๑๐. อุปฺปลวณฺณตฺเถรีวตฺถุ
มธุวา มญฺญตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุปฺปลวณฺณตฺเถรึ อารพฺภ กเถสิ.
สา กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ปาทมูเล ปตฺถนํ ปฏฺฐเปตฺวา กปฺปสตสหสฺสํ ปุญฺญานิ กุรุมานา เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เทวโลกโต จวิตฺวา สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิกุเล ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. นีลุปฺปลคพฺภสมานวณฺณตาย จสฺสา อุปฺปลวณฺณาเตฺวว นามํ อกํสุ. อถสฺสา วยปฺปตฺตกาเล สกลชมฺพุทีเป ราชาโน จ เสฏฺฐิโน จ เสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ สาสนํ ปหิณึสุ – ‘‘ธีตรํ อมฺหากํ เทตู’’ติ. อปหิณนฺโต นาม นาโหสิ. ตโต เสฏฺฐิ จินฺเตสิ – ‘‘อหํ สพฺเพสํ มนํ คเหตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อุปายํ ปเนกํ กริสฺสามี’’ติ ธีตรํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อมฺม, ปพฺพชิตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ อาห. ตสฺสา ปจฺฉิมภวิกตฺตา ตํ วจนํ สีเส อาสิตฺตํ สตปากเตลํ วิย อโหสิ. ตสฺมา ปิตรํ ‘‘ปพฺพชิสฺสามิ, ตาตา’’ติ อาห. โส ตสฺสา มหนฺตํ สกฺการํ กตฺวา ภิกฺขุนีอุปสฺสยํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ. ตสฺสา อจิรปพฺพชิตาย เอว อุโปสถาคาเร กาลวาโร ปาปุณิ. สา ทีปํ ชาเลตฺวา อุโปสถาคารํ สมฺมชฺชิตฺวา ทีปสิขาย นิมิตฺตํ คณฺหิตฺวา ฐิตาว ปุนปฺปุนํ โอโลกยมานา เตโชกสิณารมฺมณํ ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตเมว ปาทกํ กตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ สทฺธึ ปฏิสมฺภิทาหิ เจว อภิญฺญาหิ จ.
สา อปเรน สมเยน ชนปทจาริกํ จริตฺวา ปจฺจาคนฺตฺวา อนฺธวนํ ปาวิสิ. ตทา ภิกฺขุนีนํ อรญฺญวาโส อปฺปฏิกฺขิตฺโต โหติ. อถสฺสา ตตฺถ กุฏิกํ กตฺวา มญฺจกํ ปญฺญาเปตฺวา สาณิยา ปริกฺขิปึสุ. สา สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา นิกฺขมิ. มาตุลปุตฺโต ปนสฺสา นนฺทมาณโว นาม คิหิกาลโต ปฏฺฐาย ปฏิพทฺธจิตฺโต. โส ตสฺสา อาคตภาวํ สุตฺวา เถริยา อาคมนโต ปุเรตรเมว อนฺธวนํ คนฺตฺวา ตํ กุฏิกํ ปวิสิตฺวา เหฏฺฐามญฺจเก นิลีโน เถริยา อาคนฺตฺวา กุฏิกํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย มญฺจเก นิสินฺนมตฺตาย พหิ อาตปโต อาคตตฺตา จกฺขุปเถ อนฺธกาเร อวิคเตเยว เหฏฺฐามญฺจกโต นิกฺขมิตฺวา มญฺจกํ อภิรุยฺห ‘‘มา นสฺสิ พาล, มา นสฺสิ พาลา’’ติ เถริยา วาริยมาโนเยว อภิภวิตฺวา อตฺตนา ปตฺถิตกมฺมํ กตฺวา ปายาสิ. อถสฺส อคุณํ ธาเรตุํ อสกฺโกนฺตี วิย มหาปถวี เทฺวธา ภิชฺชิ. โส ปถวึ ปวิฏฺโฐ คนฺตฺวา มหาอวีจิมฺหิ เอว นิพฺพตฺติ. เถรีปิ ตมตฺถํ ภิกฺขุนีนํ อาโรเจสิ. ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ภิกฺขู ภควโต อาโรจยึสุ. ตํ สุตฺวา สตฺถา ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา, ‘‘ภิกฺขเว, ภิกฺขุภิกฺขูนี อุปาสกอุปาสิกาสุ โย โกจิ พาโล ปาปกมฺมํ กโรนฺโต มธุสกฺขราทีสุ กิญฺจิ เทว มธุรรสํ ขาทมาโน ปุริโส วิย ตุฏฺฐหฏฺโฐ อุทคฺคุทคฺโค วิย กโรตี’’ติ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
๖๙. ‘‘มธุวา มญฺญติ พาโล, ยาว ปาปํ น ปจฺจติ;
ยทา จ ปจฺจติ ปาปํ, พาโล ทุกฺขํ นิคจฺฉตี’’ติ.
