๑. อญฺญตรปุริสวตฺถุ

ทีฆา ชาครโต รตฺตีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปเสนทิโกสลญฺเจว อญฺญตรญฺจ ปุริสํ อารพฺภ กเถสิ.

ราชา กิร ปเสนทิ โกสโล เอกสฺมึ ฉณทิวเส อลงฺกตปฏิยตฺตํ สพฺพเสตํ เอกํ ปุณฺฑรีกํ นาม หตฺถึ อภิรุยฺห มหนฺเตน ราชานุภาเวน นครํ ปทกฺขิณํ กโรติ. อุสฺสารณาย วตฺตมานาย เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ โปถิยมาโน มหาชโน ปลายนฺโต คีวํ ปริวฏฺเฏตฺวาปิ โอโลเกติเยว. ราชูนํ กิร สุทินฺนทานสฺเสตํ ผลํ. อญฺญตรสฺสาปิ ทุคฺคตปุริสสฺส ภริยา สตฺตภูมิกสฺส ปาสาทสฺส อุปริตเล ฐิตา เอกํ วาตปานกวาฏํ วิวริตฺวา ราชานํ โอโลเกตฺวาว อปคจฺฉิ. รญฺโญ ปุณฺณจนฺโท วลาหกนฺตรํ ปวิฏฺโฐ วิย อุปฏฺฐาสิ. โส ตสฺสา ปฏิพทฺธจิตฺโต หตฺถิกฺขนฺธโต ปตนาการปฺปตฺโต วิย หุตฺวา ขิปฺปํ นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อนฺเตปุรํ ปวิสิตฺวา เอกํ วิสฺสาสกํ อมจฺจํ อาห – ‘‘อสุกฏฺฐาเน เต มยา โอโลกิตปาสาโท ทิฏฺโฐ’’ติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘ตตฺเถกํ อิตฺถึ อทฺทสา’’ติ? ‘‘อทฺทสํ, เทวา’’ติ. ‘‘คจฺฉ, ตสฺสา สสามิกอสามิกภาวํ ชานาหี’’ติ. โส คนฺตฺวา ตสฺสา สสามิกภาวํ ญตฺวา อาคนฺตฺวา รญฺโญ ‘‘สสามิกา’’ติ อาโรเจสิ. อถ รญฺญา ‘‘เตน หิ ตสฺสา สามิกํ ปกฺโกสาหี’’ติ วุตฺเต โส คนฺตฺวา, ‘‘เอหิ, โภ, ราชา ตํ ปกฺโกสตี’’ติ อาห. โส ‘‘ภริยํ เม นิสฺสาย ภเยน อุปฺปนฺเนน ภวิตพฺพ’’นฺติ จินฺเตตฺวา รญฺโญ อาณํ ปฏิพาหิตุํ อสกฺโกนฺโต คนฺตฺวา ราชานํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ ราชา ‘‘มํ อิโต ปฏฺฐาย อุปฏฺฐาหี’’ติ อาห. ‘‘อลํ, เทว, อหํ อตฺตโน กมฺมํ กตฺวา ตุมฺหากํ สุงฺกํ ททามิ, ฆเรเยว เม ชีวิกา โหตู’’ติ. ‘‘ตว สุงฺเกน มยฺหํ อตฺโถ นตฺถิ, อชฺชโต ปฏฺฐาย มํ อุปฏฺฐาหี’’ติ ตสฺส ผลกญฺจ อาวุธญฺจ ทาเปสิ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘กญฺจิเทวสฺส โทสํ อาโรเปตฺวา ฆาเตตฺวา ภริยํ คณฺหิสฺสามี’’ติ. อถ นํ โส มรณภยภีโต อปฺปมตฺโต หุตฺวา อุปฏฺฐาสิ.

