๑๔. จิตฺตคหปติวตฺถุ
อสนฺตํ ภาวนมิจฺเฉยฺยาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สุธมฺมตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ. เทสนา มจฺฉิกาสณฺเฑ สมุฏฺฐาย สาวตฺถิยํ นิฏฺฐิตา.
มจฺฉิกาสณฺฑนครสฺมิญฺหิ จิตฺโต นาม คหปติ ปญฺจวคฺคิยานํ อพฺภนฺตรํ มหานามตฺเถรํ นาม ปิณฺฑาย จรมานํ ทิสฺวา ตสฺส อิริยาปเถ ปสีทิตฺวา ปตฺตํ อาทาย เคหํ ปเวเสตฺวา โภเชตฺวา ภตฺตกิจฺจาวสาเน ธมฺมกถํ สุณนฺโต โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา อจลสทฺโธ หุตฺวา อมฺพาฏกวนํ นาม อตฺตโน อุยฺยานํ สงฺฆารามํ กตฺตุกาโม เถรสฺส หตฺเถ อุทกํ ปาเตตฺวา นิยฺยาเทสิ. ตสฺมึ ขเณ ‘‘ปติฏฺฐิตํ พุทฺธสาสน’’นฺติ อุทกปริยนฺตํ กตฺวา มหาปถวี กมฺปิ. มหาเสฏฺฐิ อุยฺยาเน มหาวิหารํ กาเรตฺวา สพฺพทิสาหิ อาคตานํ ภิกฺขูนํ วิวฏทฺวาโร อโหสิ. มจฺฉิกาสณฺเฑ สุธมฺมตฺเถโร นาม เนวาสิโก อโหสิ.
อปเรน สมเยน จิตฺตสฺส คุณกถํ สุตฺวา เทฺว อคฺคสาวกา ตสฺส สงฺคหํ กตฺตุกามา มจฺฉิกาสณฺฑํ อคมํสุ. จิตฺโต คหปติ เตสํ อาคมนํ สุตฺวา อฑฺฒโยชนมคฺคํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา เต อาทาย อตฺตโน วิหารํ ปเวเสตฺวา อาคนฺตุกวตฺตํ กตฺวา, ‘‘ภนฺเต, โถกํ ธมฺมกถํ โสตุกาโมมฺหี’’ติ ธมฺมเสนาปตึ ยาจิ. อถ นํ เถโร, ‘‘อุปาสก, อทฺธาเนน อาคตามฺหา กิลนฺตรูปา. อปิจ โถกํ สุณาหี’’ติ ตสฺส ธมฺมํ กเถสิ. โส เถรสฺส ธมฺมํ สุณนฺโตว อนาคามิผลํ ปาปุณิ. โส เทฺว อคฺคสาวเก วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, เสฺว ภิกฺขุสหสฺเสน สทฺธึ มม เคเห ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตตฺวา ปจฺฉา เนวาสิกํ สุธมฺมตฺเถรํ ‘‘ตุเมฺหปิ, ภนฺเต, เสฺว เถเรหิ สทฺธึ อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ นิมนฺเตสิ. โส ‘‘อยํ มํ ปจฺฉา นิมนฺเตตี’’ติ กุทฺโธ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปุนปฺปุนํ ยาจิยมาโนปิ ปฏิกฺขิปิ เอว. อุปาสโก ‘‘ปญฺญายิสฺสถ, ภนฺเต’’ติ ปกฺกมิตฺวา ปุนทิวเส อตฺตโน นิเวสเน มหาทานํ สชฺเชสิ. สุธมฺมตฺเถโรปิ ปจฺจูสกาเลเยว ‘‘กีทิโส นุ โข คหปตินา อคฺคสาวกานํ สกฺกาโร สชฺชิโต, เสฺว คนฺตฺวา ปสฺสิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปาโตว ปตฺตจีวรํ อาทาย ตสฺส เคหํ อคมาสิ.
