๕. ทารุสากฏิกปุตฺตวตฺถุ

สุปฺปพุทฺธนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต ทารุสากฏิกสฺส ปุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ.

ราชคหสฺมิญฺหิ สมฺมาทิฏฺฐิกปุตฺโต มิจฺฉาทิฏฺฐิกปุตฺโตติ เทฺว ทารกา อภิกฺขณํ คุฬกีฬํ กีฬนฺติ. เตสุ สมฺมาทิฏฺฐิกปุตฺโต คุฬํ ขิปมาโน พุทฺธานุสฺสตึ อาวชฺเชตฺวา ‘‘นโม พุทฺธสฺสา’’ติ วตฺวา วตฺวา คุฬํ ขิปติ. อิตโร ติตฺถิยคุเณ อุทฺทิสิตฺวา ‘‘นโม อรหนฺตาน’’นฺติ วตฺวา วตฺวา ขิปติ. เตสุ สมฺมาทิฏฺฐิกสฺส ปุตฺโต ชินาติ, อิตโร ปน ปราชยติ. โส ตสฺส กิริยํ ทิสฺวา ‘‘อยํ เอวํ อนุสฺสริตฺวา เอวํ วตฺวา คุฬํ ขิปนฺโต มมํ ชินาติ, อหมฺปิ เอวรูปํ กริสฺสามี’’ติ พุทฺธานุสฺสติยํ ปริจยมกาสิ. อเถกทิวสํ ตสฺส ปิตา สกฏํ โยเชตฺวา ทารูนํ อตฺถาย คจฺฉนฺโต ตมฺปิ ทารกํ อาทาย คนฺตฺวา อฏวิยํ ทารูนํ สกฏํ ปูเรตฺวา อาคจฺฉนฺโต พหินคเร สุสานสามนฺเต อุทกผาสุกฏฺฐาเน โคเณ โมเจตฺวา ภตฺตวิสฺสคฺคมกาสิ. อถสฺส เต โคณา สายนฺหสมเย นครํ ปวิสนฺเตน โคคเณน สทฺธึ นครเมว ปวิสึสุ. สากฏิโกปิ โคเณ อนุพนฺธนฺโต นครํ ปวิสิตฺวา สายํ โคเณ ทิสฺวา อาทาย นิกฺขมนฺโต ทฺวารํ น สมฺปาปุณิ. ตสฺมิญฺหิ อสมฺปตฺเตเยว ทฺวารํ ปิหิตํ.

อถสฺส ปุตฺโต เอกโกว รตฺติภาเค สกฏสฺส เหฏฺฐา นิปชฺชิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ. ราชคหํ ปน ปกติยาปิ อมนุสฺสพหุลํ. อยญฺจ สุสานสนฺติเก นิปนฺโน. ตตฺถ นํ เทฺว อมนุสฺสา ปสฺสึสุ. เอโก สาสนสฺส ปฏิกณฺฑโก มิจฺฉาทิฏฺฐิโก, เอโก สมฺมาทิฏฺฐิโก. เตสุ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก อาห – ‘‘อยํ โน ภกฺโข, อิมํ ขาทิสฺสามา’’ติ. อิตโร ‘‘อลํ มา เต รุจฺจี’’ติ นิวาเรติ. โส เตน นิวาริยมาโนปิ ตสฺส วจนํ อนาทิยิตฺวา ทารกํ ปาเทสุ คเหตฺวา อากฑฺฒิ. โส พุทฺธานุสฺสติยา ปริจิตตฺตา ตสฺมึ ขเณ ‘‘นโม พุทฺธสฺสา’’ติ อาห. อมนุสฺโส มหาภยภีโต ปฏิกฺกมิตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ อิตโร ‘‘อเมฺหหิ อกิจฺจํ กตํ, ทณฺฑกมฺมํ ตสฺส กโรมา’’ติ วตฺวา ตํ รกฺขมาโน อฏฺฐาสิ. มิจฺฉาทิฏฺฐิโก นครํ ปวิสิตฺวา รญฺโญ โภชนปาตึ ปูเรตฺวา โภชนํ อาหริ. อถ นํ อุโภปิ ตสฺส มาตาปิตโร วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาเปตฺวา โภเชตฺวา ‘‘อิมานิ อกฺขรานิ ราชาว ปสฺสตุ, มา อญฺโญ’’ติ ตํ ปวตฺตึ ปกาเสนฺตา ยกฺขานุภาเวน โภชนปาติยํ อกฺขรานิ ฉินฺทิตฺวา ปาตึ ทารุสกเฏ ปกฺขิปิตฺวา สพฺพรตฺตึ อารกฺขํ กตฺวา ปกฺกมึสุ.

