๖. มลฺลิกาเทวีวตฺถุ

ชีรนฺติ เวติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มลฺลิกํ เทวึ อารพฺภ กเถสิ.

สา กิร เอกทิวสํ นฺหานโกฏฺฐกํ ปวิฏฺฐา มุขํ โธวิตฺวา โอนตสรีรา ชงฺฆํ โธวิตุํ อารภิ. ตาย จ สทฺธึเยว ปวิฏฺโฐ เอโก วลฺลภสุนโข อตฺถิ. โส ตํ ตถา โอนตํ ทิสฺวา อสทฺธมฺมสนฺถวํ กาตุํ อารภิ. สา ผสฺสํ สาทิยนฺตี อฏฺฐาสิ. ราชาปิ อุปริปาสาเท วาตปาเนน โอโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา ตโต อาคตกาเล ‘‘นสฺส, วสลิ, กสฺมา เอวรูปมกาสี’’ติ อาห. กึ มยา กตํ, เทวาติ. สุนเขน สทฺธึ สนฺถโวติ. นตฺเถตํ, เทวาติ. มยา สามํ ทิฏฺฐํ, นาหํ ตว สทฺทหิสฺสามิ, นสฺส, วสลีติ. ‘‘มหาราช, โย โกจิ อิมํ โกฏฺฐกํ ปวิฏฺโฐ อิมินา วาตปาเนน โอโลเกนฺตสฺส เอโกว ทฺวิธา ปญฺญายตี’’ติ อภูตํ กเถสิ. เทว, สเจ เม สทฺทหสิ, เอตํ โกฏฺฐกํ ปวิส, อหํ ตํ อิมินา วาตปาเนน โอโลเกสฺสามีติ. ราชา มูฬฺหธาตุโก ตสฺสา วจนํ สทฺทหิตฺวา โกฏฺฐกํ ปาวิสิ. สาปิ โข เทวี วาตปาเน ฐตฺวา โอโลเกนฺตี ‘‘อนฺธพาล, มหาราช, กึ นาเมตํ, อชิกาย สทฺธึ สนฺถวํ กโรสี’’ติ อาห. ‘‘นาหํ, ภทฺเท, เอวรูปํ กโรมี’’ติ จ วุตฺเตปิ ‘‘มยา สามํ ทิฏฺฐํ, นาหํ ตว สทฺทหิสฺสามี’’ติ อาห.

ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘อทฺธา อิมํ โกฏฺฐกํ ปวิฏฺโฐ เอโกว ทฺวิธา ปญฺญายตี’’ติ สทฺทหิ. มลฺลิกา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ราชา อนฺธพาลตาย มยา วญฺจิโต, ปาปํ เม กตํ, อยญฺจ เม อภูเตน อพฺภาจิกฺขิโต, อิทํ เม กมฺมํ สตฺถาปิ ชานิสฺสติ, เทฺว อคฺคสาวกาปิ อสีติ มหาสาวกาปิ ชานิสฺสนฺติ, อโห วต เม ภาริยํ กมฺมํ กต’’นฺติ. อยํ กิร รญฺโญ อสทิสทาเน สหายิกา อโหสิ. ตตฺถ จ เอกทิวสํ กตปริจฺจาโค ธนสฺส จุทฺทสโกฏิอคฺฆนโก อโหสิ. ตถาคตสฺส เสตจฺฉตฺตํ นิสีทนปลฺลงฺโก อาธารโก ปาทปีฐนฺติ อิมานิ ปน จตฺตาริ อนคฺฆาเนว อเหสุํ. สา มรณกาเล เอวรูปํ มหาปริจฺจาคํ นานุสฺสริตฺวา ตเทว ปาปกมฺมํ อนุสฺสรนฺตี กาลํ กตฺวา อวีจิมฺหิ นิพฺพตฺติ. รญฺโญ ปน สา อติวิย ปิยา อโหสิ. โส พลวโสกาภิภูโต ตสฺสา สรีรกิจฺจํ กาเรตฺวา ‘‘นิพฺพตฺตฏฺฐานมสฺสา ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ สตฺถุ สนฺติกํ อคมาสิ. สตฺถา ยถา โส อาคตการณํ น สรติ, ตถา อกาสิ. โส สตฺถุ สนฺติเก สารณียธมฺมกถํ สุตฺวา เคหํ ปวิฏฺฐกาเล สริตฺวา ‘‘อหํ ภเณ มลฺลิกาย นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ปุจฺฉิสฺสามีติ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปมุฏฺโฐ, เสฺว ปุน ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ ปุนทิวเสปิ อคมาสิ. สตฺถาปิ ปฏิปาฏิยา สตฺต ทิวสานิ ยถา โส น สรติ, ตถา อกาสิ. สาปิ สตฺตาหเมว นิรเย ปจฺจิตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส ตโต จุตา ตุสิตภวเน นิพฺพตฺติ. กสฺมา ปนสฺส สตฺถา อสรณภาวํ อกาสีติ? สา กิร ตสฺส อติวิย ปิยา อโหสิ มนาปา, ตสฺมา ตสฺสา นิรเย นิพฺพตฺตภาวํ สุตฺวา ‘‘สเจ เอวรูปา สทฺธาสมฺปนฺนา นิรเย นิพฺพตฺตา, ทานํ ทตฺวา กึ กริสฺสามี’’ติ มิจฺฉาทิฏฺฐึ คเหตฺวา ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ เคเห ปวตฺตํ นิจฺจภตฺตํ หราเปตฺวา นิรเย นิพฺพตฺเตยฺย, เตนสฺส สตฺถา สตฺตาหํ อสรณภาวํ กตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส ปิณฺฑาย จรนฺโต สยเมว ราชกุลทฺวารํ อคมาสิ.

