๘. ฉพฺพคฺคิยวตฺถุ

กายปฺปโกปนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ.

เอกทิวสญฺหิ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เตสํ ฉพฺพคฺคิยานํ อุโภหิ หตฺเถหิ ยฏฺฐิโย คเหตฺวา กฏฺฐปาทุกา อารุยฺห ปิฏฺฐิปาสาเณ จงฺกมนฺตานํ ขฏขฏาติสทฺทํ สุตฺวา, ‘‘อานนฺท, กึ สทฺโท นาเมโส’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ฉพฺพคฺคิยานํ ปาทุกา อารุยฺห จงฺกมนฺตานํ ขฏขฏสทฺโท’’ติ สุตฺวา สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปตฺวา ‘‘ภิกฺขุนา นาม กายาทีนิ รกฺขิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –

๒๓๑. ‘‘กายปฺปโกปํ รกฺเขยฺย, กาเยน สํวุโต สิยา;

กายทุจฺจริตํ หิตฺวา, กาเยน สุจริตํ จเร.

๒๓๒. ‘‘วจีปโกปํ รกฺเขยฺย, วาจาย สํวุโต สิยา;

วจีทุจฺจริตํ หิตฺวา, วาจาย สุจริตํ จเร.

๒๓๓. ‘‘มโนปโกปํ รกฺเขยฺย, มนสา สํวุโต สิยา;

มโนทุจฺจริตํ หิตฺวา, มนสา สุจริตํ จเร.

๒๓๔. ‘‘กาเยน สํวุตา ธีรา, อโถ วาจาย สํวุตา;

มนสา สํวุตา ธีรา, เต เว สุปริสํวุตา’’ติ.

ตตฺถ กายปฺปโกปนฺติ ติวิธํ กายทุจฺจริตํ รกฺเขยฺย. กาเยน สํวุโตติ กายทฺวาเร ทุจฺจริตปเวสนํ นิวาเรตฺวา สํวุโต ปิหิตทฺวาโร สิยา. ยสฺมา ปน กายทุจฺจริตํ หิตฺวา กายสุจริตํ จรนฺโต อุภยมฺเปตํ กโรติ, ตสฺมา กายทุจฺจริตํ หิตฺวา, กาเยน สุจริตํ จเรติ วุตฺตํ. อนนฺตรคาถาสุปิ เอเสว นโย. กาเยน สํวุตา ธีราติ เย ปณฺฑิตา ปาณาติปาตาทีนิ อกโรนฺตา กาเยน, มุสาวาทาทีนิ อกโรนฺตา วาจาย, อภิชฺฌาทีนิ อสมุฏฺฐเปนฺตา มนสา สํวุตา, เต อิธ โลกสฺมึ สุสํวุตา สุรกฺขิตา สุโคปิตา สุปิหิตทฺวาราติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ฉพฺพคฺคิยวตฺถุ อฏฺฐมํ.

โกธวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สตฺตรสโม วคฺโค.