๑๐. ธมฺมสฺสวนวตฺถุ

อปฺปกา เต มนุสฺเสสูติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ธมฺมสฺสวนํ อารพฺภ กเถสิ.

สาวตฺถิยํ กิร เอกวีถิวาสิโน มนุสฺสา สมคฺคา หุตฺวา คณพนฺเธน ทานํ ทตฺวา สพฺพรตฺตึ ธมฺมสฺสวนํ กาเรสุํ, สพฺพรตฺตึ ปน ธมฺมํ โสตุํ นาสกฺขึสุ. เอกจฺเจ กามรตินิสฺสิตา หุตฺวา, ปุน เคหเมว คตา, เอกจฺเจ โทสนิสฺสิตา หุตฺวา, เอกจฺเจ มานนิสฺสิตา หุตฺวา, เอกจฺเจ ถินมิทฺธสมงฺคิโน หุตฺวา ตตฺเถว นิสีทิตฺวา ปจลายนฺตา โสตุํ นาสกฺขึสุ. ปุนทิวเส ภิกฺขู ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘ภิกฺขเว, อิมา สตฺตา นาม เยภุยฺเยน ภวนิสฺสิตา, ภเวสุ เอว ลคฺคา วิหรนฺติ, ปารคามิโน นาม อปฺปกา’’ติ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อาห –

๘๕. ‘‘อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ, เย ชนา ปารคามิโน;

อถายํ อิตรา ปชา, ตีรเมวานุธาวติ.

๘๖. ‘‘เย จ โข สมฺมทกฺขาเต, ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน;

เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ, มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตร’’นฺติ.

ตตฺถ อปฺปกาติ โถกา น พหู. ปารคามิโนติ นิพฺพานปารคามิโน. อถายํ อิตรา ปชาติ ยา ปนายํ อวเสสา ปชา สกฺกายทิฏฺฐิตีรเมว อนุธาวติ, อยเมว พหุตราติ อตฺโถ. สมฺมทกฺขาเตติ สมฺมา อกฺขาเต สุกถิเต. ธมฺเมติ เทสนาธมฺเม. ธมฺมานุวตฺติโนติ ตํ ธมฺมํ สุตฺวา ตทนุจฺฉวิกํ ปฏิปทํ ปูเรตฺวา มคฺคผลสจฺฉิกรเณน ธมฺมานุวตฺติโน. ปารเมสฺสนฺตีติ เต เอวรูปา ชนา นิพฺพานปารํ คมิสฺสนฺติ. มจฺจุเธยฺยนฺติ กิเลสมารสงฺขาตสฺส มจฺจุสฺส นิวาสฏฺฐานภูตํ เตภูมิกวฏฺฏํ. สุทุตฺตรนฺติ เย ชนา ธมฺมานุวตฺติโน, เต เอตํ สุทุตฺตรํ ทุรติกฺกมํ มารเธยฺยํ ตริตฺวา อติกฺกมิตฺวา นิพฺพานปารํ คมิสฺสนฺตีติ อตฺโถ.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

ธมฺมสฺสวนวตฺถุ ทสมํ.