โส คหปตินา ‘‘นิสีทถ, ภนฺเต’’ติ วุจฺจมาโนปิ ‘‘นาหํ นิสีทามิ, ปิณฺฑาย จริสฺสามี’’ติ วตฺวา อคฺคสาวกานํ ปฏิยาทิตํ สกฺการํ โอโลเกตฺวา คหปตึ ชาติยา ฆฏฺเฏตุกาโม ‘‘อุฬาโร เต, คหปติ, สกฺกาโร, อปิเจตฺถ เอกญฺเญว นตฺถี’’ติ อาห. ‘‘กึ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘ติลสํคุฬิกา, คหปตี’’ติ วตฺวา คหปตินา กาโกปมาย อปสาทิโต กุชฺฌิตฺวา ‘‘เอโส เต, คหปติ, อาวาโส, ปกฺกมิสฺสามห’’นฺติ วตฺวา ยาวตติยํ วาริยมาโนปิ ปกฺกมิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา จิตฺเตน จ อตฺตนา จ วุตฺตวจนํ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘ตยา อุปาสโก สทฺโธ ปสนฺโน หีเนน ขุํสิโต’’ติ ตสฺเสว โทสํ อาโรเปตฺวา ปฏิสารณียกมฺมํ การาเปตฺวา ‘‘คจฺฉ, จิตฺตคหปตึ ขมาเปหี’’ติ เปเสสิ. โส ตตฺถ คนฺตฺวา, ‘‘คหปติ, มยฺหเมว โส โทโส, ขมาหิ เม’’ติ วตฺวาปิ ‘‘นาหํ ขมามี’’ติ เตน ปฏิกฺขิตฺโต มงฺกุภูโต ตํ ขมาเปตุํ นาสกฺขิ. ปุนเทว สตฺถุ สนฺติกํ ปจฺจาคมาสิ. สตฺถา ‘‘นาสฺส อุปาสโก ขมิสฺสตี’’ติ ชานนฺโตปิ ‘‘มานถทฺโธ เอส, ตึสโยชนํ ตาว มคฺคํ คนฺตฺวา ปจฺจาคจฺฉตู’’ติ ขมนูปายํ อนาจิกฺขิตฺวาว อุยฺโยเชสิ. อถสฺส ปุนาคตกาเล นิหตมานสฺส อนุทูตํ ทตฺวา ‘‘คจฺฉ, อิมินา สทฺธึ คนฺตฺวา อุปาสกํ ขมาเปหี’’ติ วตฺวา ‘‘สมเณน นาม ‘มยฺหํ วิหาโร, มยฺหํ นิวาสฏฺฐานํ, มยฺหํ อุปาสโก, มยฺหํ อุปาสิกา’ติ มานํ วา อิสฺสํ วา กาตุํ น วฏฺฏติ. เอวํ กโรนฺตสฺส หิ อิจฺฉามานาทโย กิเลสา วฑฺฒนฺตี’’ติ อนุสนฺธึ ฆฏฺเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –
๗๓. ‘‘อสนฺตํ ภาวนมิจฺเฉยฺย, ปุเรกฺขารญฺจ ภิกฺขุสุ;
อาวาเสสุ อิสฺสริยํ, ปูชา ปรกุเลสุ จ.
๗๔. ‘‘มเมว กต มญฺญนฺตุ, คิหี ปพฺพชิตา อุโภ.
มเมวาติวสา อสฺสุ, กิจฺจากิจฺเจสุ กิสฺมิจิ;
อิติ พาลสฺส สงฺกปฺโป, อิจฺฉา มาโน จ วฑฺฒตี’’ติ.
