๙. กสฺสปทสพลสฺส สุวณฺณเจติยวตฺถุ
ปูชารเหติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา จาริกํ จรมาโน กสฺสปทสพลสฺส สุวณฺณเจติยํ อารพฺภ กเถสิ.
ตถาคโต สาวตฺถิโต นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน พาราณสึ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค โตเทยฺยคามสฺส สมีเป มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร อญฺญตรํ เทวฏฺฐานํ สมฺปาปุณิ. ตตฺร นิสินฺโน สุคโต ธมฺมภณฺฑาคาริกํ เปเสตฺวา อวิทูเร กสิกมฺมํ กโรนฺตํ พฺราหฺมณํ ปกฺโกสาเปสิ. โส พฺราหฺมโณ อาคนฺตฺวา ตถาคตํ อนภิวนฺทิตฺวา ตเมว เทวฏฺฐานํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. สุคโตปิ ‘‘อิมํ ปเทสํ กินฺติ มญฺญสิ พฺราหฺมณา’’ติ อาห. อมฺหากํ ปเวณิยา อาคตเจติยฏฺฐานนฺติ วนฺทามิ, โภ โคตมาติ. ‘‘อิมํ ฐานํ วนฺทนฺเตน ตยา สาธุ กตํ พฺราหฺมณา’’ติ สุคโต ตํ สมฺปหํเสสิ. ตํ สุตฺวา ภิกฺขู ‘‘เกน นุ โข การเณน ภควา เอวํ สมฺปหํเสสี’’ติ สํสยํ สญฺชเนสุํ. ตโต ตถาคโต เตสํ สํสยมปเนตุํ มชฺฌิมนิกาเย ฆฏิการสุตฺตนฺตํ (ม. นิ. ๒.๒๘๒ อาทโย) วตฺวา อิทฺธานุภาเวน กสฺสปทสพลสฺส โยชนุพฺเพธํ กนกเจติยํ อปรญฺจ กนกเจติยํ อากาเส นิมฺมินิตฺวา มหาชนํ ทสฺเสตฺวา, ‘‘พฺราหฺมณ, เอวํวิธานํ ปูชารหานํ ปูชา ยุตฺตตราวา’’ติ วตฺวา มหาปรินิพฺพานสุตฺเต (ที. นิ. ๒.๒๐๖) ทสฺสิตนเยเนว พุทฺธาทิเก จตฺตาโร ถูปารเห ปกาเสตฺวา สรีรเจติยํ อุทฺทิสฺสเจติยํ ปริโภคเจติยนฺติ ตีณิ เจติยานิ วิเสสโต ปริทีเปตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๑๙๕. ‘‘ปูชารเห ปูชยโต, พุทฺเธ ยทิ จ สาวเก;
ปปญฺจสมติกฺกนฺเต, ติณฺณโสกปริทฺทเว.
๑๙๖. ‘‘เต ตาทิเส ปูชยโต, นิพฺพุเต อกุโตภเย;
น สกฺกา ปุญฺญํ สงฺขาตุํ, อิเมตฺตมปิ เกนจี’’ติ. (อป. เถร ๑.๑๐.๑-๒);
ตตฺถ ปูชิตุํ อรหา ปูชารหา, ปูชิตุํ ยุตฺตาติ อตฺโถ. ปูชารเห ปูชยโตติ อภิวาทนาทีหิ จ จตูหิ จ ปจฺจเยหิ ปูเชนฺตสฺส. ปูชารเห ทสฺเสติ พุทฺเธติอาทินา. พุทฺเธติ สมฺมาสมฺพุทฺเธ. ยทีติ ยทิ วา, อถ วาติ อตฺโถ. ตตฺถ ปจฺเจกพุทฺเธติ กถิตํ โหติ, สาวเก จ. ปปญฺจสมติกฺกนฺเตติ สมติกฺกนฺตตณฺหาทิฏฺฐิมานปปญฺเจ. ติณฺณโสกปริทฺทเวติ อติกฺกนฺตโสกปริทฺทเว, อิเม เทฺว อติกฺกนฺเตติ อตฺโถ. เอเตหิ ปูชารหตฺตํ ทสฺสิตํ.
เตติ พุทฺธาทโย. ตาทิเสติ วุตฺตคหณวเสน. นิพฺพุเตติ ราคาทินิพฺพุติยา. นตฺถิ กุโตจิ ภวโต วา อารมฺมณโต วา เอเตสํ ภยนฺติ อกุโตภยา, เต อกุโตภเย. น สกฺกา ปุญฺญํ สงฺขาตุนฺติ ปุญฺญํ คเณตุํ น สกฺกา. กถนฺติ เจ? อิเมตฺตมปิ เกนจีติ อิมํ เอตฺตกํ, อิมํ เอตฺตกนฺติ เกนจีติ อปิสทฺโท อิธ สมฺพนฺธิตพฺโพ, เกนจิ ปุคฺคเลน มาเนน วา. ตตฺถ ปุคฺคเลนาติ เตน พฺรหฺมาทินา. มาเนนาติ ติวิเธน มาเนน ตีรเณน ธารเณน ปูรเณน วา. ตีรณํ นาม อิทํ เอตฺตกนฺติ นยโต ตีรณํ. ธารณนฺติ ตุลาย ธารณํ. ปูรณํ นาม อฑฺฒปสตปตฺถนาฬิกาทิวเสน ปูรณํ. เกนจิ ปุคฺคเลน อิเมหิ ตีหิ มาเนหิ พุทฺธาทิเก ปูชยโต ปุญฺญํ วิปากวเสน คเณตุํ น สกฺกา ปริยนฺตรหิตโตติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ ปูชยโต กึ ทานํ ปฐมํ ธรมาเน พุทฺธาที ปูชยโต น สกฺกา ปุญฺญํ สงฺขาตุํ, ปุน เต ตาทิเส กิเลสปรินิพฺพานนิมิตฺเตน ขนฺธปรินิพฺพาเนน นิพฺพุเตปิ ปูชยโต น สกฺกา สงฺขาตุนฺติ เภทา ยุชฺชนฺติ. เตน หิ วิมานวตฺถุมฺหิ –
‘‘ติฏฺฐนฺเต นิพฺพุเต จาปิ, สเม จิตฺเต สมํ ผลํ;
เจโตปณิธิเหตุ หิ, สตฺตา คจฺฉนฺติ สุคฺคติ’’นฺติ. (วิ. ว. ๘๐๖);
เทสนาวสาเน โส พฺราหฺมโณ โสตาปนฺโน อโหสีติ. โยชนิกํ กนกเจติยํ สตฺตาหมากาเสว อฏฺฐาสิ, มหนฺเตน สมาคโม จาโหสิ, สตฺตาหํ เจติยํ นานปฺปกาเรน ปูเชสุํ. ตโต ภินฺนลทฺธิกานํ ลทฺธิเภโท ชาโต, พุทฺธานุภาเวน ตํ เจติยํ สกฏฺฐานเมว คตํ, ตตฺเถว ตํขเณ มหนฺตํ ปาสาณเจติยํ อโหสิ. ตสฺมึ สมาคเม จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.
กสฺสปทสพลสฺส สุวณฺณเจติยวตฺถุ นวมํ.
พุทฺธวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จุทฺทสโม วคฺโค.
ปฐมภาณวารํ นิฏฺฐิตํ.