๒. มหากสฺสปตฺเถรวตฺถุ

อุยฺยุญฺชนฺตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต มหากสฺสปตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

เอกสฺมิญฺหิ สมเย สตฺถา ราชคเห วุฏฺฐวสฺโส ‘‘อทฺธมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสามี’’ติ ภิกฺขูนํ อาโรจาเปสิ. วตฺตํ กิเรตํ พุทฺธานํ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จาริกํ จริตุกามานํ ‘‘เอวํ ภิกฺขู อตฺตโน ปตฺตปจนจีวรรชนาทีนิ กตฺวา สุขํ คมิสฺสนฺตี’’ติ ‘‘อิทานิ อทฺธมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสามี’’ติ ภิกฺขูนํ อาโรจาปนํ. ภิกฺขูสุ ปน อตฺตโน ปตฺตจีวราทีนิ กโรนฺเตสุ มหากสฺสปตฺเถโรปิ จีวรานิ โธวิ. ภิกฺขู อุชฺฌายึสุ ‘‘เถโร กสฺมา จีวรานิ โธวติ, อิมสฺมึ นคเร อนฺโต จ พหิ จ อฏฺฐารส มนุสฺสโกฏิโย วสนฺติ. ตตฺถ เย เถรสฺส น ญาตกา, เต อุปฏฺฐากา, เย น อุปฏฺฐากา, เต ญาตกา. เต เถรสฺส จตูหิ ปจฺจเยหิ สมฺมานสกฺการํ กโรนฺติ. เอตฺตกํ อุปการํ ปหาย เอส กหํ คมิสฺสติ? สเจปิ คจฺเฉยฺย, มาปมาทกนฺทรโต ปรํ น คมิสฺสตี’’ติ. สตฺถา กิร ยํ กนฺทรํ ปตฺวา นิวตฺเตตพฺพยุตฺตเก ภิกฺขู ‘‘ตุเมฺห อิโต นิวตฺตถ, มา ปมชฺชิตฺถา’’ติ วทติ. ตํ ‘‘มาปมาทกนฺทร’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

สตฺถาปิ จาริกํ ปกฺกมนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อิมสฺมึ นคเร อนฺโต จ พหิ จ อฏฺฐารส มนุสฺสโกฏิโย วสนฺติ. มนุสฺสานํ มงฺคลามงฺคลฏฺฐาเนสุ ภิกฺขูหิ คนฺตพฺพํ โหติ, น สกฺกา วิหารํ ตุจฺฉํ กาตุํ, กํ นุ โข นิวตฺเตสฺสามี’’ติ? อถสฺส เอตทโหสิ –‘‘กสฺสปสฺส เหเต มนุสฺสา ญาตกา จ อุปฏฺฐากา จ, กสฺสปํ นิวตฺเตตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส เถรํ อาห – ‘‘กสฺสป, น สกฺกา วิหารํ ตุจฺฉํ กาตุํ, มนุสฺสานํ มงฺคลามงฺคลฏฺฐาเนสุ ภิกฺขูหิ อตฺโถ โหติ, ตฺวํ อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ นิวตฺตสฺสู’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ เถโร ปริสํ อาทาย นิวตฺติ. ภิกฺขู อุปชฺฌายึสุ ‘‘ทิฏฺฐํ โว, อาวุโส, นนุ อิทาเนว อเมฺหหิ วุตฺตํ ‘มหากสฺสโป กสฺมา จีวรานิ โธวติ, น เอโส สตฺถารา สทฺธึ คมิสฺสตี’ติ, ยํ อเมฺหหิ วุตฺตํ, ตเทว ชาต’’นฺติ. สตฺถา ภิกฺขูนํ กถํ สุตฺวา นิวตฺติตฺวา ฐิโต อาห – ‘‘ภิกฺขเว, กึ นาเมตํ กเถถา’’ติ? ‘‘มหากสฺสปตฺเถรํ อารพฺภ กเถม, ภนฺเต’’ติ อตฺตนา กถิตนิยาเมเนว สพฺพํ อาโรเจสุํ. ตํ สุตฺวา สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, ตุเมฺห กสฺสปํ ‘กุเลสุ จ ปจฺจเยสุ จ ลคฺโค’ติ วเทถ, โส ‘มม วจนํ กริสฺสามี’ติ นิวตฺโต. เอโส หิ ปุพฺเพ ปตฺถนํ กโรนฺโตเยว ‘จตูสุ ปจฺจเยสุ อลคฺโค จนฺทูปโม หุตฺวา กุลานิ อุปสงฺกมิตุํ สมตฺโถ ภเวยฺย’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. นตฺเถตสฺส กุเล วา ปจฺจเย วา ลคฺโค, อหํ จนฺโทปมปฺปฏิปทญฺเจว (สํ. นิ. ๒.๑๔๖) อริยวํสปฺปฏิปทญฺจ กเถนฺโต มม ปุตฺตํ กสฺสปํ อาทึ กตฺวา กเถสิ’’นฺติ อาห.

