๔. เขมกเสฏฺฐิปุตฺตวตฺถุ

จตฺตาริ ฐานานีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อนาถปิณฺฑิกสฺส ภาคิเนยฺยํ เขมกํ นาม เสฏฺฐิปุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร อภิรูโป อโหสิ, เยภุยฺเยน อิตฺถิโย ตํ ทิสฺวา ราคาภิภูตา สกภาเวน สณฺฐาตุํ นาสกฺขึสุ. โสปิ ปรทารกมฺมาภิรโตว อโหสิ. อถ นํ รตฺตึ ราชปุริสา คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. ราชา มหาเสฏฺฐิสฺส ลชฺชามีติ ตํ กิญฺจิ อวตฺวา วิสฺสชฺชาเปสิ. โส ปน เนว วิรมิ. อถ นํ ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ ราชปุริสา คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. ราชา วิสฺสชฺชาเปสิเยว. มหาเสฏฺฐิ, ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ตํ อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิมสฺส ธมฺมํ เทเสถา’’ติ อาห. สตฺถา ตสฺส สํเวคกถํ วตฺวา ปรทารเสวนาย โทสํ ทสฺเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –

๓๐๙. ‘‘จตฺตาริ ฐานานิ นโร ปมตฺโต,

อาปชฺชติ ปรทารูปเสวี;

อปุญฺญลาภํ น นิกามเสยฺยํ,

นินฺทํ ตตียํ นิรยํ จตุตฺถํ.

๓๑๐. ‘‘อปุญฺญลาโภ จ คตี จ ปาปิกา,

ภีตสฺส ภีตาย รตี จ โถกิกา;

ราชา จ ทณฺฑํ ครุกํ ปเณติ,

ตสฺมา นโร ปรทารํ น เสเว’’ติ.

ตตฺถ ฐานานีติ ทุกฺขการณานิ. ปมตฺโตติ สติโวสฺสคฺเคน สมนฺนาคโต. อาปชฺชตีติ ปาปุณาติ. ปรทารูปเสวีติ ปรทารํ อุปเสวนฺโต อุปฺปถจารี. อปุญฺญลาภนฺติ อกุสลลาภํ. น นิกามเสยฺยนฺติ ยถา อิจฺฉติ, เอวํ เสยฺยํ อลภิตฺวา อนิจฺฉิตํ ปริตฺตกเมว กาลํ เสยฺยํ ลภติ. อปุญฺญลาโภ จาติ เอวํ ตสฺส อยญฺจ อปุญฺญลาโภ, เตน จ อปุญฺเญน นิรยสงฺขาตา ปาปิกา คติ โหติ. รตี จ โถกิกาติ ยา ตสฺส ภีตสฺส ภีตาย อิตฺถิยา สทฺธึ รติ, สาปิ โถกิกา ปริตฺตา โหติ. ครุกนฺติ ราชา จ หตฺถจฺเฉทาทิวเสน ครุกํ ทณฺฑํ ปเณติ. ตสฺมาติ ยสฺมา ปรทารํ เสวนฺโต เอตานิ อปุญฺญาทีนิ ปาปุณาติ, ตสฺมา ปรทารํ น เสเวยฺยาติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน เขมโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตโต ปฏฺฐาย มหาชโน สุขํ วีตินาเมสิ. กึ ปนสฺส ปุพฺพกมฺมนฺติ? โส กิร กสฺสปพุทฺธกาเล อุตฺตมมลฺโล หุตฺวา เทฺว สุวณฺณปฏากา ทสพลสฺส กญฺจนถูเป อาโรเปตฺวา ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ ‘‘ฐเปตฺวา ญาติสาโลหิติตฺถิโย อวเสสา มํ ทิสฺวา รชฺชนฺตู’’ติ. อิทมสฺส ปุพฺพกมฺมนฺติ. เตน ตํ นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน ทิสฺวา ปเรสํ อิตฺถิโย สกภาเวน สณฺฐาตุํ นาสกฺขึสูติ.

เขมกเสฏฺฐิปุตฺตวตฺถุ จตุตฺถํ.