ตตฺถ มธุวาติ พาลสฺส หิ ปาปํ อกุสลกมฺมํ กโรนฺตสฺส ตํ กมฺมํ มธุ วิย มธุรรสํ วิย อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปํ วิย อุปฏฺฐาติ. อิติ นํ โส มธุํว มญฺญติ. ยาวาติ ยตฺตกํ กาลํ. ปาปํ น ปจฺจตีติ ทิฏฺฐธมฺเม วา สมฺปราเย วา วิปากํ น เทติ, ตาว นํ เอวํ มญฺญติ. ยทา จาติ ยทา ปนสฺส ทิฏฺฐธมฺเม วา วิวิธา กมฺมการณา กยิรมานสฺส, สมฺปราเย วา นิรยาทีสุ มหาทุกฺขํ อนุภวนฺตสฺส ตํ ปาปํ ปจฺจติ, อถ โส พาโล ทุกฺขํ นิคจฺฉติ วินฺทติ ปฏิลภตีติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสุ.
อปเรน ปน สมเยน ธมฺมสภายํ มหาชโน กถํ สมุฏฺฐาเปสิ ‘‘ขีณาสวาปิ มญฺเญ กามสุขํ สาทิยนฺติ, กามํ เสวนฺติ, กึ น เสวิสฺสนฺติ, น หิ เอเต โกฬาปรุกฺขา, น จ วมฺมิกา อลฺลมํสสรีราว, ตสฺมา เอเตปิ กามสุขํ สาทิยนฺติ, กามํ เสวนฺตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘น, ภิกฺขเว, ขีณาสวา กามสุขํ สาทิยนฺติ, น กามํ เสวนฺติ. ยถา หิ ปทุมปตฺเต ปติตํ อุทกพินฺทุ, น วิลิมฺปติ, น สณฺฐาติ, วินิวตฺเตตฺวา ปตเตว, ยถา จ อารคฺเค สาสโป น วิลิมฺปติ, น สณฺฐาติ, วินิวตฺเตตฺวา ปตเตว, เอวํ ขีณาสวสฺส จิตฺเต ทุวิโธปิ กาโม น วิลิมฺปติ, น สณฺฐาตี’’ติ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ พฺราหฺมณวคฺเค คาถมาห –
‘‘วาริ โปกฺขรปตฺเตว, อารคฺเคริว สาสโป;
โย น ลิมฺปติ กาเมสุ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ. (ธ. ป. ๔๐๑);
อิมิสฺสา อตฺโถ พฺราหฺมณวคฺเคเยว อาวิ ภวิสฺสติ. สตฺถา ปน ราชานํ ปเสนทิโกสลํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘มหาราช, อิมสฺมึ สาสเน ยเถว กุลปุตฺตา, เอวํ กุลธีตโรปิ มหนฺตํ ญาติคณญฺจ โภคกฺขนฺธญฺจ ปหาย ปพฺพชิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺติ. ตา เอวํ วิหรมานา ราครตฺตา ปาปปุคฺคลา โอมานาติมานวเสน วิเหเฐนฺติปิ, พฺรหฺมจริยนฺตรายมฺปิ ปาเปนฺติ, ตสฺมา ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส อนฺโตนคเร วสนฏฺฐานํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา นครสฺส เอกปสฺเส ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส วสนฏฺฐานํ การาเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย ภิกฺขุนิโย อนฺโตคาเมเยว วสนฺตีติ.
อุปฺปลวณฺณตฺเถรีวตฺถุ ทสมํ.