ราชา ตสฺส โทสํ อปสฺสนฺโต กามปริฬาเห วฑฺฒนฺเต ‘‘เอกมสฺส โทสํ อาโรเปตฺวา ราชาณํ กริสฺสามี’’ติ ปกฺโกสาเปตฺวา เอวมาห – ‘‘อมฺโภ อิโต โยชนมตฺถเก นทิยา อสุกฏฺฐานํ นาม คนฺตฺวา สายํ มม นฺหานเวลาย กุมุทุปฺปลานิ เจว อรุณวตีมตฺติกญฺจ อาหร. สเจ ตสฺมึ ขเณ นาคจฺฉสิ, อาณํ เต กริสฺสามี’’ติ. เสวโก กิร จตูหิปิ ทาเสหิ ปติกิฏฺฐตโร. ธนกฺกีตาทโย หิ ทาสา ‘‘สีสํ เม รุชฺชติ, ปิฏฺฐิ เม รุชฺชตี’’ติ วตฺวา อจฺฉิตุํ ลภนฺติเยว. เสวกสฺเสตํ นตฺถิ, อาณตฺตกมฺมํ กาตุเมว วฏฺฏติ. ตสฺมา โส ‘‘อวสฺสํ มยา คนฺตพฺพํ, กุมุทุปฺปเลหิ สทฺธึ อรุณวตีมตฺติกา นาม นาคภวเน อุปฺปชฺชติ, อหํ กุหึ ลภิสฺสามี’’ติ จินฺเตนฺโต มรณภยภีโต เวเคน เคหํ คนฺตฺวา, ‘‘ภทฺเท, นิฏฺฐิตํ เม ภตฺต’’นฺติ อาห. ‘‘อุทฺธนมตฺถเก, สามี’’ติ. โส ยาว ภตฺตํ โอตรติ, ตาว สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อุฬุงฺเกน กญฺชิกํ หราเปตฺวา ยถาลทฺเธน พฺยญฺชเนน สทฺธึ อลฺลเมว ภตฺตํ ปจฺฉิยํ โอปีเฬตฺวา อาทาย โยชนิกํ มคฺคํ ปกฺขนฺโท, ตสฺส คจฺฉนฺตสฺเสว ภตฺตํ ปกฺกํ อโหสิ. โส อนุจฺฉิฏฺฐํ กตฺวาว โถกํ ภตฺตํ อปเนตฺวา ภุญฺชนฺโต เอกํ อทฺธิกํ ทิสฺวา มยา อปเนตฺวา ฐปิตํ โถกํ อนุจฺฉิฏฺฐํ ภตฺตเมว อตฺถิ คเหตฺวา ภุญฺช สามีติ. โส คณฺหิตฺวา ภุญฺชิ. อิตโรปิ ภุญฺชิตฺวา เอกํ ภตฺตมุฏฺฐึ อุทเก ขิปิตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา มหนฺเตน สทฺเทน ‘‘อิมสฺมึ นทีปเทเส อธิวตฺถา นาคา สุปณฺณา เทวตา จ วจนํ เม สุณนฺตุ, ราชา มยฺหํ อาณํ กาตุกาโม ‘กุมุทุปฺปเลหิ สทฺธึ อรุณวตีมตฺติกํ อาหรา’ติ มํ อาณาเปสิ, อทฺธิกมนุสฺสสฺส จ เม ภตฺตํ ทินฺนํ, ตํ สหสฺสานิสํสํ, อุทเก มจฺฉานํ ทินฺนํ, ตํ สตานิสํสํ. เอตฺตกํ ปุญฺญผลํ ตุมฺหากํ ปตฺตึ กตฺวา ทมฺมิ, มยฺหํ กุมุทุปฺปเลหิ สทฺธึ อรุณวตีมตฺติกํ อาหรถา’’ติ ติกฺขตฺตุํ อนุสฺสาเวสิ. ตตฺถ อธิวตฺโถ นาคราชา ตํ สทฺทํ สุตฺวา มหลฺลกเวเสน ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ วเทสี’’ติ อาห. โส ปุนปิ ตเถว วตฺวา ‘‘มยฺหํ ตํ ปตฺตึ เทหี’’ติ วุตฺเต, ‘‘เทมี’’ติ อาห. ปุนปิ ‘‘เทหี’’ติ วุตฺเต, ‘‘เทมิ, สามี’’ติ อาห. เอวํ โส เทฺว ตโย วาเร ปตฺตึ อาหราเปตฺวา กุมุทุปฺปเลหิ สทฺธึ อรุณวตีมตฺติกํ อทาสิ.