ราชา ‘‘สตฺถา อาคโต’’ติ สุตฺวา นิกฺขมิตฺวา ปตฺตํ อาทาย ปาสาทํ อภิรุหิตุํ อารภิ. สตฺถา ปน รถสาลาย นิสีทิตุํ อาการํ ทสฺเสสิ. ราชา สตฺถารํ ตตฺเถว นิสีทาเปตฺวา ยาคุขชฺชเกน ปฏิมาเนตฺวา วนฺทิตฺวา นิสินฺโนว อหํ, ภนฺเต, มลฺลิกาย เทวิยา นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ปุจฺฉิสฺสามีติ คนฺตฺวา ปมุฏฺโฐ, กตฺถ นุ โข สา, ภนฺเต, นิพฺพตฺตาติ. ตุสิตภวเน, มหาราชาติ, ภนฺเต, ตาย ตุสิตภวเน อนิพฺพตฺตนฺติยา โก อญฺโญ นิพฺพตฺติสฺสติ, ภนฺเต, นตฺถิ ตาย สทิสา อิตฺถี. ตสฺสา หิ นิสินฺนฏฺฐานาทีสุ ‘‘เสฺว ตถาคตสฺส อิทํ ทสฺสามิ, อิทํ กริสฺสามี’’ติ ทานสํวิธานํ ฐเปตฺวา อญฺญํ กิจฺจเมว นตฺถิ, ภนฺเต, ตสฺสา ปรโลกํ คตกาลโต ปฏฺฐาย สรีรํ เม น วหตีติ. อถ นํ สตฺถา ‘‘มา จินฺตยิ, มหาราช, สพฺเพสํ ธุวธมฺโม อย’’นฺติ วตฺวา ‘‘อยํ, มหาราช, รโถ กสฺสา’’ติ ปุจฺฉิ. ตํ สุตฺวา ราชา สิรสฺมึ อญฺชลึ ปติฏฺฐาเปตฺวา ‘‘ปิตามหสฺส เม, ภนฺเต’’ติ อาห. ‘‘อยํ กสฺสา’’ติ? ‘‘ปิตุ เม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อยํ ปน รโถ กสฺสา’’ติ? ‘‘มม, ภนฺเต’’ติ. เอวํ วุตฺเต สตฺถา, ‘‘มหาราช, ตว ปิตามหสฺส รโถ เตเนวากาเรน ตว ปิตุ รถํ น ปาปุณิ, ตว ปิตุ รโถ ตว รถํ น ปาปุณิ, เอวรูปสฺส นาม กฏฺฐกลิงฺครสฺสาปิ ชรา อาคจฺฉติ, กิมงฺคํ ปน อตฺตภาวสฺส. มหาราช, สปฺปุริสธมฺมสฺเสว หิ ชรา นตฺถิ, สตฺตา ปน อชีรกา นาม นตฺถี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๑๕๑. ‘‘ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา,

อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ;

สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ,

สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺตี’’ติ.

ตตฺถ เวติ นิปาโต. สุจิตฺตาติ สตฺตหิ รตเนหิ อปเรหิ จ รถาลงฺกาเรหิ สุฏฺฐุ จิตฺติตา ราชูนํ รถาปิ ชีรนฺติ. สรีรมฺปีติ น เกวลํ รถา เอว, อิทํ สุปฺปฏิชคฺคิตํ สรีรมฺปิ ขณฺฑิจฺจาทีนิ ปาปุณนฺตํ ชรํ อุเปติ. สตญฺจาติ พุทฺธาทีนํ ปน สนฺตานํ นววิโธ โลกุตฺตรธมฺโม จ กิญฺจิ อุปฆาตํ น อุเปตีติ น ชรํ อุเปติ นาม. ปเวทยนฺตีติ เอวํ สนฺโต พุทฺธาทโย สพฺภิ ปณฺฑิเตหิ สทฺธึ กเถนฺตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

มลฺลิกาเทวีวตฺถุ ฉฏฺฐํ.