๔. คณฺฐิเภทกโจรวตฺถุ
โย พาโลติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต คณฺฐิเภทกโจเร อารพฺภ กเถสิ.
เต กิร เทฺว สหายกา ธมฺมสฺสวนตฺถาย คจฺฉนฺเตน มหาชเนน สทฺธึ เชตวนํ คนฺตฺวา เอโก ธมฺมกถํ อสฺโสสิ, เอโก อตฺตโน คยฺหูปคํ โอโลเกสิ. เตสุ เอโก ธมฺมํ สุณมาโน โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ, อิตโร เอกสฺส ทุสฺสนฺเต พทฺธํ ปญฺจมาสกมตฺตํ ลภิ. ตสฺส ตํ เคเห ปากภตฺตํ ชาตํ, อิตรสฺส เคเห น ปจฺจติ. อถ นํ สหายกโจโร อตฺตโน ภริยาย สทฺธึ อุปฺปณฺฑยมาโน ‘‘ตฺวํ อติปณฺฑิตตาย อตฺตโน เคเห ปากภตฺตมูลมฺปิ น นิปฺผาเทสี’’ติ อาห. อิตโร ปน ‘‘พาลภาเวเนว วตายํ อตฺตโน ปณฺฑิตภาวํ มญฺญตี’’ติ ตํ ปวตฺตึ สตฺถุ อาโรเจตุํ ญาตีหิ สทฺธึ เชตวนํ คนฺตฺวา อาโรเจสิ. สตฺถา ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
๖๓. ‘‘โย พาโล มญฺญติ พาลฺยํ, ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส;
พาโล จ ปณฺฑิตมานี, ส เว ‘พาโล’ติ วุจฺจตี’’ติ.
ตตฺถ โย พาโลติ โย อนฺธพาโล อปณฺฑิโต สมาโน ‘‘พาโล อห’’นฺติ อตฺตโน พาลฺยํ พาลภาวํ มญฺญติ ชานาติ. เตน โสติ เตน การเณน โส ปุคฺคโล ปณฺฑิโต วาปิ โหติ ปณฺฑิตสทิโส วา. โส หิ ‘‘พาโล อห’’นฺติ ชานมาโน อญฺญํ ปณฺฑิตํ อุปสงฺกมนฺโต ปยิรุปาสนฺโต เตน ปณฺฑิตภาวตฺถาย โอวทิยมาโน อนุสาสิยมาโน ตํ โอวาทํ คณฺหิตฺวา ปณฺฑิโต วา โหติ ปณฺฑิตตโร วา. ส เว พาโลติ โย จ พาโล สมาโน ‘‘โก อญฺโญ มยา สทิโส พหุสฺสุโต วา ธมฺมกถิโก วา วินยธโร วา ธุตงฺคธโร วา อตฺถี’’ติ เอวํ ปณฺฑิตมานี โหติ. โส อญฺญํ ปณฺฑิตํ อนุปสงฺกมนฺโต อปยิรุปาสนฺโต เนว ปริยตฺตึ อุคฺคณฺหาติ, น ปฏิปตฺตึ ปูเรติ, เอกนฺตพาลภาวเมว ปาปุณาติ. โส คณฺฐิเภทกโจโร วิย. เตน วุตฺตํ ‘‘ส เว ‘พาโล’ติ วุจฺจตี’’ติ.
เทสนาปริโยสาเน อิตรสฺส ญาตเกหิ สทฺธึ มหาชโน โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณีติ.
คณฺฐิเภทกโจรวตฺถุ จตุตฺถํ.