ราชา ปน จินฺเตสิ – ‘‘มนุสฺสา นาม พหุมายา, สเจ โส เกนจิ อุปาเยน ลเภยฺย, กิจฺจํ เม น นิปฺผชฺเชยฺยา’’ติ. โส กาลสฺเสว ทฺวารํ ปิทหาเปตฺวา มุทฺทิกํ อตฺตโน สนฺติกํ อาหราเปสิ. อิตโรปิ ปุริโส รญฺโญ นฺหานเวลายเมวาคนฺตฺวา ทฺวารํ อลภนฺโต ทฺวารปาลํ ปกฺโกเสตฺวา ‘‘ทฺวารํ วิวรา’’ติ อาห. ‘‘น สกฺกา วิวริตุํ, ราชา กาลสฺเสว มุทฺทิกํ ทตฺวา ราชเคหํ อาหราเปสี’’ติ. โส ‘‘ราชทูโต อหํ, ทฺวารํ วิวรา’’ติ วตฺวาปิ ‘‘ทฺวารํ อลภนฺโต นตฺถิ เม อิทานิ ชีวิตํ. กึ นุ โข กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ทฺวารสฺส อุปริอุมฺมาเร มตฺติกาปิณฺฑํ ขิปิตฺวา ตสฺสูปริ ปุปฺผานิ ลคฺเคตฺวา มหาสทฺทํ กโรนฺโต, ‘‘อมฺโภ, นครวาสิโน รญฺโญ มยา อาณตฺติยา คตภาวํ ชานาถ, ราชา มํ อการเณน วินาเสตุกาโม’’ติ ติกฺขตฺตุํ วิรวิตฺวา ‘‘กตฺถ นุ โข คจฺฉิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ภิกฺขู นาม มุทุหทยา, วิหารํ คนฺตฺวา นิปชฺชิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานมกาสิ. อิเม หิ นาม สตฺตา สุขิตกาเล ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวมฺปิ อชานิตฺวา ทุกฺขาภิภูตกาเล วิหารํ คนฺตุกามา โหนฺติ, ตสฺมา โสปิ ‘‘เม อญฺญํ ตาณํ นตฺถี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ ผาสุกฏฺฐาเน นิปชฺชิ. อถ รญฺโญปิ ตํ รตฺตึ นิทฺทํ อลภนฺตสฺส ตํ อิตฺถึ อนุสฺสรนฺตสฺส กามปริฬาโห อุปฺปชฺชิ. โส จินฺเตสิ – ‘‘วิภาตกฺขเณเยว ตํ ปุริสํ ฆาตาเปตฺวา ตํ อิตฺถึ อาเนสฺสามี’’ติ.

ตสฺมึ ขเณเยว สฏฺฐิโยชนิกาย โลหกุมฺภิยา นิพฺพตฺตา จตฺตาโร ปุริสา ปกฺกุถิตาย อุกฺขลิยา ตณฺฑุลา วิย สมฺปริวตฺตกํ ปจฺจมานา ตึสาย วสฺสสหสฺเสหิ เหฏฺฐิมตลํ ปตฺวา อปเรหิ ตึสาย วสฺสสหสฺเสหิ ปุน มุขวฏฺฏิยํ ปาปุณึสุ. เต สีสํ อุกฺขิปิตฺวา อญฺญมญฺญํ โอโลเกตฺวา เอเกกํ คาถํ วตฺตุกามา วตฺตุํ อสกฺโกนฺตา เอเกกํ อกฺขรํ วตฺวา ปริวตฺติตฺวา โลหกุมฺภิเมว ปวิฏฺฐา. ราชา นิทฺทํ อลภนฺโต มชฺฌิมยามสมนนฺตเร ตํ สทฺทํ สุตฺวา ภีโต อุตฺรสฺตมานโส ‘‘กึ นุ โข มยฺหํ ชีวิตนฺตราโย ภวิสฺสติ, อุทาหุ เม อคฺคมเหสิยา, อุทาหุ เม รชฺชํ วินสฺสิสฺสตี’’ติ จินฺเตนฺโต สกลรตฺตึ อกฺขีนิ นิมีเลตุํ นาสกฺขิ. โส อรุณุคฺคมนเวลาย เอว ปุโรหิตํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อาจริย, มยา มชฺฌิมยามสมนนฺตเร มหนฺตา เภรวสทฺทา สุตา, ‘รชฺชสฺส วา อคฺคมเหสิยา วา มยฺหํ วา กสฺส อนฺตราโย ภวิสฺสตี’ติ น ชานามิ, เตน เม ตฺวํ ปกฺโกสาปิโต’’ติ อาห. มหาราช, กึ เต สทฺทา สุตาติ? ‘‘อาจริย, ทุ-อิติ ส-อิติ น-อิติ โส-อิตีติ อิเม สทฺเท อสฺโสสึ, อิเมสํ นิปฺผตฺตึ อุปธาเรหี’’ติ. พฺราหฺมณสฺส มหาอนฺธการํ ปวิฏฺฐสฺส วิย น กิญฺจิ ปญฺญายติ, ‘‘น ชานามี’’ติ วุตฺเต ‘‘ปน ลาภสกฺกาโร เม ปริหายิสฺสตี’’ติ ภายิตฺวา ‘‘ภาริยํ, มหาราชา’’ติ อาห. ‘‘กึ, อาจริยา’’ติ? ‘‘ชีวิตนฺตราโย เต ปญฺญายตี’’ติ. โส ทฺวิคุณํ ภีโต, ‘‘อาจริย, อตฺถิ กิญฺจิ ปน ปฏิฆาตการณ’’นฺติ อาห. ‘‘อตฺถิ, มหาราช, มา ภายิ, อหํ ตโย เวเท ชานามี’’ติ. ‘‘กึ ปน ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘สพฺพสตยญฺญํ ยชิตฺวา ชีวิตํ ลภิสฺสสิ, เทวา’’ติ. ‘‘กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ? หตฺถิสตํ อสฺสสตํ อุสภสตํ เธนุสตํ อชสตํ อุรพฺภสตํ กุกฺกุฏสตํ สูกรสตํ ทารกสตํ ทาริกาสตนฺติ เอวํ เอเกกํ ปาณชาตึ สตํ สตํ กตฺวา คณฺหาเปนฺโต ‘‘สเจ มิคชาติเมว คณฺหาเปสฺสามิ, ‘อตฺตโน ขาทนียเมว คณฺหาเปตี’ติ วกฺขนฺตี’’ติ หตฺถิอสฺสมนุสฺเสปิ คณฺหาเปติ. ราชา ‘‘มม ชีวิตเมว มยฺหํ ลาโภ’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘สพฺพปาเณ สีฆํ คณฺหถา’’ติ อาห. อาณตฺตมนุสฺสา อธิกตรํ คณฺหึสุ. วุตฺตมฺปิ เจตํ โกสลสํยุตฺเต –

