๔. อานนฺทตฺเถรปญฺหวตฺถุ

สพฺพปาปสฺส อกรณนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถรสฺส ปญฺหํ อารพฺภ กเถสิ.

เถโร กิร ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺโน จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถารา สตฺตนฺนํ พุทฺธานํ มาตาปิตโร อายุปริจฺเฉโท โพธิ สาวกสนฺนิปาโต อคฺคสาวกสนฺนิปาโต อคฺคสาวกอุปฏฺฐาโกติ อิทํ สพฺพํ กถิตํ, อุโปสโถ ปน อกถิโต, กึ นุ โข เตสมฺปิ อยเมว อุโปสโถ, อญฺโญ’’ติ? โส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. ยสฺมา ปน เตสํ พุทฺธานํ กาลเภโทว อโหสิ, น กถาเภโท. วิปสฺสี สมฺมาสมฺพุทฺโธ หิ สตฺตเม สตฺตเม สํวจฺฉเร อุโปสถํ อกาสิ. เอกทิวสํ ทินฺโนวาโทเยว หิสฺส สตฺตนฺนํ สํวจฺฉรานํ อลํ โหติ. สิขี เจว เวสฺสภู จ ฉฏฺเฐ ฉฏฺเฐ สํวจฺฉเร อุโปสถํ กรึสุ, กกุสนฺโธ โกณาคมโน จ สํวจฺฉเร สํวจฺฉเร. กสฺสปทสพโล ฉฏฺเฐ ฉฏฺเฐ มาเส อุโปสถํ อกาสิ. เอกทิวสํ ทินฺโนวาโท เอว หิสฺส ฉนฺนํ มาสานํ อลํ อโหสิ. ตสฺมา สตฺถา เตสํ อิมํ กาลเภทํ อาโรเจตฺวา ‘‘โอวาทคาถา ปน เนสํ อิมาเยวา’’ติ วตฺวา สพฺเพสํ เอกเมว อุโปสถํ อาวิ กโรนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –

๑๘๓. ‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณํ, กุสลสฺส อุปสมฺปทา;

สจิตฺตปริโยทปนํ, เอตํ พุทฺธาน สาสนํ.

๑๘๔. ‘‘ขนฺตี ปรมํ ตโป ติติกฺขา,

นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา;

น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี,

น สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต.

๑๘๕. ‘‘อนูปวาโท อนูปฆาโต, ปาติโมกฺเข จ สํวโร;

มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ, ปนฺตญฺจ สยนาสนํ;

อธิจิตฺเต จ อาโยโค, เอตํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ.

ตตฺถ สพฺพปาปสฺสาติ สพฺพสฺส อกุสลกมฺมสฺส. อุปสมฺปทาติ อภินิกฺขมนโต ปฏฺฐาย ยาว อรหตฺตมคฺคา กุสลสฺส อุปฺปาทนญฺเจว อุปฺปาทิตสฺส จ ภาวนา. สจิตฺตปริโยทปนนฺติ ปญฺจหิ นีวรเณหิ อตฺตโน จิตฺตสฺส โวทาปนํ. เอตํ พุทฺธาน สาสนนฺติ สพฺพพุทฺธานํ อยมนุสิฏฺฐิ.

ขนฺตีติ ยา เอสา ติติกฺขาสงฺขาตา ขนฺตี นาม, อิทํ อิมสฺมึ สาสเน ปรมํ อุตฺตมํ ตโป. นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธาติ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ อนุพุทฺธา จาติ อิเม ตโย พุทฺธา นิพฺพานํ อุตฺตมนฺตี วทนฺติ. น หิ ปพฺพชิโตติ ปาณิอาทีหิ ปรํ อปหนนฺโต วิเหเฐนฺโต ปรูปฆาตี ปพฺพชิโต นาม น โหติ. น สมโณติ วุตฺตนเยเนว ปรํ วิเหฐยนฺโต สมโณปิ น โหติเยว.

อนูปวาโทติ อนูปวาทนญฺเจว อนูปวาทาปนญฺจ. อนูปฆาโตติ อนูปฆาตนญฺเจว อนูปฆาตาปนญฺจ. ปาติโมกฺเขติ เชฏฺฐกสีเล. สํวโรติ ปิทหนํ. มตฺตญฺญุตาติ มตฺตญฺญุภาโว ปมาณชานนํ. ปนฺตนฺติ วิวิตฺตํ. อธิจิตฺเตติ อฏฺฐสมาปตฺติสงฺขาเต อธิจิตฺเต. อาโยโคติ ปโยคกรณํ. เอตนฺติ เอตํ สพฺเพสํ พุทฺธานํ สาสนํ. เอตฺถ หิ อนูปวาเทน วาจสิกํ สีลํ กถิตํ, อนูปฆาเตน กายิกสีลํ, ‘‘ปาติโมกฺเข จ สํวโร’’ติ สีลํ กถิตํ, อนูปฆาเตน กายิกสีลํ, ‘‘ปาติโมกฺเข จ สํวโร’’ติ อิมินา ปาติโมกฺขสีลญฺเจว อินฺทฺริยสํวรญฺจ, มตฺตญฺญุตาย อาชีวปาริสุทฺธิ เจว ปจฺจยสนฺนิสิตสีลญฺจ, ปนฺตเสนาสเนน สปฺปายเสนาสนํ, อธิจิตฺเตน อฏฺฐ สมาปตฺติโย. เอวํ อิมาย คาถาย ติสฺโสปิ สิกฺขา กถิตา เอว โหนฺตีติ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

อานนฺทตฺเถรปญฺหวตฺถุ จตุตฺถํ.