๗. สุปฺปพุทฺธกุฏฺฐิวตฺถุ
จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต สุปฺปพุทฺธกุฏฺฐึ อารพฺภ กเถสิ. สุปฺปพุทฺธกุฏฺฐิวตฺถุ อุทาเน (อุทา. ๔๓) อาคตเมว.
ตทา หิ สุปฺปพุทฺธกุฏฺฐิ ปริสปริยนฺเต นิสินฺโน ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา อตฺตนา ปฏิลทฺธคุณํ สตฺถุ อาโรเจตุกาโม ปริสมชฺเฌ โอคาหิตุํ อวิสหนฺโต มหาชนสฺส สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อนุคนฺตฺวา นิวตฺตนกาเล วิหารํ อคมาสิ. ตสฺมึ ขเณ สกฺโก เทวราชา ‘‘อยํ สุปฺปพุทฺธกุฏฺฐิ อตฺตโน สตฺถุ สาสเน ปฏิลทฺธคุณํ ปากฏํ กาตุกาโม’’ติ ญตฺวา ‘‘วีมํสิสฺสามิ น’’นฺติ คนฺตฺวา อากาเส ฐิโตว เอตทโวจ – ‘‘สุปฺปพุทฺธ, ตฺวํ มนุสฺสทลิทฺโท มนุสฺสวราโก, อหํ เต อปริยนฺตํ ธนํ ทสฺสามิ, ‘พุทฺโธ น พุทฺโธ, ธมฺโม น ธมฺโม, สงฺโฆ น สงฺโฆ, อลํ เม พุทฺเธน, อลํ เม ธมฺเมน, อลํ เม สงฺเฆนา’ติ วเทหี’’ติ. อถ นํ โส อาห – ‘‘โกสิ ตฺว’’นฺติ? ‘‘อหํ สกฺโก’’ติ. อนฺธพาล, อหิริก ตฺวํ มยา สทฺธึ กเถตุํ น ยุตฺตรูโป, ตฺวํ มํ ‘‘ทุคฺคโต ทลิทฺโท กปโณ’’ติ วเทสิ, เนวาหํ ทุคฺคโต, น ทลิทฺโท, สุขปฺปตฺโต อหมสฺมิ มหทฺธโน –
‘‘สทฺธาธนํ สีลธนํ, หิรี โอตฺตปฺปิยํ ธนํ;
สุตธนญฺจ จาโค จ, ปญฺญา เว สตฺตมํ ธนํ.
‘‘ยสฺส เอเต ธนา อตฺถิ, อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา;
‘อทลิทฺโท’ติ ตํ อาหุ, อโมฆํ ตสฺส ชีวิต’’นฺติ. (อ. นิ. ๗.๕-๖) –
อิมานิ เม สตฺตวิธอริยธนานิ สนฺติ, เยสญฺหิ อิมานิ สตฺต ธนานิ สนฺติ, น เต พุทฺเธหิ วา ปจฺเจกพุทฺเธหิ วา ‘‘ทลิทฺทา’’ติ วุจฺจนฺตีติ. สกฺโก ตสฺส กถํ สุตฺวา ตํ อนฺตรามคฺเค โอหาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สพฺพํ ตํ วจนปฏิวจนํ อาโรเจสิ. อถ นํ ภควา อาห – ‘‘น โข, สกฺก, สกฺกา ตาทิสานํ สเตนปิ สหสฺเสนปิ สุปฺปพุทฺธกุฏฺฐึ ‘พุทฺโธ น พุทฺโธ’ติ วา, ‘ธมฺโม น ธมฺโม’ติ วา, ‘สงฺโฆ น สงฺโฆ’ติ วา กถาเปตุ’’นฺติ. สุปฺปพุทฺโธปิ โข กุฏฺฐิ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถารา กตปฏิสนฺถาโร สมฺโมทมาโน อตฺตนา ปฏิลทฺธคุณํ อาโรเจตฺวา วุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. อถ นํ อจิรปกฺกนฺตํ คาวี ตรุณวจฺฉา ชีวิตา โวโรเปสิ.
สา กิร เอกา ยกฺขินี ปุกฺกุสาติกุลปุตฺตํ, พาหิยํ ทารุจีริยํ, ตมฺพทาฐิกโจรฆาตกํ, สุปฺปพุทฺธกุฏฺฐินฺติ อิเมสํ จตุนฺนํ ชนานํ อเนกสเต อตฺตภาเว คาวี หุตฺวา ชีวิตา โวโรเปสิ. เต กิร อตีเต จตฺตาโร เสฏฺฐิปุตฺตา หุตฺวา เอกํ นครโสภินึ คณิกํ อุยฺยานํ เนตฺวา ทิวสํ สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา สายนฺหสมเย เอวํ สมฺมนฺตยึสุ – ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน อญฺโญ นตฺถิ, อิมิสฺสา อเมฺหหิ ทินฺนํ กหาปณสหสฺสญฺจ สพฺพญฺจ ปสาธนภณฺฑํ คเหตฺวา อิมํ มาเรตฺวา คจฺฉามา’’ติ. สา เตสํ กถํ สุตฺวา ‘‘อิเม นิลฺลชฺชา, มยา สทฺธึ อภิรมิตฺวา อิทานิ มํ มาเรตุกามา, ชานิสฺสามิ เนสํ กตฺตพฺพยุตฺตก’’นฺติ เตหิ มาริยมานา ‘‘อหํ ยกฺขินี หุตฺวา ยถา มํ เอเต มาเรนฺติ, เอวเมว เต มาเรตุํ สมตฺถา ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. ตสฺส นิสฺสนฺเทน อิเม มาเรสิ. สมฺพหุลา ภิกฺขู ตสฺส กาลกิริยํ ภควโต อาโรเจตฺวา ‘‘ตสฺส กา คติ, เกน จ การเณน กุฏฺฐิภาวํ ปตฺโต’’ติ ปุจฺฉึสุ. สตฺถา โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา ตสฺส ตาวตึสภวเน อุปฺปนฺนภาวญฺจ ตครสิขิปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา นิฏฺฐุภิตฺวา อปสพฺยํ กตฺวา ทีฆรตฺตํ นิรเย ปจฺจิตฺวา วิปากาวเสเสน อิทานิ กุฏฺฐิภาวปฺปตฺติญฺจ พฺยากริตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, อิเม สตฺตา อตฺตนาว อตฺตโน กฏุกวิปากกมฺมํ กโรนฺตา วิจรนฺตี’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา อุตฺตริ ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
๖๖. ‘‘จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา, อมิตฺเตเนว อตฺตนา;
กโรนฺตา ปาปกํ กมฺมํ, ยํ โหติ กฏุกปฺผล’’นฺติ.
ตตฺถ จรนฺตีติ จตูหิ อิริยาปเถหิ อกุสลเมว กโรนฺตา วิจรนฺติ. พาลาติ อิธโลกตฺถญฺจ ปรโลกตฺถญฺจ อชานนฺตา อิธ พาลา นาม. ทุมฺเมธาติ ทุปฺปญฺญา. อมิตฺเตเนว อตฺตนาติ อตฺตนา อมิตฺตภูเตน วิย เวรินา หุตฺวา. กฏุกปฺผลนฺติ ติขิณผลํ ทุกฺขผลนฺติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
สุปฺปพุทฺธกุฏฺฐิวตฺถุ สตฺตมํ.