวนา ภุสา;

มหาวหนฺติ ทุทฺทิฏฺฐึ, สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา.

๓๔๐. ‘‘สวนฺติ สพฺพธิ โสตา, ลตา อุปฺปชฺช ติฏฺฐติ;

ตญฺจ ทิสฺวา ลตํ ชาตํ, มูลํ ปญฺญาย ฉินฺทถ.

๓๔๑. ‘‘สริตานิ สิเนหิตานิ จ,

โสมนสฺสานิ โหนฺติ ชนฺตุโน;

เต สาตสิตา สุเขสิโน,

เต เว ชาติชรูปคา นรา.

๓๔๒. ‘‘ตสิณาย ปุรกฺขตา ปชา,

ปริสปฺปนฺติ สโสว พนฺธิโต;

สํโยชนสงฺคสตฺตกา,

ทุกฺขมุเปนฺติ ปุนปฺปุนํ จิราย.

๓๔๓. ‘‘ตสิณาย ปุรกฺขตา ปชา,

ปริสปฺปนฺติ สโสว พนฺธิโต;

ตสฺมา ตสิณํ วิโนทเย,

อากงฺขนฺต วิราคมตฺตโน’’ติ.

ตตฺถ มูเลติ ยสฺส รุกฺขสฺส จตูสุ ทิสาสุ จตุธา เหฏฺฐา จ อุชุกเมว คเต ปญฺจวิธมูเล เฉทนผาลนปาจนวิชฺฌนาทีนํ เกนจิ อุปทฺทเวน อนุปทฺทเว ถิรปตฺตตาย ทเฬฺห โส รุกฺโข อุปริจฺฉินฺโนปิ สาขานํ วเสน ปุนเทว รูหติ, เอวเมว ฉทฺวาริกาย ตณฺหาย อนุสเย อรหตฺตมคฺคญาเณน อนุหเต อสมุจฺฉินฺเน ตสฺมึ ตสฺมึ ภเว ชาติอาทิเภทํ อิทํ ทุกฺขํ ปุนปฺปุนํ นิพฺพตฺตติเยวาติ อตฺโถ.

ยสฺสาติ ยสฺส ปุคฺคลสฺส ‘‘อิติ อชฺฌตฺติกสฺสูปาทาย อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ พาหิรสฺสูปาทาย อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานี’’ติ อิเมสํ ตณฺหาวิจริตานํ วเสน ฉตฺตึสติยา โสเตหิ สมนฺนาคตา มนาเปสุ รูปาทีสุ อาสวติ ปวตฺตตีติ มนาปสวนา ตณฺหา ภุสา พลวตี โหติ, ตํ ปุคฺคลํ วิปนฺนญาณตาย ทุทฺทิฏฺฐึ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต มหนฺตภาเวน มหา หุตฺวา ฌานํ วา วิปสฺสนํ วา อนิสฺสาย ราคนิสฺสิตา สงฺกปฺปา วหนฺตีติ อตฺโถ.

สวนฺติ สพฺพธิ โสตาติ อิเม ตณฺหาโสตา จกฺขุทฺวาราทีนํ วเสน สพฺเพสุ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ สวนโต, สพฺพาปิ รูปตณฺหา…เป… ธมฺมตณฺหาติ สพฺพภเวสุ วา สวนโต สพฺพธิ สวนฺติ นาม. ลตาติ ปลิเวฐนฏฺเฐน สํสิพฺพนฏฺเฐน จ ลตา วิยาติ ลตา. อุปฺปชฺช ติฏฺฐตีติ ฉหิ ทฺวาเรหิ อุปฺปชฺชิตฺวา รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ ติฏฺฐติ. ตญฺจ ทิสฺวาติ ตํ ปน ตณฺหาลตํ ‘‘เอตฺเถสา ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชตี’’ติ ชาตฏฺฐานวเสน ทิสฺวา. ปญฺญายาติ สตฺเถน วเน ชาตํ ลตํ วิย มคฺคปญฺญาย มูเล ฉินฺทถาติ อตฺโถ.

สริตานีติ อนุสฏานิ ปยาตานิ. สิเนหิตานีติ จีวราทีสุ ปวตฺตสิเนหวเสน สิเนหิตานิ จ, ตณฺหาสิเนหมกฺขิตานีติ อตฺโถ. โสมนสฺสานีติ ตณฺหาวสิกสฺส ชนฺตุโน เอวรูปานิ โสมนสฺสานิ ภวนฺติ. เต สาตสิตาติ เต ตณฺหาวสิกา ปุคฺคลา สาตนิสฺสิตา สุขนิสฺสิตา จ หุตฺวา สุเขสิโน สุขปริเยสิโน ภวนฺติ. เต เวติ เย เอวรูปา นรา, เต ชาติชราพฺยาธิมรณานิ อุปคจฺฉนฺติเยวาติ ชาติชรูปคา นาม โหนฺติ. ปชาติ อิเม สตฺตา ตาสกรเณน ตสิณาติ สงฺขฺยํ คตาย ตณฺหาย ปุรกฺขตา ปริวาริตา หุตฺวา.

