๔. ลาลุทายิตฺเถรวตฺถุ

อสชฺฌายมลาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ลาลุทายิตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

สาวตฺถิยํ กิร ปญฺจโกฏิมตฺตา อริยสาวกา วสนฺติ, เทฺว โกฏิมตฺตา ปุถุชฺชนา วสนฺติ. เตสุ อริยสาวกา ปุเรภตฺตํ ทานํ ทตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ สปฺปิเตลมธุผาณิตวตฺถาทีนิ คเหตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมกถํ สุณนฺติ. ธมฺมํ สุตฺวา คมนกาเล จ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานานํ คุณกถํ กเถนฺติ. อุทายิตฺเถโร เตสํ กถํ สุตฺวา ‘‘เอเตสํ ตาว ธมฺมํ สุตฺวา ตุเมฺห เอวํ กเถถ, มม ธมฺมกถํ สุตฺวา กึ นุ โข น กเถสฺสถา’’ติ วทติ. มนุสฺสา ตสฺส กถํ สุตฺวา ‘‘อยํ เอโก ธมฺมกถิโก ภวิสฺสติ, อิมสฺสปิ อเมฺหหิ ธมฺมกถํ โสตุํ วฏฺฏตี’’ติ เต เอกทิวสํ เถรํ ยาจิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อชฺช อมฺหากํ ธมฺมสฺสวนทิวโส’’ติ สงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห อมฺหากํ ทิวา ธมฺมกถํ กเถยฺยาถา’’ติ อาหํสุ. โสปิ เตสํ อธิวาเสสิ.

เตหิ ธมฺมสฺสวนเวลาย อาคนฺตฺวา, ‘‘ภนฺเต, โน ธมฺมํ กเถถา’’ติ วุตฺเต ลาลุทายิตฺเถโร อาสเน นิสีทิตฺวา จิตฺตพีชนึ คเหตฺวา จาเลนฺโต เอกมฺปิ ธมฺมปทํ อทิสฺวา ‘‘อหํ สรภญฺญํ ภณิสฺสามิ, อญฺโญ ธมฺมกถํ กเถตู’’ติ วตฺวา โอตริ. เต อญฺเญน ธมฺมกถํ กถาเปตฺวา สรภาณตฺถาย ปุน ตํ อาสนํ อาโรปยึสุ. โส ปุนปิ กิญฺจิ อทิสฺวา ‘‘อหํ รตฺตึ กเถสฺสามิ, อญฺโญ สรภญฺญํ ภณตู’’ติ วตฺวา อาสนา โอตริ. เต อญฺเญน สรภญฺญํ ภณาเปตฺวา ปุน รตฺตึ เถรํ อานยึสุ. โส รตฺติมฺปิ กิญฺจิ อทิสฺวา ‘‘อหํ ปจฺจูสกาเล กเถสฺสามิ, รตฺตึ อญฺโญ กเถตู’’ติ วตฺวา โอตริ. เต อญฺเญน รตฺตึ กถาเปตฺวา ปุน ปจฺจูเส ตํ อานยึสุ. โส ปุนปิ กิญฺจิ นาทฺทส. มหาชโน เลฑฺฑุทณฺฑาทีนิ คเหตฺวา, ‘‘อนฺธพาล, ตฺวํ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานานํ วณฺเณ กถิยมาเน เอวญฺเจวญฺจ วเทสิ, อิทานิ กสฺมา น กเถสี’’ติ สนฺตชฺเชตฺวา ปลายนฺตํ อนุพนฺธิ. โส ปลายนฺโต เอกิสฺสา วจฺจกุฏิยา ปติ.