ภิกฺขู สตฺถารํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, กทา ปน เถเรน ปตฺถนา ฐปิตา’’ติ? ‘‘โสตุกามาตฺถ, ภิกฺขเว’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. สตฺถา เตสํ, ‘‘ภิกฺขเว, อิโต กปฺปสตสหสฺสมตฺถเก ปทุมุตฺตโร นาม พุทฺโธ โลเก อุทปาที’’ติ วตฺวา ปทุมุตฺตรปาทมูเล เตน ฐปิตปตฺถนํ อาทึ กตฺวา สพฺพํ เถรสฺส ปุพฺพจริตํ กเถสิ. ตํ เถรปาฬิยํ (เถรคา. ๑๐๕๔ อาทโย) วิตฺถาริตเมว. สตฺถา ปน อิมํ เถรสฺส ปุพฺพจริตํ วิตฺถาเรตฺวา ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, อหํ จนฺโทปมปฺปฏิปทญฺเจว อริยวํสปฺปฏิปทญฺจ มม ปุตฺตํ กสฺสปํ อาทึ กตฺวา กเถสึ, มม ปุตฺตสฺส กสฺสปสฺส ปจฺจเยสุ วา กุเลสุ วา วิหาเรสุ วา ปริเวเณสุ วา ลคฺโค นาม นตฺถิ, ปลฺลเล โอตริตฺวา ตตฺถ จริตฺวา คจฺฉนฺโต ราชหํโส วิย กตฺถจิ อลคฺโคเยว มม ปุตฺโต’’ติ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๙๑. ‘‘อุยฺยุญฺชนฺติ สตีมนฺโต, น นิเกเต รมนฺติ เต;

หํสาว ปลฺลลํ หิตฺวา, โอกโมกํ ชหนฺติ เต’’ติ.

ตตฺถ อุยฺยุญฺชนฺติ สตีมนฺโตติ สติเวปุลฺลปฺปตฺตา ขีณาสวา อตฺตนา ปฏิวิทฺธคุเณสุ ฌานวิปสฺสนาทีสุ อาวชฺชนสมาปชฺชนวุฏฺฐานาธิฏฺฐานปจฺจเวกฺขณาหิ ยุญฺชนฺติ ฆเฏนฺติ. น นิเกเต รมนฺติ เตติ เตสํ อาลเย รติ นาม นตฺถิ. หํสาวาติ เทสนาสีสเมตํ, อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – ยถา โคจรสมฺปนฺเน ปลฺลเล สกุณา อตฺตโน โคจรํ คเหตฺวา คมนกาเล ‘‘มม อุทกํ, มม ปทุมํ, มม อุปฺปลํ, มม กณฺณิกา’’ติ ตสฺมึ ฐาเน กญฺจิ อาลยํ อกตฺวา อนเปกฺขาว ตํ ฐานํ ปหาย อุปฺปติตฺวา อากาเส กีฬมานา คจฺฉนฺติ; เอวเมวํ ขีณาสวา ยตฺถ กตฺถจิ วิหรนฺตาปิ กุลาทีสุ อลคฺคา เอว วิหริตฺวา คมนสมเยปิ ตํ ฐานํ ปหาย คจฺฉนฺตา ‘‘มม วิหาโร, มม ปริเวณํ, มมูปฏฺฐากา’’ติ อนาลยา อนุเปกฺขาว คจฺฉนฺติ. โอกโมกนฺติ อาลยาลยํ, สพฺพาลเย ปริจฺจชนฺตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

มหากสฺสปตฺเถรวตฺถุ ทุติยํ.