ปุนทิวเส ‘‘ราชกุลโต โจเรหิ โภชนภณฺฑํ อวหฏ’’นฺติ โกลาหลํ กโรนฺตา ทฺวารานิ ปิทหิตฺวา โอโลเกนฺตา ตตฺถ อปสฺสนฺตา นครา นิกฺขมิตฺวา อิโต จิโต จ โอโลเกนฺตา ทารุสกเฏ สุวณฺณปาตึ ทิสฺวา ‘‘อยํ โจโร’’ติ ตํ ทารกํ คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. ราชา อกฺขรานิ ทิสฺวา ‘‘กึ เอตํ, ตาตา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘นาหํ, เทว, ชานามิ, มาตาปิตโร เม อาคนฺตฺวา รตฺตึ โภเชตฺวา รกฺขมานา อฏฺฐํสุ, อหมฺปิ มาตาปิตโร มํ รกฺขนฺตีติ นิพฺภโยว นิทฺทํ อุปคโต. เอตฺตกํ อหํ ชานามี’’ติ. อถสฺส มาตาปิตโรปิ ตํ ฐานํ อาคมํสุ. ราชา ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา เต ตโยปิ ชเน อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สพฺพํ อาโรเจตฺวา ‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต, พุทฺธานุสฺสติ เอว รกฺขา โหติ, อุทาหุ ธมฺมานุสฺสติอาทโยปี’’ติ ปุจฺฉิ. อถสฺส สตฺถา, ‘‘มหาราช, น เกวลํ พุทฺธานุสฺสติเยว รกฺขา, เยสํ ปน ฉพฺพิเธน จิตฺตํ สุภาวิตํ, เตสํ อญฺเญน รกฺขาวรเณน วา มนฺโตสเธหิ วา กิจฺจํ นตฺถี’’ติ วตฺวา ฉ ฐานานิ ทสฺเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ.

๒๙๖. ‘‘สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา;

เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, นิจฺจํ พุทฺธคตา สติ.

๒๙๗. ‘‘สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา;

เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, นิจฺจํ ธมฺมคตา สติ.

๒๙๘. ‘‘สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา;

เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, นิจฺจํ สงฺฆคตา สติ.

๒๙๙. ‘‘สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา;

เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, นิจฺจํ กายคตา สติ.

๓๐๐. ‘‘สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา;

เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, อหึสาย รโต มโน.

๓๐๑. ‘‘สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ, สทา โคตมสาวกา;

เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ, ภาวนาย รโต มโน’’ติ.

ตตฺถ สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺตีติ พุทฺธคตํ สตึ คเหตฺวา สุปนฺตา, คเหตฺวาเยว จ ปพุชฺฌนฺตา สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ นาม. สทา โคตมสาวกาติ โคตมโคตฺตสฺส พุทฺธสฺส สวนนฺเต ชาตตฺตา ตสฺเสว อนุสาสนิยา สวนตาย โคตมสาวกา. พุทฺธคตา สตีติ เยสํ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทิปฺปเภเท พุทฺธคุเณ อารพฺภ อุปฺปชฺชมานา สติ นิจฺจกาลํ อตฺถิ, เต สทาปิ สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺตีติ อตฺโถ. ตถา อสกฺโกนฺตา ปน เอกทิวสํ ตีสุ กาเลสุ ทฺวีสุ กาเลสุ เอกสฺมิมฺปิ กาเล พุทฺธานุสฺสตึ มนสิ กโรนฺตา สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติเยว นาม. ธมฺมคตา สตีติ ‘‘สฺวาขาโต ภควตา ธมฺโม’’ติอาทิปฺปเภเท ธมฺมคุเณ อารพฺภ อุปฺปชฺชมานา สติ. สงฺฆคตา สตีติ ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ’’ติอาทิปฺปเภเท สงฺฆคุเณ อารพฺภ อุปฺปชฺชมานา สติ. กายคตา สตีติ ทฺวตฺตึสาการวเสน วา นวสิวถิกาวเสน วา จตุธาตุววตฺถานวเสน วา อชฺฌตฺตนีลกสิณาทิรูปชฺฌานวเสน วา อุปฺปชฺชมานา สติ. อหึสาย รโตติ ‘‘โส กรุณาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรตี’’ติ (วิภ. ๖๔๒) เอวํ วุตฺตาย กรุณาภาวนาย รโต. ภาวนายาติ เมตฺตาภาวนาย. กิญฺจาปิ เหฏฺฐา กรุณาภาวนาย วุตฺตตฺตา อิธ สพฺพาปิ อวเสสา ภาวนา นาม, อิธ ปน เมตฺตาภาวนาว อธิปฺเปตา. เสสํ ปฐมคาถาย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

เทสนาวสาเน ทารโก สทฺธึ มาตาปิตูหิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ปจฺฉา ปน ปพฺพชิตฺวา สพฺเพปิ อรหตฺตํ ปาปุณึสุ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

ทารุสากฏิกปุตฺตวตฺถุ ปญฺจมํ.