‘‘เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส มหายญฺโญ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, ปญฺจ จ อุสภสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตรสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตริสตานิ ปญฺจ จ อชสตานิ ปญฺจ จ อุรพฺภสตานิ ถูณูปนีตานิ โหนฺติ ยญฺญตฺถาย. เยปิสฺส เต โหนฺติ ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา, เตปิ ทณฺฑตชฺชิตา ภยตชฺชิตา อสฺสุมุขา รุทมานา ปริกมฺมานิ กโรนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๒๐).

มหาชโน อตฺตโน อตฺตโน ปุตฺตธีตุญาตีนํ อตฺถาย ปริเทวมาโน มหาสทฺทมกาสิ, มหาปถวีอุนฺทฺริยนสทฺโท วิย อโหสิ. อถ มลฺลิกา เทวี ตํ สทฺทํ สุตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ นุ โข เต, มหาราช, อินฺทฺริยานิ อปากติกานิ, กิลนฺตรูปานิ วิย ปญฺญายนฺตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘กึ ตุยฺหํ, มลฺลิเก, ตฺวํ มม กณฺณมูเลน อาสิวิสมฺปิ คจฺฉนฺตํ น ชานาสี’’ติ? ‘‘กึ ปเนตํ, เทวา’’ติ? ‘‘รตฺติภาเค เม เอวรูโป นาม สทฺโท สุโต, สฺวาหํ ปุโรหิตํ ปุจฺฉิตฺวา ชีวิตนฺตราโย เต ปญฺญายติ, สพฺพสตยญฺญํ ยชิตฺวา ชีวิตํ ลภิสฺสสี’’ติ สุตฺวา ‘‘มม ชีวิตเมว มยฺหํ ลาโภ’’ติ อิเม ปาเณ คณฺหาเปสินฺติ. มลฺลิกา เทวี, ‘‘อนฺธพาโลสิ, มหาราช, กิญฺจาปิ มหาภกฺโขสิ, อเนกสูปพฺยญฺชนวิกติกํ โทณปากํ โภชนํ ภุญฺชสิ, ทฺวีสุ รฏฺเฐสุ รชฺชํ กาเรสิ, ปญฺญา ปน เต มนฺทา’’ติ อาห. ‘‘กสฺมา เอวํ วเทสิ, เทวี’’ติ? ‘‘กหํ ตยา อญฺญสฺส มรเณน อญฺญสฺส ชีวิตลาโภ ทิฏฺฐปุพฺโพ, อนฺธพาลสฺส พฺราหฺมณสฺส กถํ คเหตฺวา กสฺมา มหาชนสฺส อุปริ ทุกฺขํ ขิปสิ, ธุรวิหาเร สเทวกสฺส โลกสฺส อคฺคปุคฺคโล อตีตาทีสุ อปฺปฏิหตญาโณ สตฺถา วสติ, ตํ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺโสวาทํ กโรหี’’ติ วุตฺเต ราชา สลฺลหุเกหิ ยาเนหิ มลฺลิกาย สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา มรณภยตชฺชิโต กิญฺจิ วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.