พนฺธิโตติ ลุทฺเทน อรญฺเญ พทฺโธ สโส วิย ปริสปฺปนฺติ ภายนฺติ. สํโยชนสงฺคสตฺตกาติ ทสวิเธน สํโยชนสงฺเคน เจว สตฺตวิเธน ราคสงฺคาทินา จ สตฺตา พทฺธา ตสฺมึ วา ลคฺคา หุตฺวา. จิรายาติ จิรํ ทีฆมทฺธานํ ปุนปฺปุนํ ชาติอาทิกํ ทุกฺขํ อุปคจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. ตสฺมาติ ยสฺมา ตสิณาย ปุรกฺขตา ปลิเวฐิตา สตฺตา, ตสฺมา อตฺตโน วิราคํ ราคาทิวิคมํ นิพฺพานํ ปตฺเถนฺโต อากงฺกมาโน ภิกฺขุ อรหตฺตมคฺเคเนตํ ตสิณํ วิโนทเย ปนุทิตฺวา นีหริตฺวา ฉฑฺเฑยฺยาติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสุ.

สาปิ โข สูกรโปติกา ตโต จวิตฺวา สุวณฺณภูมิยํ ราชกุเล นิพฺพตฺติ, ตโต จุตา พาราณสิยํ, ตโต จุตา สุปฺปารกปฏฺฏเน อสฺสวาณิชเคเห นิพฺพตฺติ, ตโต จุตา กาวีรปฏฺฏเน นาวิกสฺส เคเห นิพฺพตฺติ, ตโต จุตา อนุราธปุเร อิสฺสรกุลเคเห นิพฺพตฺติ, ตโต จุตา ตสฺเสว ทกฺขิณทิสาย โภกฺกนฺตคาเม สุมนสฺส นาม กุฏุมฺพิกสฺส ธีตา นาเมน สุมนา เอว หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อถสฺสา ปิตา ตสฺมึ คาเม ฉฑฺฑิเต ทีฆวาปิรฏฺฐํ คนฺตฺวา มหามุนิคาเม นาม วสิ. ตตฺถ นํ ทุฏฺฐคามณิรญฺโญ อมจฺโจ ลกุณฺฑกอติมฺพโร นาม เกนจิเทว กรณีเยน คโต ทิสฺวา มหนฺตํ มงฺคลํ กตฺวา อาทาย มหาปุณฺณคามํ คโต. อถ นํ โกฏิปพฺพตมหาวิหารวาสี มหาอนุรุทฺธตฺเถโร นาม ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวา ตสฺสา เคหทฺวาเร ฐิโต ทิสฺวา ภิกฺขูหิ สทฺธึ กเถสิ, ‘‘อาวุโส, สูกรโปติกา นาม ลกุณฺฑกอติมฺพรมหามตฺตสฺส ภริยภาวํ ปตฺตา, อโห อจฺฉริย’’นฺติ. สา ตํ กถํ สุตฺวา อตีตภเว อุคฺฆาเฏตฺวา ชาติสฺสรญาณํ ปฏิลภิ. ตงฺขณญฺเญว อุปฺปนฺนสํเวคา สามิกํ ยาจิตฺวา มหนฺเตน อิสฺสริเยน ปญฺจพลกตฺเถรีนํ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ติสฺสมหาวิหาเร มหาสติปฏฺฐานสุตฺตกถํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ปจฺฉา ทมิฬมทฺทเน กเต ญาตีนํ วสนฏฺฐานํ โภกฺกนฺตคามเมว คนฺตฺวา ตตฺถ วสนฺตี กลฺลมหาวิหาเร อาสีวิโสปมสุตฺตนฺตํ สุตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.

สา ปรินิพฺพานทิวเส ภิกฺขุภิกฺขุนีหิ ปุจฺฉิตา ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส สพฺพํ อิมํ ปวตฺตึ นิรนฺตรํ กเถตฺวา สนฺนิปติตสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มชฺเฌ มณฺฑลารามวาสินา ธมฺมปทภาณกมหาติสฺสตฺเถเรน สทฺธึ สํสนฺทิตฺวา ‘‘อหํ ปุพฺเพ มนุสฺสโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุตา กุกฺกุฏี หุตฺวา ตตฺถ เสนสฺส สนฺติกา สีสจฺเฉทํ ปตฺวา ราชคเห นิพฺพตฺตา, ปริพฺพาชิกาสุ ปพฺพชิตฺวา ปฐมชฺฌานภูมิยํ นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุตา เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺตา นจิรสฺเสว จวิตฺวา สูกรโยนึ คนฺตฺวา ตโต จุตา สุวณฺณภูมึ, ตโต จุตา พาราณสึ, ตโต จุตา สุปฺปารกปฏฺฏนํ, ตโต จุตา กาวีรปฏฺฏนํ, ตโต จุตา อนุราธปุรํ, ตโต จุตา โภกฺกนฺตคาม’’นฺติ เอวํ สมวิสเม เตรส อตฺตภาเว ปตฺวา ‘‘อิทานิ อุกฺกณฺฐิตฺวา ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตา, สพฺเพปิ อปฺปมาเทน สมฺปาเทถา’’ติ วตฺวา จตสฺโส ปริสา สํเวเชตฺวา ปรินิพฺพายีติ.

สูกรโปติกาวตฺถุ ทุติยํ.