๑. ฉพฺพคฺคิยภิกฺขุวตฺถุ

สพฺเพ ตสนฺตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ.

เอกสฺมิญฺหิ สมเย สตฺตรสวคฺคิเยหิ เสนาสเน ปฏิชคฺคิเต ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ‘‘นิกฺขมถ, มยํ มหลฺลกตรา, อมฺหากํ เอตํ ปาปุณาตี’’ติ วตฺวา เตหิ ‘‘น มยํ ทสฺสาม, อเมฺหหิ ปฐมํ ปฏิชคฺคิต’’นฺติ วุตฺเต เต ภิกฺขู ปหรึสุ. สตฺตรสวคฺคิยา มรณภยตชฺชิตา มหาวิรวํ วิรวึสุ. สตฺถา เตสํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘กึ อิท’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิทํ นามา’’ติ อาโรจิเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิโต ปฏฺฐาย ภิกฺขุนา นาม เอวํ กตฺตพฺพํ, โย กโรติ, โส อิมํ นาม อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ ปหารทานสิกฺขาปทํ (ปาจิ. ๔๔๙ อาทโย) ปญฺญาเปตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา นาม ‘ยถา อหํ, ตเถว อญฺเญปิ ทณฺฑสฺส ตสนฺติ, มจฺจุโน ภายนฺตี’ติ ญตฺวา ปโร น ปหริตพฺโพ, น ฆาเตตพฺโพ’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๒๙. ‘‘สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน;

อตฺตานํ อุปมํ กตฺวา, น หเนยฺย น ฆาตเย’’ติ.

ตตฺถ สพฺเพ ตสนฺตีติ สพฺเพปิ สตฺตา อตฺตนิ ทณฺเฑ ปตนฺเต ตสฺส ทณฺฑสฺส ตสนฺติ. มจฺจุโนติ มรณสฺสาปิ ภายนฺติเยว. อิมิสฺสา จ เทสนาย พฺยญฺชนํ นิรวเสสํ, อตฺโถ ปน สาวเสโส. ยถา หิ รญฺญา ‘‘สพฺเพ สนฺนิปตนฺตู’’ติ เภริยา จราปิตายปิ ราชมหามตฺเต ฐเปตฺวา เสสา สนฺนิปตนฺติ, เอวมิธ ‘‘สพฺเพ ตสนฺตี’’ติ วุตฺเตปิ หตฺถาชาเนยฺโย อสฺสาชาเนยฺโย อุสภาชาเนยฺโย ขีณาสโวติ อิเม จตฺตาโร ฐเปตฺวา อวเสสาว ตสนฺตีติ เวทิตพฺพา. อิเมสุ หิ ขีณาสโว สกฺกายทิฏฺฐิยา ปหีนตฺตา มรณกสตฺตํ อปสฺสนฺโต น ภายติ, อิตเร ตโย สกฺกายทิฏฺฐิยา พลวตฺตา อตฺตโน ปฏิปกฺขภูตํ สตฺตํ อปสฺสนฺตา น ภายนฺตีติ. น หเนยฺย น ฆาตเยติ ยถา อหํ, เอวํ อญฺเญปิ สตฺตาติ เนว ปรํ ปหเรยฺย น ปหราเปยฺยาติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ฉพฺพคฺคิยภิกฺขุวตฺถุ ปฐมํ.