อถ นํ สตฺถา ‘‘หนฺท กุโต นุ ตฺวํ, มหาราช, อาคจฺฉสิ ทิวา ทิวสฺสา’’ติ ปฐมตรํ อาลปิ. โส ตุณฺหีเยว นิสีทิ. ตโต มลฺลิกา ภควโต อาโรเจสิ – ‘‘ภนฺเต, รญฺญา กิร มชฺฌิมยามสมนนฺตเร สทฺโท สุโต. อถ นํ ปุโรหิตสฺส อาโรเจสิ. ปุโรหิโต ‘ชีวิตนฺตราโย เต ภวิสฺสติ, ตสฺส ปฏิฆาตตฺถาย สพฺพสเต ปาเณ คเหตฺวา เตสํ คลโลหิเตน ยญฺเญ ยชิเต ชีวิตํ ลภิสฺสสี’ติ อาห. ราชา ปาเณ คณฺหาเปสิ, เตนายํ มยา อิธานีโต’’ติ. ‘‘เอวํ กิร, มหาราชา’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กินฺติ เต สทฺโท สุโต’’ติ? โส อตฺตนา สุตนิยาเมเนว อาจิกฺขิ. ตถาคตสฺส ตํ สุตฺวาว เอโกภาโส อโหสิ. อถ นํ สตฺตา อาห – ‘‘มา ภายิ, มหาราช, ตว อนฺตราโย นตฺถิ, ปาปกมฺมิโน สตฺถา อตฺตโน ทุกฺขํ อาวีกโรนฺตา เอวมาหํสู’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, เตหิ กต’’นฺติ? อถ โข ภควา เตสํ กมฺมํ อาจิกฺขิตุํ ‘‘เตน หิ, มหาราช, สุณาหี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ –

อตีเต วีสติวสฺสสหสฺสายุเกสุ มนุสฺเสสุ กสฺสโป ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา วีสติยา ขีณาสวสหสฺเสหิ สทฺธึ จาริกํ จรมาโน พาราณสิมคมาสิ. พาราณสิวาสิโน เทฺวปิ ตโยปิ พหุตราปิ เอกโต หุตฺวา อาคนฺตุกทานํ ปวตฺตยึสุ. ตทา พาราณสิยํ จตฺตาลีสโกฏิวิภวา จตฺตาโร เสฏฺฐิปุตฺตา สหายกา อเหสุํ. เต มนฺตยึสุ – ‘‘อมฺหากํ เคเห พหุธนํ, เตน กึ กโรมา’’ติ? ‘‘เอวรูเป พุทฺเธ จาริกํ จรมาเน ทานํ ทสฺสาม, สีลํ รกฺขิสฺสาม, ปูชํ กริสฺสามา’’ติ เอโกปิ อวตฺวา เตสุ เอโก ตาว เอวมาห – ‘‘ติขิณสุรํ ปิวนฺตา มธุรมํสํ ขาทนฺตา วิจริสฺสาม, อิทํ อมฺหากํ ชีวิตผล’’นฺติ. อปโรปิ เอวมาห – ‘‘เทวสิกํ ติวสฺสิกคนฺธสาลิภตฺตํ นานคฺครเสหิ ภุญฺชนฺตา วิจริสฺสามา’’ติ. อปโรปิ เอวมาห – ‘‘นานปฺปการํ ปูวขชฺชกวิกตึ ปจาเปตฺวา ขาทนฺตา วิจริสฺสามา’’ติ. อปโรปิ เอวมาห – ‘‘สมฺมา มยํ อญฺญํ กิญฺจิ น กริสฺสาม, ‘ธนํ ทสฺสามา’ติ วุตฺเต อนิจฺฉมานา อิตฺถี นาม นตฺถิ, ตสฺมา ธเนน ปโลเภตฺวา ปารทาริกกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ. ‘‘สาธุ, สาธู’’ติ สพฺเพว ตสฺส กถาย อฏฺฐํสุ.

เต ตโต ปฏฺฐาย อภิรูปานํ อิตฺถีนํ ธนํ เปเสตฺวา วีสติวสฺสสหสฺสานิ ปารทาริกกมฺมํ กตฺวา กาลํ กตฺวา อวีจินิรเย นิพฺพตฺตา. เต เอกํ พุทฺธนฺตรํ นิรเย ปจฺจิตฺวา ตตฺถ กาลํ กตฺวา ปกฺกาวเสเสน สฏฺฐิโยชนิกาย โลหกุมฺภิยา นิพฺพตฺติตฺวา ตึสาย วสฺสสหสฺเสหิ เหฏฺฐิมตลํ ปตฺวา ปุนปิ ตึสาย วสฺสสหสฺเสหิ โลหกุมฺภิมุขํ ปตฺวา เอเกกํ คาถํ วตฺตุกามา หุตฺวา วตฺตุํ อสกฺโกนฺตา เอเกกํ อกฺขรํ วตฺวา ปุน ปริวตฺติตฺวา, โลหกุมฺภิเมว ปวิฏฺฐา. ‘‘วเทหิ, มหาราช, ปฐมํ เต กึ สทฺโท นาม สุโต’’ติ? ‘‘ทุ-อิติ, ภนฺเต’’ติ. สตฺถา เตน อปริปุณฺณํ กตฺวา วุตฺตํ คาถํ ปริปุณฺณํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต เอวมาห –

