๙. พาลิสิกวตฺถุ
น เตน อริโย โหตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อริยํ นาม พาลิสิกํ อารพฺภ กเถสิ.
เอกทิวสญฺหิ สตฺถา ตสฺส โสตาปตฺติมคฺคสฺสูปนิสฺสยํ ทิสฺวา สาวตฺถิยา อุตฺตรทฺวารคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ตโต อาคจฺฉติ. ตสฺมึ ขเณ โส พาลิสิโก พลิเสน มจฺเฉ คณฺหนฺโต พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ทิสฺวา พลิสยฏฺฐึ ฉฑฺเฑตฺวา อฏฺฐาสิ. สตฺถา ตสฺส อวิทูเร ฐาเน นิวตฺติตฺวา ฐิโต ‘‘ตฺวํ กึ นาโมสี’’ติ สาริปุตฺตตฺเถราทีนํ นามานิ ปุจฺฉิ. เตปิ ‘‘อหํ สาริปุตฺโต อหํ โมคฺคลฺลาโน’’ติ อตฺตโน อตฺตโน นามานิ กถยึสุ. พาลิสิโก จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถา สพฺเพสํ นามานิ ปุจฺฉติ, มมมฺปิ นามํ ปุจฺฉิสฺสติ มญฺเญ’’ติ. สตฺถา ตสฺส อิจฺฉํ ญตฺวา, ‘‘อุปาสก, ตฺวํ โก นาโมสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อหํ, ภนฺเต, อริโย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, อุปาสก, ตาทิสา ปาณาติปาติโน อริยา นาม โหนฺติ, อริยา ปน มหาชนสฺส อหึสนภาเว ฐิตา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๒๗๐. ‘‘น เตน อริโย โหติ, เยน ปาณานิ หึสติ;
อหึสา สพฺพปาณานํ, อริโยติ ปวุจฺจตี’’ติ.
ตตฺถ อหึสาติ อหึสเนน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เยน หิ ปาณานิ หึสติ, น เตน การเณน อริโย โหติ. โย ปน สพฺพปาณานํ ปาณิอาทีหิ อหึสเนน เมตฺตาทิภาวนาย ปติฏฺฐิตตฺตา หึสโต อาราว ฐิโต, อยํ อริโยติ วุจฺจตีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน พาลิสิโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.
พาลิสิกวตฺถุ นวมํ.