๙. ปญฺจอุปาสกวตฺถุ

นตฺถิ ราคสโม อคฺคีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺจ อุปาสเก อารพฺภ กเถสิ.

เต กิร ธมฺมํ โสตุกามา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. พุทฺธานญฺจ ‘‘อยํ ขตฺติโย, อยํ พฺราหฺมโณ, อยํ อฑฺโฒ, อยํ ทุคฺคโต, อิมสฺส อุฬารํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, อิมสฺส โน’’ติ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ. ยํกิญฺจิ อารพฺภ ธมฺมํ เทเสนฺโต ธมฺมคารวํ ปุรกฺขตฺวา อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺโต วิย เทเสติ. เอวํ เทเสนฺตสฺส ปน ตถาคตสฺส สนฺติเก นิสินฺนานํ เตสํ เอโก นิสินฺนโกว นิทฺทายิ, เอโก องฺคุลิยา ภูมึ ลิขนฺโต นิสีทิ, เอโก เอกํ รุกฺขํ จาเลนฺโต นิสีทิ, เอโก อากาสํ อุลฺโลเกนฺโต นิสีทิ, เอโก ปน สกฺกจฺจํ ธมฺมํ อสฺโสสิ.

อานนฺทตฺเถโร สตฺถารํ พีชยมาโน เตสํ อาการํ โอโลเกนฺโต สตฺถารํ อาห – ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห อิเมสํ มหาเมฆคชฺชิตํ คชฺชนฺตา วิย ธมฺมํ เทเสถ, เอเต ปน ตุเมฺหสุปิ ธมฺมํ กเถนฺเตสุ อิทญฺจิทญฺจ กโรนฺตา นิสินฺนา’’ติ. ‘‘อานนฺท, ตฺวํ เอเต น ชานาสี’’ติ? ‘‘อาม, น ชานามิ, ภนฺเต’’ติ. เอเตสุ หิ โย เอส นิทฺทายนฺโต นิสินฺโน, เอส ปญฺจ ชาติสตานิ สปฺปโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา โภเคสุ สีสํ ฐเปตฺวา นิทฺทายิ, อิทานิปิสฺส นิทฺทาย ติตฺติ นตฺถิ, นาสฺส กณฺณํ มม สทฺโท ปวิสตีติ. กึ ปน, ภนฺเต, ปฏิปาฏิยา กเถถ, อุทาหุ อนฺตรนฺตราติ. อานนฺท, เอตสฺส หิ กาเลน มนุสฺสตฺตํ, กาเลน เทวตฺตํ, กาเลน นาคตฺตนฺติ เอวํ อนฺตรนฺตรา อุปฺปชฺชนฺตสฺส อุปปตฺติโย สพฺพญฺญุตญฺญาเณนาปิ น สกฺกา ปริจฺฉินฺทิตุํ. ปฏิปาฏิยา ปเนส ปญฺจ ชาติสตานิ นาคโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา นิทฺทายนฺโตปิ นิทฺทาย อติตฺโตเยว. องฺคุลิยา ภูมึ ลิขนฺโต นิสินฺนปุริโสปิ ปญฺจ ชาติสตานิ คณฺฑุปฺปาทโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา ภูมึ ขณิ, อิทานิปิ ภูมึ ขณนฺโตว มม สทฺทํ น สุณาติ. เอส รุกฺขํ จาเลนฺโต นิสินฺนปุริโสปิ ปฏิปาฏิยา ปญฺจ ชาติสตานิ มกฺกฏโยนิยํ นิพฺพตฺติ, อิทานิปิ ปุพฺพาจิณฺณวเสน รุกฺขํ จาเลติเยว, นาสฺส กณฺณํ มม สทฺโท ปวิสติ. เอส อากาสํ อุลฺโลเกตฺวา นิสินฺนปุริโสปิ ปญฺจ ชาติสตานิ นกฺขตฺตปาฐโก หุตฺวา นิพฺพตฺติ, อิทานิ ปุพฺพาจิณฺณวเสน อชฺชาปิ อากาสเมว อุลฺโลเกติ, นาสฺส กณฺณํ มม สทฺโท ปวิสติ. เอส สกฺกจฺจํ ธมฺมํ สุณนฺโต นิสินฺนปุริโส ปน ปฏิปาฏิยา ปญฺจ ชาติสตานิ ติณฺณํ เวทานํ ปารคู มนฺตชฺฌายกพฺราหฺมโณ หุตฺวา นิพฺพตฺติ, อิทานิปิ มนฺตํ สํสนฺทนฺโต วิย สกฺกจฺจํ สุณาตีติ.

‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ ธมฺมเทสนา ฉวิอาทีนิ ฉินฺทิตฺวา อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ ติฏฺฐติ, กสฺมา อิเม ตุเมฺหสุปิ ธมฺมํ เทเสนฺเตสุ สกฺกจฺจํ น สุณนฺตี’’ติ? ‘‘อานนฺท, มม ธมฺโม สุสฺสวนีโยติ สญฺญํ กโรสิ มญฺเญ’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, ทุสฺสวนีโย’’ติ? ‘‘อาม, อานนฺทา’’ติ. ‘‘กสฺมา, ภนฺเต’’ติ? ‘‘อานนฺท, พุทฺโธติ วา ธมฺโมติ วา สงฺโฆติ วา ปทํ อิเมหิ สตฺเตหิ อเนเกสุปิ กปฺปโกฏิสตสหสฺเสสุ อสุตปุพฺพํ. ยสฺมา อิมํ ธมฺมํ โสตุํ น สกฺโกนฺตา อนมตคฺเค สํสาเร อิเม สตฺตา อเนกวิหิตํ ติรจฺฉานกถํเยว สุณนฺตา อาคตา, ตสฺมา สุราปานเกฬิมณฺฑลาทีสุ คายนฺตา นจฺจนฺตา วิจรนฺติ, ธมฺมํ โสตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ. ‘‘กึ นิสฺสาย ปเนเต น สกฺโกนฺติ, ภนฺเต’’ติ?

อถสฺส สตฺถา, ‘‘อานนฺท, ราคํ นิสฺสาย โทสํ นิสฺสาย โมหํ นิสฺสาย ตณฺหํ นิสฺสาย น สกฺโกนฺติ. ราคคฺคิสทิโส อคฺคิ นาม นตฺถิ, โส ฉาริกมฺปิ อเสเสตฺวา สตฺเต ทหติ. กิญฺจาปิ สตฺตสูริยปาตุภาวํ นิสฺสาย อุปฺปนฺโน กปฺปวินาสโก อคฺคิปิ กิญฺจิ อนวเสเสตฺวาว โลกํ ทหติ, โส ปน อคฺคิ กทาจิเยว ทหติ. ราคคฺคิโน อทหนกาโล นาม นตฺถิ, ตสฺมา ราคสโม วา อคฺคิ โทสสโม วา คโห โมหสมํ วา ชาลํ ตณฺหาสมา วา นที นาม นตฺถี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๒๕๑. ‘‘นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ, นตฺถิ โทสสโม คโห;

นตฺถิ โมหสมํ ชาลํ, นตฺถิ ตณฺหาสมา นที’’ติ.

ตตฺถ ราคสโมติ ธูมาทีสุ กิญฺจิ อทสฺเสตฺวา อนฺโตเยว อุฏฺฐาย ฌาปนวเสน ราเคน สโม อคฺคิ นาม นตฺถิ. โทสสโมติ ยกฺขคหอชครคหกุมฺภิลคหาทโย เอกสฺมึเยว อตฺตภาเว คณฺหิตุํ สกฺโกนฺติ, โทสคโห ปน สพฺพตฺถ เอกนฺตเมว คณฺหาตีติ โทเสน สโม คโห นาม นตฺถิ. โมหสมนฺติ โอนนฺธนปริโยนนฺธนฏฺเฐน ปน โมหสมํ ชาลํ นาม นตฺถิ. ตณฺหาสมาติ คงฺคาทีนํ นทีนํ ปุณฺณกาโลปิ อูนกาโลปิ สุกฺขกาโลปิ ปญฺญายติ, ตณฺหาย ปน ปุณฺณกาโล วา สุกฺขกาโล วา นตฺถิ, นิจฺจํ อูนาว ปญฺญายตีติ ทุปฺปูรณฏฺเฐน ตณฺหาย สมา นที นาม นตฺถีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน สกฺกจฺจํ ธมฺมํ สุณนฺโต อุปาสโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

ปญฺจอุปาสกวตฺถุ นวมํ.