๕. พุทฺธปิตุพฺราหฺมณวตฺถุ

อหึสกา เยติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาเกตํ นิสฺสาย อญฺชนวเน วิหรนฺโต ภิกฺขูหิ ปฏฺฐปญฺหํ อารพฺภ กเถสิ.

ภควโต กิร ภิกฺขุสงฺฆปริวุตสฺส สาเกตํ ปิณฺฑาย ปวิสนกาเล เอโก สาเกตวาสี มหลฺลกพฺราหฺมโณ นครโต นิกฺขมนฺโต อนฺตรฆรทฺวาเร ทสพลํ ทิสฺวา ปาเทสุ นิปติตฺวา โคปฺผเกสุ ทฬฺหํ คเหตฺวา, ‘‘ตาต, นนุ นาม ปุตฺเตหิ ชิณฺณกาเล มาตาปิตโร ปฏิชคฺคิตพฺพา, กสฺมา เอตฺตกํ กาลํ อมฺหากํ อตฺตานํ น ทสฺเสสิ. มยา ตาว ทิฏฺโฐสิ, มาตรมฺปิ ปสฺสิตุํ เอหี’’ติ สตฺถารํ คเหตฺวา อตฺตโน เคหํ อคมาสิ. สตฺถา ตตฺถ คนฺตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. พฺราหฺมณีปิ อาคนฺตฺวา สตฺถุ ปาเทสุ นิปติตฺวา, ‘‘ตาต, เอตฺตกํ กาลํ กุหึ คโตสิ, นนุ นาม มาตาปิตโร มหลฺลกกาเล อุปฏฺฐาตพฺพา’’ติ วตฺวา ปุตฺตธีตโร ‘‘เอถ ภาตรํ วนฺทถา’’ติ วนฺทาเปสิ. เต อุโภปิ ตุฏฺฐมานสา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิเธว นิพทฺธํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ วตฺวา ‘‘พุทฺธา นาม เอกฏฺฐาเนเยว นิพทฺธํ ภิกฺขํ น คณฺหนฺตี’’ติ วุตฺเต, ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, เย โว นิมนฺเตตุํ อาคจฺฉนฺติ, เต อมฺหากํ สนฺติกํ ปหิเณยฺยาถา’’ติ อาหํสุ. สตฺถา ตโต ปฏฺฐาย นิมนฺเตตุํ อาคเต ‘‘คนฺตฺวา พฺราหฺมณสฺส อาโรเจยฺยาถา’’ติ เปเสสิ. เต คนฺตฺวา ‘‘มยํ สฺวาตนาย สตฺถารํ นิมนฺเตมา’’ติ พฺราหฺมณํ วทนฺติ. พฺราหฺมโณ ปุนทิวเส อตฺตโน เคหโต ภตฺตภาชนสูเปยฺยภาชนานิ อาทาย สตฺถุ นิสีทนฏฺฐานํ คจฺฉติ. อญฺญตฺร ปน นิมนฺตเน อสติ สตฺถา พฺราหฺมณสฺเสว เคเห ภตฺตกิจฺจํ กโรติ. เต อุโภปิ อตฺตโน เทยฺยธมฺมํ นิจฺจกาลํ ตถาคตสฺส เทนฺตา ธมฺมกถํ สุณนฺตา อนาคามิผลํ ปาปุณึสุ.

ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ, ‘‘อาวุโส, พฺราหฺมโณ ‘ตถาคตสฺส สุทฺโธทโน ปิตา, มหามายา มาตา’ติ ชานาติ, ชานนฺโตว สทฺธึ พฺราหฺมณิยา ตถาคตํ ‘อมฺหากํ ปุตฺโต’ติ วทติ, สตฺถาปิ ตเถว อธิวาเสติ. กึ นุ โข การณ’’นฺติ? สตฺถา เตสํ กถํ สุตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, อุโภปิ เต อตฺตโน ปุตฺตเมว ปุตฺโตติ วทนฺตี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต, ภิกฺขเว, อยํ พฺราหฺมโณ นิรนฺตรํ ปญฺจ ชาติสตานิ มยฺหํ ปิตา อโหสิ, ปญฺจ ชาติสตานิ จูฬปิตา, ปญฺจ ชาติสตานิ มหาปิตา. สาปิ เม พฺราหฺมณี นิรนฺตรเมว ปญฺจ ชาติสตานิ มาตา อโหสิ, ปญฺจ ชาติสตานิ จูฬมาตา, ปญฺจ ชาติสตานิ มหามาตา. เอวาหํ ทิยฑฺฒชาติสหสฺสํ พฺราหฺมณสฺส หตฺเถ สํวฑฺโฒ, ทิยฑฺฒชาติสหสฺสํ พฺราหฺมณิยา หตฺเถติ ตีณิ ชาติสหสฺสานิ เตสํ ปุตฺตภาวํ ทสฺเสตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –

‘‘ยสฺมึ มโน นิวิสติ, จิตฺตญฺจาปิ ปสีทติ;

อทิฏฺฐปุพฺพเก โปเส, กามํ ตสฺมิมฺปิ วิสฺสเส. (ชา. ๑.๑.๖๘);

‘‘ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน, ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา;

เอวํ ตํ ชายเต เปมํ, อุปฺปลํว ยโถทเก’’ติ. (ชา. ๑.๒.๑๗๔);

สตฺถา เตมาสเมว ตํ กุลํ นิสฺสาย วิหาสิ. เต อุโภปิ อรหตฺตํ สจฺฉิกตฺวา ปรินิพฺพายึสุ. อถ เนสํ มหาสกฺการํ กตฺวา อุโภปิ เอกกูฏาคารเมว อาโรเปตฺวา นีหรึสุ. สตฺถาปิ ปญฺจสตภิกฺขุปริวาโร เตหิ สทฺธึเยว อาฬาหนํ อคมาสิ. ‘‘พุทฺธานํ กิร มาตาปิตโร’’ติ มหาชโน นิกฺขมิ. สตฺถาปิ อาฬาหนสมีเป เอกํ สาลํ ปวิสิตฺวา อฏฺฐาสิ. มนุสฺสา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺเต ฐตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ‘มาตาปิตโร โว กาลกตา’ติ มา จินฺตยิตฺถา’’ติ สตฺถารา สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺติ. สตฺถา เต ‘‘มา เอวํ อวจุตฺถา’’ติ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา ปริสาย อาสยํ โอโลเกตฺวา ตงฺขณานุรูปํ ธมฺมํ เทเสนฺโต –

‘‘อปฺปํ วต ชีวิตํ อิทํ,

โอรํ วสฺสสตาปิ มิยฺยติ;

โย เจปิ อติจฺจ ชีวติ,

อถ โส ชรสาปิ มิยฺยตี’’ติ. (สุ. นิ. ๘๑๐; มหานิ. ๓๙) –

อิทํ ชราสุตฺตํ กเถสิ. เทสนาวสาเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. ภิกฺขู พฺราหฺมณสฺส จ พฺราหฺมณิยา จ ปรินิพฺพุตภาวํ อชานนฺตา, ‘‘ภนฺเต, เตสํ โก อภิสมฺปราโย’’ติ ปุจฺฉึสุ. สตฺถา, ‘‘ภิกฺขเว, เอวรูปานํ อเสขมุนีนํ อภิสมฺปราโย นาม นตฺถิ. เอวรูปา หิ อจฺจุตํ อมตํ มหานิพฺพานเมว ปาปุณนฺตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๒๒๕. ‘‘อหึสกา เย มุนโย, นิจฺจํ กาเยน สํวุตา;

เต ยนฺติ อจฺจุตํ ฐานํ, ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจเร’’ติ.

ตตฺถ มุนโยติ โมเนยฺยปฏิปทาย มคฺคผลปตฺตา อเสขมุนโย. กาเยนาติ เทสนามตฺตเมเวตํ, ตีหิปิ ทฺวาเรหิ สุสํวุตาติ อตฺโถ. อจฺจุตนฺติ สสฺสตํ. ฐานนฺติ อกุปฺปฏฺฐานํ ธุวฏฺฐานํ. ยตฺถาติ ยสฺมึ นิพฺพาเน คนฺตฺวา น โสจเร น โสจนฺติ น วิหญฺญนฺติ, ตํ ฐานํ คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

พุทฺธปิตุพฺราหฺมณวตฺถุ ปญฺจมํ.