๗. ปญฺจอุปาสกวตฺถุ
โย ปาณนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺจ อุปาสเก อารพฺภ กเถสิ.
เตสุ หิ เอโก ปาณาติปาตาเวรมณิสิกฺขาปทเมว รกฺขติ, อิตเร อิตรานิ. เต เอกทิวสํ ‘‘อหํ ทุกฺกรํ กโรมิ, ทุกฺกรํ รกฺขามี’’ติ วิวาทาปนฺนา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สตฺถา เตสํ กถํ สุตฺวา เอกสีลมฺปิ กนิฏฺฐกํ อกตฺวา ‘‘สพฺพาเนว ทุรกฺขานี’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๒๔๖. ‘‘โย ปาณมติปาเตติ, มุสาวาทญฺจ ภาสติ;
โลเก อทินฺนมาทิยติ, ปรทารญฺจ คจฺฉติ.
๒๔๗. ‘‘สุราเมรยปานญฺจ, โย นโร อนุยุญฺชติ;
อิเธว เมโส โลกสฺมึ, มูลํ ขณติ อตฺตโน.
๒๔๘. ‘‘เอวํ โภ ปุริส ชานาหิ, ปาปธมฺมา อสญฺญตา;
มา ตํ โลโภ อธมฺโม จ, จิรํ ทุกฺขาย รนฺธยุ’’นฺติ.
ตตฺถ โย ปาณมติปาเตตีติ โย สาหตฺถิกาทีสุ ฉสุ ปโยเคสุ เอกปโยเคนาปิ ปรสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปจฺฉินฺทติ. มุสาวาทนฺติ ปเรสํ อตฺถภญฺชนกํ มุสาวาทญฺจ ภาสติ. โลเก อทินฺนมาทิยตีติ อิมสฺมึ สตฺตโลเก เถยฺยาวหาราทีสุ เอเกนปิ อวหาเรน ปรปริคฺคหิตํ อาทิยติ. ปรทารญฺจ คจฺฉตีติ ปรสฺส รกฺขิตโคปิเตสุ ภณฺเฑสุ อปรชฺฌนฺโต อุปฺปถจารํ จรติ. สุราเมรยปานนฺติ ยสฺส กสฺสจิ สุราย เจว เมรยสฺส จ ปานํ. อนุยุญฺชตีติ เสวติ พหุลีกโรติ. มูลํ ขณตีติ ติฏฺฐตุ ปรโลโก, โส ปน ปุคฺคโล อิธ โลกสฺมึเยว เยน เขตฺตวตฺถุอาทินา มูเลน ปติฏฺฐเปยฺย, ตมฺปิ อฏฺฐเปตฺวา วา วิสฺสชฺเชตฺวา วา สุรํ ปิวนฺโต อตฺตโน มูลํ ขณติ, อนาโถ กปโณ หุตฺวา วิจรติ. เอวํ, โภติ ปญฺจทุสฺสีลฺยกมฺมการกํ ปุคฺคลํ อาลปติ. ปาปธมฺมาติ ลามกธมฺมา. อสญฺญตาติ กายสญฺญตาทิรหิตา. อเจตสาติปิ ปาโฐ, อจิตฺตกาติ อตฺโถ. โลโภ อธมฺโม จาติ โลโภ เจว โทโส จ. อุภยมฺปิ เหตํ อกุสลเมว. จิรํ ทุกฺขาย รนฺธยุนฺติ จิรกาลํ นิรยทุกฺขาทีนํ อตฺถาย ตํ เอเต ธมฺมา มา รนฺเธนฺตุ มา มตฺเถนฺตูติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน เต ปญฺจ อุปาสกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ, สมฺปตฺตานมฺปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.
ปญฺจอุปาสกวตฺถุ สตฺตมํ.