๘. เอกอนาคามิตฺเถรวตฺถุ

ฉนฺทชาโตติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อนาคามิตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

เอกทิวสญฺหิ ตํ เถรํ สทฺธิวิหาริกา ปุจฺฉึสุ – ‘‘อตฺถิ ปน โว, ภนฺเต, วิเสสาธิคโม’’ติ. เถโร ‘‘อนาคามิผลํ นาม คหฏฺฐาปิ ปาปุณนฺติ, อรหตฺตํ ปตฺตกาเลเยว เตหิ สทฺธึ กเถสฺสามี’’ติ หรายมาโน กิญฺจิ อกเถตฺวาว กาลกโต สุทฺธาวาสเทวโลเก นิพฺพตฺติ. อถสฺส สทฺธิวิหาริกา โรทิตฺวา ปริเทวิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา โรทนฺตาว เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. อถ เน สตฺถา ‘‘กึ, ภิกฺขเว, โรทถา’’ติ อาห. ‘‘อุปชฺฌาโย โน, ภนฺเต, กาลกโต’’ติ. ‘‘โหตุ, ภิกฺขเว, มา จินฺตยิตฺถ, ธุวธมฺโม นาเมโส’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, มยมฺปิ ชานาม, อปิจ มยํ อุปชฺฌายํ วิเสสาธิคมํ ปุจฺฉิมฺหา, โส กิญฺจิ อกเถตฺวาว กาลกโต, เตนมฺห ทุกฺขิตา’’ติ. สตฺถา, ‘‘ภิกฺขเว, มา จินฺตยิตฺถ, อุปชฺฌาเยน โว อนาคามิผลํ ปตฺตํ, โส ‘คิหีเปตํ ปาปุณนฺติ, อรหตฺตํ ปตฺวาว เนสํ กเถสฺสามี’ติ หรายนฺโต ตุมฺหากํ กิญฺจิ อกเถตฺวา กาลํ กตฺวา สุทฺธาวาเส นิพฺพตฺโต, อสฺสาสถ, ภิกฺขเว, อุปชฺฌาโย โว กาเมสุ อปฺปฏิพทฺธจิตฺตตํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๒๑๘. ‘‘ฉนฺทชาโต อนกฺขาเต, มนสา จ ผุโฏ สิยา;

กาเมสุ จ อปฺปฏิพทฺธจิตฺโต, อุทฺธํโสโตติ วุจฺจตี’’ติ.

ตตฺถ ฉนฺทชาโตติ กตฺตุกามตาวเสน ชาตฉนฺโท อุสฺสาหปตฺโต. อนกฺขาเตติ นิพฺพาเน. ตญฺหิ ‘‘อสุเกน กตํ วา นีลาทีสุ เอวรูปํ วา’’ติ อวตฺตพฺพตาย อนกฺขาตํ นาม. มนสา จ ผุโฏ สิยาติ เหฏฺฐิเมหิ ตีหิ มคฺคผลจิตฺเตหิ ผุโฏ ปูริโต ภเวยฺย. อปฺปฏิพทฺธจิตฺโตติ อนาคามิมคฺควเสน กาเมสุ อปฺปฏิพทฺธจิตฺโต. อุทฺธํโสโตติ เอวรูโป ภิกฺขุ อวิเหสุ นิพฺพตฺติตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ปฏิสนฺธิวเสน อกนิฏฺฐํ คจฺฉนฺโต อุทฺธํโสโตติ วุจฺจติ, ตาทิโส โว อุปชฺฌาโยติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน เต ภิกฺขู อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ, มหาชนสฺสาปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.

เอกอนาคามิตฺเถรวตฺถุ อฏฺฐมํ.