๑. ญาอาติกลหวูปสมนวตฺถุ
สุสุขํ วตาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สกฺเกสุ วิหรนฺโต กลหวูปสมนตฺถํ ญาตเก อารพฺภ กเถสิ.
สากิยโกลิยา กิร กปิลวตฺถุนครสฺส จ โกลิยนครสฺส จ อนฺตเร โรหิณึ นาม นทึ เอเกเนว อาวรเณน พนฺธาเปตฺวา สสฺสานิ กโรนฺติ. อถ เชฏฺฐมูลมาเส สสฺเสสุ มิลายนฺเตสุ อุภยนครวาสิกานมฺปิ กมฺมการา สนฺนิปตึสุ. ตตฺถ โกลิยนครวาสิโน อาหํสุ – ‘‘อิทํ อุทกํ อุภยโต หริยมานํ เนว ตุมฺหากํ, น อมฺหากํ ปโหสฺสติ, อมฺหากํ ปน สสฺสํ เอกอุทเกเนว นิปฺผชฺชิสฺสติ, อิทํ อุทกํ อมฺหากํ เทถา’’ติ. อิตเรปิ อาหํสุ – ‘‘ตุเมฺหสุ โกฏฺฐเก ปูเรตฺวา ฐิเตสุ มยํ รตฺตสุวณฺณนีลมณิกาฬกหาปเณ จ คเหตฺวา ปจฺฉิปสิพฺพกาทิหตฺถา น สกฺขิสฺสาม ตุมฺหากํ ฆรทฺวาเร วิจริตุํ, อมฺหากมฺปิ สสฺสํ เอกอุทเกเนว นิปฺผชฺชิสฺสติ, อิทํ อุทกํ อมฺหากํ เทถา’’ติ. น มยํ ทสฺสามาติ. มยมฺปิ น ทสฺสามาติ เอวํ กถํ วฑฺเฒตฺวา เอโก อุฏฺฐาย เอกสฺส ปหารํ อทาสิ, โสปิ อญฺญสฺสาติ เอวํ อญฺญมญฺญํ ปหริตฺวา ราชกุลานํ ชาตึ ฆฏฺเฏตฺวา กลหํ วฑฺฒยึสุ.
โกลิยกมฺมการา วทนฺติ – ‘‘ตุเมฺห กปิลวตฺถุวาสิเก คเหตฺวา คชฺชถ, เย โสณสิงฺคาลาทโย วิย อตฺตโน ภคินีหิ สทฺธึ สํวสึสุ, เอเตสํ หตฺถิโน เจว อสฺสา จ ผลกาวุธานิ จ อมฺหากํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ. สากิยกมฺมการาปิ วทนฺติ ‘‘ตุเมฺห อิทานิ กุฏฺฐิโน ทารเก คเหตฺวา คชฺชถ, เย อนาถา นิคฺคติกา ติรจฺฉานา วิย โกลรุกฺเข วสึสุ, เอเตสํ หตฺถิโน จ อสฺสา จ ผลกาวุธานิ จ อมฺหากํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ. เต คนฺตฺวา ตสฺมึ กมฺเม นิยุตฺตานํ อมจฺจานํ กถยึสุ, อมจฺจา ราชกุลานํ กเถสุํ. ตโต สากิยา ‘‘ภคินีหิ สทฺธึ สํวสิตกานํ ถามญฺจ พลญฺจ ทสฺเสสฺสามา’’ติ ยุทฺธสชฺชา นิกฺขมึสุ. โกลิยาปิ ‘‘โกลรุกฺขวาสีนํ ถามญฺจ พลญฺจ ทสฺเสสฺสามา’’ติ ยุทฺธสชฺชา นิกฺขมึสุ.
สตฺถาปิ ปจฺจูสสมเย โลกํ โวโลเกนฺโต ญาตเก ทิสฺวา ‘‘มยิ อคจฺฉนฺเต อิเม นสฺสิสฺสนฺติ, มยา คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกโกว อากาเสน คนฺตฺวา โรหิณินทิยา มชฺเฌ อากาเส ปลฺลงฺเกน นิสีทิ. ญาตกา สตฺถารํ ทิสฺวา อาวุธานิ ฉฑฺเฑตฺวา วนฺทึสุ. อถ เน สตฺถา อาห – ‘‘กึ กลโห นาเมส, มหาราชา’’ติ? ‘‘น ชานาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘โก ทานิ ชานิสฺสตี’’ติ? เต ‘‘อุปราชา ชานิสฺสติ, เสนาปติ ชานิสฺสตี’’ติ อิมินา อุปาเยน ยาว ทาสกมฺมกเร ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อุทกกลโห’’ติ อาหํสุ. ‘‘อุทกํ กึ อคฺฆติ, มหาราชา’’ติ? ‘‘อปฺปคฺฆํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ขตฺติยา กึ อคฺฆนฺติ มหาราชา’’ติ? ‘‘ขตฺติยา นาม อนคฺฆา, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อยุตฺตํ ตุมฺหากํ อปฺปมตฺตตํ อุทกํ นิสฺสาย อนคฺเฆ ขตฺติเย นาเสตุ’’นฺติ. เต ตุณฺหี อเหสุํ. อถ เต สตฺถา อามนฺเตตฺวา ‘‘กสฺมา มหาราชา เอวรูปํ กโรถ, มยิ อสนฺเต อชฺช โลหิตนที ปวตฺติสฺสติ, อยุตฺตํ โว กตํ, ตุเมฺห ปญฺจหิ เวเรหิ สเวรา วิหรถ, อหํ อเวโร วิหรามิ. ตุเมฺห กิเลสาตุรา หุตฺวา วิหรถ, อหํ อนาตุโร. ตุเมฺห กามคุณปริเยสนุสฺสุกฺกา หุตฺวา วิหรถ, อหํ อนุสฺสุกฺโก วิหรามี’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๑๙๗. ‘‘สุสุขํ วต ชีวาม, เวริเนสุ อเวริโน,
เวริเนสุ มนุสฺเสสุ, วิหราม อเวริโน.
๑๙๘. ‘‘สุสุขํ วต ชีวาม, อาตุเรสุ อนาตุรา;
อาตุเรสุ มนุสฺเสสุ, วิหราม อนาตุรา.
๑๙๙. ‘‘สุสุขํ วต ชีวาม, อุสฺสุเกสุ อนุสฺสุกา;
อุสฺสุเกสุ มนุสฺเสสุ, วิหราม อนุสฺสุกา’’ติ.
ตตฺถ สุสุขนฺติ สุฏฺฐุ สุขํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เย คิหิโน สนฺธิจฺเฉทาทิวเสน, ปพฺพชิตา วา ปน เวชฺชกมฺมาทิวเสน ชีวิตวุตฺตึ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘สุเขน ชีวามา’’ติ วทนฺติ, เตหิ มยเมว สุสุขํ วต ชีวาม, เย มยํ ปญฺจหิ เวรีหิ เวริเนสุ มนุสฺเสสุ อเวริโน, กิเลสาตุเรสุ มนุสฺเสสุ นิกฺกิเลสตาย อนาตุรา, ปญฺจกามคุณปริเยสเน อุสฺสุเกสุ ตาย ปริเยสนาย อภาเวน อนุสฺสุกาติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
ญาติกลหวูปสมนวตฺถุ ปฐมํ.