ตตฺถ อสนฺตนฺติ โย พาโล ภิกฺขุ อวิชฺชมานํ สมฺภาวนํ อิจฺเฉยฺย, ‘‘อสฺสทฺโธว สมาโน ‘สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตู’ติ อิจฺฉตี’’ติ. ปาปิจฺฉตานิทฺเทเส (วิภ. ๘๕๑) วุตฺตนเยเนว พาโล ‘‘อสทฺโธ ทุสฺสีโล อปฺปสฺสุโต อปฺปวิวิตฺโต กุสีโต อนุปฏฺฐิตสฺสติ อสมาหิโต ทุปฺปญฺโญ อขีณาสโวว สมาโน ‘อโห วต มํ ชโน อยํ สทฺโธ, สีลวา, พหุสฺสุโต, ปวิวิตฺโต, อารทฺธวีริโย, อุปฏฺฐิตสฺสติ, สมาหิโต, ปญฺญวา, ขีณาสโว’ติ ชาเนยฺยา’’ติ อิทํ อสนฺตสมฺภาวนํ อิจฺฉติ. ปุเรกฺขารนฺติ ปริวารํ. ‘‘อโห วต มํ สกลวิหาเร ภิกฺขู ปริวาเรตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺตา วิหเรยฺยุ’’นฺติ เอวํ อิจฺฉาจาเร ฐตฺวา ปุเรกฺขารญฺจ ภิกฺขูสุ อิจฺฉติ. อาวาเสสูติ สงฺฆิเกสุ จ อาวาเสสุ ยานิ วิหารมชฺเฌ ปณีตเสนาสนานิ, ตานิ อตฺตโน สนฺทิฏฺฐสมฺภตฺตาทีนํ ภิกฺขูนํ ‘‘ตุเมฺห อิธ วสถา’’ติ วิจาเรนฺโต สยมฺปิ วรตรํ เสนาสนํ ปลิโพเธนฺโต, เสสานํ อาคนฺตุกภิกฺขูนํ ปจฺจนฺติมานิ ลามกเสนาสนานิ เจว อมนุสฺสปริคฺคหิตานิ จ ‘‘ตุเมฺห อิธ วสถา’’ติ วิจาเรนฺโต อาวาเสสุ อิสฺสริยํ อิจฺฉติ. ปูชา ปรกุเลสุ จาติ เนว มาตาปิตูนํ น ญาตกานํ ปเรสุเยว กุเลสุ ‘‘อโห วติเม มยฺหเมว ทเทยฺยุํ, น อญฺเญส’’นฺติ เอวํ จตุปฺปจฺจเยหิ ปูชํ อิจฺฉติ.
มเมว กต มญฺญนฺตูติ ยสฺส จ พาลสฺส ‘‘ยํกิญฺจิ วิหาเร อุโปสถาคาราทิกรณวเสน กตํ นวกมฺมํ, ตํ สพฺพํ อมฺหากํ เถเรน กตนฺติ เอวํ คิหี จ ปพฺพชิตา จ อุโภปิ มเมว นิสฺสาย กตํ ปริกมฺมํ นิฏฺฐิตํ มญฺญนฺตู’’ติ สงฺกปฺโป อุปฺปชฺชติ. มเมวาติวสา อสฺสูติ ‘‘คิหี จ ปพฺพชิตา จ สพฺเพปิ มเมว วเส วตฺตนฺตุ, สกฏโคณวาสิผรสุอาทีนิ วา ลทฺธพฺพานิ โหนฺตุ, อนฺตมโส ยาคุมตฺตมฺปิ ตาเปตฺวา ปิวนาทีนิ วา, เอวรูเปสุ กิจฺจากิจฺเจสุ ขุทฺทกมหนฺเตสุ กรณีเยสุ กิสฺมิญฺจิ เอกกิจฺเจปิ มเมว วเส วตฺตนฺตุ, มเมว อาปุจฺฉิตฺวา กโรนฺตู’’ติ สงฺกปฺโป อุปฺปชฺชติ. อิติ พาลสฺสาติ ยสฺส พาลสฺส สา จ อิจฺฉา อยญฺจ เอวรูโป สงฺกปฺโป อุปฺปชฺชติ, ตสฺส เนว วิปสฺสนา, น มคฺคผลานิ วฑฺฒนฺติ. เกวลํ ปนสฺส จนฺโททเย สมุทฺทสฺส อุทกํ วิย ฉสุ ทฺวาเรสุ อุปฺปชฺชมานา ตณฺหา เจว นววิธมาโน จ วฑฺฒตีติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
สุธมฺมตฺเถโรปิ อิมํ โอวาทํ สุตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปทกฺขิณํ กตฺวา เตน อนุทูเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ คนฺตฺวา อุปาสกสฺส จกฺขุปเถ อาปตฺตึ ปฏิกริตฺวา อุปาสกํ ขมาเปสิ. โส อุปาสเกน ‘‘ขมามหํ, ภนฺเต, สเจ มยฺหํ โทโส อตฺถิ, ขมถ เม’’ติ ปฏิขมาปิโต สตฺถารา ทินฺเน โอวาเท ฐตฺวา กติปาเหเนว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อุปาสโกปิ จินฺเตสิ – ‘‘มยา สตฺถารํ อทิสฺวาว โสตาปตฺติผลํ ปตฺตํ, อทิสฺวา เอว อนาคามิผเล ปติฏฺฐิโต, สตฺถารํ เม ทฏฺฐุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส ติลตณฺฑุลสปฺปิผาณิตวตฺถจฺฉาทนาทีหิ ปริปูรานิ ปญฺจ สกฏสตานิ โยชาเปตฺวา ‘‘สตฺถารํ ทฏฺฐุกามา อาคจฺฉนฺตุ, ปิณฺฑปาตาทีหิ น กิลมิสฺสนฺตี’’ติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาโรจาเปตฺวา ภิกฺขุนีสงฺฆสฺสาปิ อุปาสกานมฺปิ อุปาสิกานมฺปิ อาโรจาเปสิ. เตน สทฺธึ ปญฺจสตา ปญฺจสตา ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ อุปาสกา จ อุปาสิกาโย จ นิกฺขมึสุ. โส เตสญฺเจว อตฺตโน ปริสาย จาติ ติณฺณํ ชนสหสฺสานํ ยถา ตึสโยชเน มคฺเค ยาคุภตฺตาทีหิ กิญฺจิ เวกลฺลํ น โหติ, ตถา สํวิทหิ. ตสฺส ปน นิกฺขนฺตภาวํ ญตฺวา โยชเน โยชเน เทวตา ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา ทิพฺเพหิ ยาคุขชฺชกภตฺตปานกาทีหิ ตํ มหาชนํ อุปฏฺฐหึสุ, กสฺสจิ เกนจิ เวกลฺลํ น โหติ. เอวํ เทวตาหิ อุปฏฺฐิยมาโน เทวสิกํ โยชนํ คจฺฉนฺโต มาเสน สาวตฺถึ ปาปุณิ, ปญฺจ สกฏสตานิ ยถาปูริตาเนว อเหสุํ. เทวตาหิ เจว มนุสฺเสหิ จ อภิหฏํ ปณฺณาการํ วิสฺสชฺเชนฺโตว อคมาสิ.
สตฺถา อานนฺทตฺเถรํ อาห – ‘‘อานนฺท, อชฺช วฑฺฒมานกจฺฉายาย จิตฺโต คหปติ ปญฺจหิ อุปาสกสเตหิ ปริวุโต อาคนฺตฺวา มํ วนฺทิสฺสตี’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, ตสฺส ตุมฺหากํ วนฺทนกาเล กิญฺจิ ปาฏิหาริยํ ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘ภวิสฺสติ, อานนฺทา’’ติ. ‘‘กึ, ภนฺเต’’ติ? ตสฺส อาคนฺตฺวา ‘‘มํ วนฺทนกาเล ราชมาเนน อฏฺฐกรีสมตฺเต ปเทเส ชณฺณุกมตฺเตน โอธินา ปญฺจวณฺณานํ ทิพฺพปุปฺผานํ ฆนวสฺสํ วสฺสิสฺสตี’’ติ. ตํ กถํ สุตฺวา นครวาสิโน ‘‘เอวํ มหาปุญฺโญ กิร จิตฺโต นาม คหปติ อาคนฺตฺวา อชฺช สตฺถารํ วนฺทิสฺสติ, เอวรูปํ กิร ปาฏิหาริยํ ภวิสฺสติ, มยมฺปิ ตํ มหาปุญฺญํ ทฏฺฐุํ ลภิสฺสามา’’ติ ปณฺณาการํ อาทาย มคฺคสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ อฏฺฐํสุ. วิหารสมีเป อาคตกาเล ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ปฐมํ อาคมึสุ. จิตฺโต คหปติ, ‘‘อมฺมา, ตุเมฺห ปจฺฉโต อาคจฺฉถา’’ติ มหาอุปาสิกาโย ฐเปตฺวา ปญฺจหิ อุปาสกสเตหิ ปริวุโต สตฺถุ สนฺติกํ อคมาสิ. พุทฺธานํ สมฺมุขฏฺฐาเน ปน ฐิตา วา นิสินฺนา วา อิโต วา เอตฺโต วา น โหนฺติ, พุทฺธวีถิยา ทฺวีสุ ปสฺเสสุ นิจฺจลาว ติฏฺฐนฺติ. จิตฺโต คหปติ มหนฺตํ พุทฺธวีถึ โอกฺกมิ. ตีณิ ผลานิ ปตฺเตน อริยสาวเกน โอโลกิโตโลกิตฏฺฐานํ กมฺปิ. ‘‘เอโส กิร จิตฺโต คหปตี’’ติ มหาชโน โอโลเกสิ. โส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ฉพฺพณฺณานํ พุทฺธรสฺมีนํ อนฺโต ปวิสิตฺวา ทฺวีสุ โคปฺผเกสุ สตฺถุ ปาเท คเหตฺวา วนฺทิ. ตํ ขณญฺเญว วุตฺตปฺปการํ ปุปฺผวสฺสํ วสฺสิ, สาธุการสหสฺสานิ ปวตฺตยึสุ. โส เอกมาสํ สตฺถุ สนฺติเก วสิ, วสมาโน จ สกลํ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ วิหาเรเยว นิสีทาเปตฺวา มหาทานํ อทาสิ, อตฺตนา สทฺธึ อาคเตปิ อนฺโตวิหาเรเยว กตฺวา ปฏิชคฺคิ. เอกทิวสมฺปิ อตฺตโน สกเฏสุ กิญฺจิ คเหตพฺพํ นาโหสิ, เทวมนุสฺเสหิ อาภตปณฺณากาเรเนว ทานํ อทาสิ, สพฺพกิจฺจานิ อกาสิ. โส สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ภนฺเต, อหํ ‘ตุมฺหากํ ทานํ ทสฺสามี’ติ อาคจฺฉนฺโต มาสํ อนฺตรามคฺเค อโหสึ. อิเธว เม มาโส วีติวตฺโต, มยา อาภตํ ปณฺณาการํ กิญฺจิ คเหตุํ น ลภามิ, เอตฺตกํ กาลํ เทวมนุสฺเสหิ อาภตปณฺณากาเรเนว ทานํ อทาสึ, โสหํ สเจปิ อิธ สํวจฺฉรํ วสิสฺสามิ, เนว มม เทยฺยธมฺมํ ทาตุํ ลภิสฺสามิ. อหํ สกฏานิ โอตาเรตฺวา คนฺตุํ อิจฺฉามิ, ปฏิสามนฏฺฐานํ เม อาโรจาเปถา’’ติ.
สตฺถา อานนฺทตฺเถรํ อาห – ‘‘อานนฺท, อุปาสกสฺส เอกํ ปเทสํ ตุจฺฉํ กาเรตฺวา เทหี’’ติ. เถโร ตถา อกาสิ. กปฺปิยภูมิ (มหาว. ๒๙๕) กิร จิตฺตสฺส คหปติโน อนุญฺญาตา. อุปาสโกปิ อตฺตนา สทฺธึ อาคเตหิ ตีหิ ชนสหสฺเสหิ สทฺธึ ตุจฺฉสกเฏหิ ปุน มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. เทวมนุสฺสา อุฏฺฐาย, ‘‘อยฺย, ตยา ตุจฺฉสกเฏหิ คมนกมฺมํ กต’’นฺติ สตฺตหิ รตเนหิ สกฏานิ ปูรยึสุ. โส อตฺตโน อาภตปณฺณากาเรเนว มหาชนํ ปฏิชคฺคนฺโต อคมาสิ. อานนฺทตฺเถโร สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ สนฺติกํ อาคจฺฉนฺโตปิ มาเสน อาคโต, อิธาปิ มาสเมว วุฏฺโฐ, เอตฺตกํ กาลํ เทวมนุสฺเสหิ อภิหฏปณฺณากาเรเนว มหาวทานํ อทาสิ, อิทานิ ปญฺจ สกฏสตานิ ตุจฺฉานิ กตฺวา มาเสเนว กิร คมิสฺสติ, เทวมนุสฺสา ปนสฺส อุฏฺฐาย, ‘อยฺย, ตยา ตุจฺฉสกเฏหิ คมนกมฺมํ กต’นฺติ ปญฺจ สกฏสตานิ สตฺตรตเนหิ ปูรยึสุ. โส ปุน อตฺตโน อาภตปณฺณากาเรเนว กิร มหาชนํ ปฏิชคฺคนฺโต คมิสฺสตี’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, เอตสฺส ตุมฺหากํ สนฺติกํ อาคจฺฉนฺตสฺเสวายํ สกฺกาโร อุปฺปชฺชติ, อุทาหุ อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ? ‘‘อานนฺท, มม สนฺติกํ อาคจฺฉนฺตสฺสาปิ อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺสาปิ เอตสฺส อุปฺปชฺชเตว. อยญฺหิ อุปาสโก สทฺโธ ปสนฺโน สมฺปนฺนสีโล, เอวรูโป ปุคฺคโล ยํ ยํ ปเทสํ ภชติ, ตตฺถ ตตฺเถวสฺส ลาภสกฺกาโร นิพฺพตฺตตี’’ติ วตฺวา สตฺถา อิมํ ปกิณฺณกวคฺเค คาถมาห –
‘‘สทฺโธ สีเลน สมฺปนฺโน, ยโส โภคสมปฺปิโต;
ยํ ยํ ปเทสํ ภชติ, ตตฺถ ตตฺเถว ปูชิโต’’ติ. (ธ. ป. ๓๐๓);
อตฺโถ ปนสฺสา ตตฺเถว อาวิภวิสฺสติ.