มหาชโน กถํ สมุฏฺฐาเปสิ – ‘‘อชฺช ลาลุทายี สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานานํ คุณกถาย ปวตฺตมานาย อุสฺสูยนฺโต อตฺตโน ธมฺมกถิกภาวํ ปกาเสตฺวา มนุสฺเสหิ สกฺการํ กตฺวา ‘ธมฺมํ สุโณมา’ติ วุตฺเต จตุกฺขตฺตุํ อาสเน นิสีทิตฺวา กเถตพฺพยุตฺตกํ กิญฺจิ อปสฺสนฺโต ‘ตฺวํ อมฺหากํ อยฺเยหิ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานตฺเถเรหิ สทฺธึ ยุคคฺคาหํ คณฺหาสี’ติ เลฑฺฑุทณฺฑาทีนิ คเหตฺวา สนฺตชฺเชตฺวา ปลาปิยมาโน วจฺจกุฏิยา ปติโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ เอโส คูถกูเป นิมุคฺโคเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริตฺวา –

‘‘จตุปฺปโท อหํ สมฺม, ตฺวมฺปิ สมฺม จตุปฺปโท;

เอหิ สมฺม นิวตฺตสฺสุ, กึ นุ ภีโต ปลายสิ.

‘‘อสุจิปูติโลโมสิ, ทุคฺคนฺโธ วาสิ สูกร;

สเจ ยุชฺฌิตุกาโมสิ, ชยํ สมฺม ททามิ เต’’ติ. (ชา. ๑.๒.๕-๖) –

อิมํ ชาตกํ วิตฺถาเรตฺวา กเถสิ. ตทา สีโห สาริปุตฺโต อโหสิ, สูกโร ลาลุทายีติ. สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, ลาลุทายินา อปฺปมตฺตโกว ธมฺโม อุคฺคหิโต, สชฺฌายํ ปน เนว อกาสิ, กิญฺจิ ปริยตฺตึ อุคฺคเหตฺวา ตสฺสา อสชฺฌายกรณํ มลเมวา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๒๔๑. ‘‘อสชฺฌายมลา มนฺตา, อนุฏฺฐานมลา ฆรา;

มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ, ปมาโท รกฺขโต มล’’นฺติ.

ตตฺถ อสชฺฌายมลาติ ยากาจิ ปริยตฺติ วา สิปฺปํ วา ยสฺมา อสชฺฌายนฺตสฺส อนนุยุญฺชนฺตสฺส วินสฺสติ วา นิรนฺตรํ วา น อุปฏฺฐาติ, ตสฺมา ‘‘อสชฺฌายมลา มนฺตา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ฆราวาสํ วสนฺตสฺส อุฏฺฐายุฏฺฐาย ชิณฺณปฏิสงฺขรณาทีนิ อกโรนฺตสฺส ฆรํ นาม วินสฺสติ, ตสฺมา ‘‘อนุฏฺฐานมลา ฆรา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา คิหิสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา โกสชฺชวเสน สรีรปฏิชคฺคนํ วา ปริกฺขารปฏิชคฺคนํ วา อกโรนฺตสฺส กาโย ทุพฺพณฺโณ โหติ, ตสฺมา ‘‘มลํ วณฺณสฺส โกสชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. ยสฺมา คาโว รกฺขนฺตสฺส ปมาทวเสน นิทฺทายนฺตสฺส วา กีฬนฺตสฺส วา ตา คาโว อติตฺถปกฺขนฺทนาทินา วา วาฬมิคโจราทิอุปทฺทเวน วา ปเรสํ สาลิเขตฺตาทีนิ โอตริตฺวา ขาทนวเสน วินาสํ อาปชฺชนฺติ, สยมฺปิ ทณฺฑํ วา ปริภาสํ วา ปาปุณาติ, ปพฺพชิตํ วา ปน ฉ ทฺวารานิ อรกฺขนฺตํ ปมาทวเสน กิเลสา โอตริตฺวา สาสนา จาเวนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปมาโท รกฺขโต มล’’นฺติ วุตฺตํ. โส หิสฺส วินาสาวหเนน มลฏฺฐานิยตฺตา มลนฺติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ลาลุทายิตฺเถรวตฺถุ จตุตฺถํ.