‘‘ทุชฺชีวิตมชีวิมฺห, เย สนฺเต น ททมฺหเส;

วิชฺชมาเนสุ โภเคสุ, ทีปํ นากมฺห อตฺตโน’’ติ. (ชา. ๑.๔.๕๓; เป. ว. ๘๐๔);

อถ รญฺโญ อิมิสฺสา คาถาย อตฺถํ ปกาเสตฺวา, ‘‘กึ เต, มหาราช, ทุติยสทฺโท ตติยสทฺโท จตุตฺถสทฺโท สุโต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เอวํ นามา’’ติ วุตฺเต อวเสสํ ปริปูเรนฺโต –

‘‘สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ, ปริปุณฺณานิ สพฺพโส;

นิรเย ปจฺจมานานํ, กทา อนฺโต ภวิสฺสติ.

‘‘นตฺถิ อนฺโต กุโต อนฺโต, น อนฺโต ปฏิทิสฺสติ;

ตทา หิ ปกตํ ปาปํ, มม ตุยฺหญฺจ มาริสา.

‘‘โสหํ นูน อิโต คนฺตฺวา, โยนึ ลทฺธาน มานุสึ;

วทญฺญู สีลสมฺปนฺโน, กาหามิ กุสลํ พหุ’’นฺติ. (ชา. ๑.๔.๕๔-๕๖; เป. ว. ๘๐๒, ๘๐๓, ๘๐๕) –

ปฏิปาฏิยา อิมา คาถา วตฺวา ตาสํ อตฺถํ ปกาเสตฺวา ‘‘อิติ โข, มหาราช, เต จตฺตาโร ชนา เอเกกํ คาถํ วตฺตุกามาปิ วตฺตุํ อสกฺโกนฺตา เอกกเมว อกฺขรํ วตฺวา ปุน โลหกุมฺภิเมว ปวิฏฺฐา’’ติ อาห.

รญฺญา กิร ปเสนทิโกสเลน ตสฺส สทฺทสฺส สุตกาลโต ปฏฺฐาย เต เหฏฺฐา ภสฺสนฺติ เอว, อชฺชาปิ เอกํ วสฺสสหสฺสํ นาติกฺกมนฺติ. รญฺโญ ตํ เทสนํ สุตฺวา มหาสํเวโค อุปฺปชฺชิ. โส ‘‘ภาริยํ วติทํ ปารทาริกกมฺมํ นาม, เอกํ กิร พุทฺธนฺตรํ นิรเย ปจฺจิตฺวา ตโต จุตา สฏฺฐิโยชนิกาย โลหกุมฺภิยา นิพฺพตฺติตฺวา ตตฺถ สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ ปจฺจิตฺวา เอวมฺปิ เนสํ ทุกฺขา มุจฺจนกาโล น ปญฺญายติ, อหมฺปิ ปรทาเร สิเนหํ กตฺวา สพฺพรตฺตึ นิทฺทํ น ลภึ, อิทานิ อิโต ปฏฺฐาย ปรทาเร มานสํ น พนฺธิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตถาคตํ อาห – ‘‘ภนฺเต, อชฺช เม รตฺติยา ทีฆภาโว ญาโต’’ติ. โสปิ ปุริโส ตตฺเถว นิสินฺโน ตํ กถํ สุตฺวา ‘‘ลทฺโธ เม พลวปฺปจฺจโย’’ติ สตฺถารํ อาห – ‘‘ภนฺเต, รญฺญา ตาว อชฺช รตฺติยา ทีฆภาโว ญาโต, อหํ ปน หิยฺโย สยเมว โยชนสฺส ทีฆภาวํ อญฺญาสิ’’นฺติ. สตฺถา ทฺวินฺนมฺปิ กถํ สํสนฺทิตฺวา ‘‘เอกจฺจสฺส รตฺติ ทีฆา โหติ, เอกจฺจสฺส โยชนํ ทีฆํ โหติ, พาลสฺส ปน สํสาโร ทีโฆ โหตี’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๖๐. ‘‘ทีฆา ชาครโต รตฺติ, ทีฆํ สนฺตสฺส โยชนํ;

ทีโฆ พาลาน สํสาโร, สทฺธมฺมํ อวิชานต’’นฺติ.