เอวํ วุตฺเต อานนฺทตฺเถโร จิตฺตสฺส ปุพฺพกมฺมํ ปุจฺฉิ. อถสฺส สตฺถา อาจิกฺขนฺโต อาห –
อานนฺท, อยํ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ปาทมูเล กตาภินีหาโร กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา กสฺสปพุทฺธกาเล มิคลุทฺทกกุเล นิพฺพตฺโต วุทฺธิมนฺวาย เอกทิวสํ เทเว วสฺสนฺเต มิคานํ มารณตฺตาย สตฺตึ อาทาย อรญฺญํ คนฺตฺวา มิเค โอโลเกนฺโต เอกสฺมึ อกฏปพฺภาเร สสีสํ ปารุปิตฺวา เอกํ ภิกฺขุํ นิสินฺนํ ทิสฺวา ‘‘เอโก, อยฺโย, สมณธมฺมํ กโรนฺโต นิสินฺโน ภวิสฺสติ, ภตฺตมสฺส อาหริสฺสามี’’ติ เวเคน เคหํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ อุทฺธเน หิยฺโย, อาภตมํสํ, เอกสฺมึ ภตฺตํ ปจาเปตฺวา อญฺเญ ปิณฺฑปาตจาริเก ภิกฺขู ทิสฺวา เตสมฺปิ ปตฺเต อาทาย ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปตฺวา ภิกฺขํ สมฺปาเทตฺวา, ‘‘อยฺเย, ปริวิสถา’’ติ อญฺญํ อาณาเปตฺวา ตํ ภตฺตํ ปุฏเก ปกฺขิปิตฺวา อาทาย คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค นานาปุปฺผานิ โอจินิตฺวา ปตฺตปุเฏ กตฺวา เถรสฺส นิสินฺนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, สงฺคหํ กโรถา’’ติ วตฺวา ปตฺตํ อาทาย ปูเรตฺวา เถรสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา เตหิ ปุปฺเผหิ ปูชํ กตฺวา ‘‘ยถา เม อยํ รสปิณฺฑปาโต ปุปฺผปูชาย สทฺธึ จิตฺตํ โตเสสิ, เอวํ นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน ปณฺณาการสหสฺสานิ อาทาย อาคนฺตฺวา มยฺหํ จิตฺตํ โตเสนฺตุ, ปญฺจวณฺณกุสุมวสฺสญฺจ วสฺสตู’’ติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ. โส ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติ, นิพฺพตฺตฏฺฐาเน ชณฺณุกมตฺเตน โอธินา ทิพฺพปุปฺผวสฺสํ วสฺสิ. อิทานิปิสฺส ชาตทิวเส เจว อิธ จ อาคตสฺส ปุปฺผวสฺสวสฺสนญฺจ ปณฺณาการาภิหาโร จ สตฺตหิ รตเนหิ สกฏปูรณญฺจ ตสฺเสว กมฺมสฺส นิสฺสนฺโทติ.
จิตฺตคหปติวตฺถุ จุทฺทสมํ.