๑๒. สุภทฺทปริพฺพาชกวตฺถุ

อากาเสติ อิทํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา กุสินารายํ อุปวตฺตเน มลฺลานํ สาลวเน ปรินิพฺพานมญฺจเก นิปนฺโน สุภทฺทํ ปริพฺพาชกํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร อตีเต กนิฏฺฐภาตริ เอกสฺมึ สสฺเส นวกฺขตฺตุํ อคฺคทานํ เทนฺเต ทานํ ทาตุํ อนิจฺฉนฺโต โอสกฺกิตฺวา อวสาเน อทาสิ. ตสฺมา ปฐมโพธิยมฺปิ มชฺฌิมโพธิยมฺปิ สตฺถารํ ทฏฺฐุํ นาลตฺถ. ปจฺฉิมโพธิยํ ปน สตฺถุ ปรินิพฺพานกาเล ‘‘อหํ ตีสุ ปเญฺหสุ อตฺตโน กงฺขํ มหลฺลเก ปริพฺพาชเก ปุจฺฉิตฺวา สมณํ โคตมํ ‘ทหโร’ติ สญฺญาย น ปุจฺฉึ, ตสฺส จ ทานิ ปรินิพฺพานกาโล, ปจฺฉา เม สมณสฺส โคตมสฺส อปุจฺฉิตการณา วิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อานนฺทตฺเถเรน นิวาริยมาโนปิ สตฺถารา โอกาสํ กตฺวา, ‘‘อานนฺท, มา สุภทฺทํ นิวารยิ, ปุจฺฉตุ มํ ปญฺห’’นฺติ วุตฺเต อนฺโตสาณึ ปวิสิตฺวา เหฏฺฐามญฺจเก นิสินฺโน, ‘‘โภ สมณ, กึ นุ โข อากาเส ปทํ นาม อตฺถิ, อิโต พหิทฺธา สมโณ นาม อตฺถิ, สงฺขารา สสฺสตา นาม อตฺถี’’ติ อิเม ปเญฺห ปุจฺฉิ. อถสฺส สตฺถา เตสํ อภาวํ อาจิกฺขนฺโต อิมาหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสสิ –

๒๕๔. ‘‘อากาเสว ปทํ นตฺถิ, สมโณ นตฺถิ พาหิเร;

ปปญฺจาภิรตา ปชา, นิปฺปปญฺจา ตถาคตา.

๒๕๕. ‘‘อากาเสว ปทํ นตฺถิ, สมโณ นตฺถิ พาหิเร;

สงฺขารา สสฺสตา นตฺถิ, นตฺถิ พุทฺธานมิญฺชิต’’นฺติ.

ตตฺถ ปทนฺติ อิมสฺมึ อากาเส วณฺณสณฺฐานวเสน เอวรูปนฺติ ปญฺญาเปตพฺพํ กสฺสจิ ปทํ นาม นตฺถิ. พาหิเรติ มม สาสนโต พหิทฺธา มคฺคผลฏฺโฐ สมโณ นาม นตฺถิ. ปชาติ อยํ สตฺตโลกสงฺขาตา ปชา ตณฺหาทีสุ ปปญฺเจสุเยวาภิรตา. นิปฺปปญฺจาติ โพธิมูเลเยว สพฺพปปญฺจานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา นิปฺปปญฺจา ตถาคตา. สงฺขาราติ ปญฺจกฺขนฺธา. เตสุ หิ เอโกปิ สสฺสโต นาม นตฺถิ. อิญฺชิตนฺติ พุทฺธานํ ปน ตณฺหามานาทีสุ อิญฺชิเตสุ เยน สงฺขารา สสฺสตาติ คเณฺหยฺย, ตํ เอกํ อิญฺชิตมฺปิ นาม นตฺถีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน สุภทฺโท อนาคามิผเล ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตปริสายปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

สุภทฺทปริพฺพาชกวตฺถุ ทฺวาทสมํ.

มลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อฏฺฐารสโม วคฺโค.