ตตฺถ ทีฆาติ รตฺติ นาเมสา ติยามมตฺตาว, ชาครนฺตสฺส ปน ทีฆา โหติ, ทฺวิคุณติคุณา วิย หุตฺวา ขายติ. ตสฺสา ทีฆภาวํ อตฺตานํ มงฺกุณสงฺฆสฺส ภตฺตํ กตฺวา ยาว สูริยุคฺคมนา สมฺปริวตฺตกํ เสมาโน มหากุสีโตปิ, สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา สิริสยเน สยมาโน กามโภคีปิ น ชานาติ, สพฺพรตฺตึ ปน ปธานํ ปทหนฺโต โยคาวจโร จ, ธมฺมกถํ กเถนฺโต ธมฺมกถิโก จ, อาสนสมีเป ฐตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต จ, สีสโรคาทิผุฏฺโฐ วา หตฺถปาทจฺเฉทนาทึ ปตฺโต วา เวทนาภิภูโต จ, รตฺตึ มคฺคปฏิปนฺโน อทฺธิโก จ ชานาติ. โยชนนฺติ โยชนมฺปิ จตุคาวุตมตฺตเมว, สนฺตสฺส ปน กิลนฺตสฺส ทีฆํ โหติ, ทฺวิคุณติคุณํ วิย ขายติ. สกลทิวสญฺหิ มคฺคํ คนฺตฺวา กิลนฺโต ปฏิปถํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘ปุรโต คาโม กีวทูโร’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘โยชน’’นฺติ วุตฺเต โถกํ คนฺตฺวา อปรมฺปิ ปุจฺฉิตฺวา เตนาปิ ‘‘โยชน’’นฺติ วุตฺเต ปุน โถกํ คนฺตฺวา อปรมฺปิ ปุจฺฉติ. โสปิ ‘‘โยชน’’นฺติ วทติ. โส ปุจฺฉิตปุจฺฉิตา โยชนนฺเตว วทนฺติ, ทีฆํ วติทํ โยชนํ, เอกโยชนํ เทฺว ตีณิ โยชนานิ วิย มญฺเญติ. พาลานนฺติ อิธโลกปรโลกตฺถํ ปน อชานนฺตานํ พาลานํ สํสารวฏฺฏสฺส ปริยนฺตํ กาตุํ อสกฺโกนฺตานํ ยํ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยเภทํ สทฺธมฺมํ ญตฺวา สํสารสฺส อนฺตํ กโรนฺติ, ตํ สทฺธมฺมํ อวิชานตํ สํสาโร ทีโฆ นาม โหติ. โส หิ อตฺตโน ธมฺมตาย เอว ทีโฆ นาม. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘อนมตคฺโคยํ, ภิกฺขเว, สํสาโร, ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๒๔). พาลานํ ปน ปริยนฺตํ กาตุํ อสกฺโกนฺตานํ อติทีโฆเยวาติ.

เทสนาวสาเน โส ปุริโส โสตาปตฺติผลํ ปตฺโต, อญฺเญปิ พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปตฺตา. มหาชนสฺส สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา ชาตาติ.

ราชา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา คจฺฉนฺโตเยว เต สตฺเต พนฺธนา โมเจสิ. ตตฺถ อิตฺถิปุริสา พนฺธนา มุตฺตา สีสํ นฺหตฺวา สกานิ เคหานิ คจฺฉนฺตา ‘‘จิรํ ชีวตุ โน, อยฺยา, มลฺลิกา เทวี, ตํ นิสฺสาย ชีวิตํ ลภิมฺหา’’ติ มลฺลิกาย คุณกถํ กถยึสุ. สายนฺหสมเย ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อโห ปณฺฑิตา วตายํ, มลฺลิกา, อตฺตโน ปญฺญํ นิสฺสาย เอตฺตกสฺส ชนสฺส ชีวิตทานํ อทาสี’’ติ. สตฺถา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว เตสํ ภิกฺขูนํ กถํ สุตฺวา คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา ธมฺมสภํ ปวิสิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘น, ภิกฺขเว, มลฺลิกา, อิทาเนว อตฺตโน ปญฺญํ นิสฺสาย มหาชนสฺส ชีวิตทานํ เทติ, ปุพฺเพปิ อทาสิเยวา’’ติ วตฺวา ตมตฺถํ ปกาสนฺโต อตีตํ อาหริ –

อตีเต พาราณสิยํ รญฺโญ ปุตฺโต เอกํ นิโคฺรธรุกฺขํ อุปสงฺกมิตฺวา ตตฺถ นิพฺพตฺตาย เทวตาย อายาจิ – ‘‘สามิ เทวราช, อิมสฺมึ ชมฺพุทีเป เอกสตราชาโน เอกสตอคฺคมเหสิโย, สจาหํ ปิตุ อจฺจเยน รชฺชํ ลภิสฺสามี, เอเตสํ คลโลหิเตน พลึ กริสฺสามี’’ติ. โส ปิตริ กาลกเต รชฺชํ ปตฺวา ‘‘เทวตาย เม อานุภาเวน รชฺชํ ปตฺตํ, พลิมสฺสา กริสฺสามี’’ติ มหติยา เสนาย นิกฺขมิตฺวา เอกํ ราชานํ อตฺตโน วเส วตฺเตตฺวา เตน สทฺธึ อปรมฺปิ อปรมฺปีติ สพฺเพ ราชาโน อตฺตโน วเส กตฺวา สทฺธึ อคฺคมเหสีหิ อาทาย คจฺฉนฺโต อุคฺคเสนสฺส นาม สพฺพกนิฏฺฐสฺส รญฺโญ ธมฺมทินฺนา นาม อคฺคมเหสี ครุคพฺภา, ตํ โอหาย อาคนฺตฺวา ‘‘เอตฺตกชนํ วิสปานกํ ปาเยตฺวา มาเรสฺสามี’’ติ รุกฺขมูลํ โสธาเปสิ. เทวตา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ราชา เอตฺตเก ราชาโน คณฺหนฺโต ‘มํ นิสฺสาย คหิตา อิเม’ติ จินฺเตตฺวา เตสํ คลโลหิเตน มยฺหํ พลึ กาตุกาโม, สเจ ปนายํ เอเต ฆาเตสฺสติ, ชมฺพุทีเป ราชวํโส อุปจฺฉิชฺชิสฺสติ, รุกฺขมูเลปิ, เม อสุจิ ภวิสฺสติ, สกฺขิสฺสามิ นุ โข เอตํ นิวาเรตุ’’นฺติ. สา อุปธาเรนฺตี ‘‘นาหํ สกฺขิสฺสามี’’ติ ญตฺวา อญฺญมฺปิ เทวตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ‘‘ตฺวํ สกฺขิสฺสสี’’ติ อาห. ตายปิ ปฏิกฺขิตฺตา อญฺญมฺปิ อญฺญมฺปีติ เอวํ สกลจกฺกวาฬเทวตาโย อุปสงฺกมิตฺวา ตาหิปิ ปฏิกฺขิตฺตา จตุนฺนํ มหาราชูนํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘มยํ น สกฺโกม, อมฺหากํ ปน ราชา อเมฺหหิ ปุญฺเญน จ ปญฺญาย จ วิสิฏฺโฐ, ตํ ปุจฺฉา’’ติ เตหิปิ ปฏิกฺขิตฺตกาเล สกฺกํ อุปสงฺกมิตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา, ‘‘เทว, ตุเมฺหสุ อปฺโปสฺสุกฺกตํ อาปนฺเนสุ ขตฺติยวํโส อุปจฺฉิชฺชิสฺสติ, ตสฺส ปฏิสรณํ โหถา’’ติ อาห. สกฺโก ‘‘อหมฺปิ นํ ปฏิพาหิตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อุปายํ ปน เต วกฺขามี’’ติ วตฺวา อุปายํ อาจิกฺขิ – ‘‘คจฺฉ, ตฺวํ รญฺโญ ปสฺสนฺตสฺเสว รตฺตวตฺถํ นิวาเสตฺวา อตฺตโน รุกฺขโต นิกฺขมิตฺวา คมนาการํ ทสฺเสหิ. อถ ตํ ราชา ‘เทวตา คจฺฉติ, นิวตฺตาเปสฺสามิ น’นฺติ นานปฺปกาเรน ยาจิสฺสติ. อถ นํ วเทยฺยาสิ ‘ตฺวํ เอกสตราชาโน สทฺธึ อคฺคมเหสีหิ อาเนตฺวา เตสํ คลโลหิเตน พลึ กริสฺสามี’ติ มยฺหํ อายาจิตฺวา อุคฺคเสนสฺส รญฺโญ เทวึ โอหาย อาคโต, นาหํ ตาทิสสฺส มุสาวาทสฺส พลึ สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ, ‘‘เอวํ กิร วุตฺเต ราชา ตํ อาณาเปสฺสติ, สา รญฺโญ ธมฺมํ เทเสตฺวา เอตฺตกสฺส ชนสฺส ชีวิตทานํ ทสฺสตี’’ติ. อิมินา การเณน สกฺโก เทวตาย อิมํ อุปายํ อาจิกฺขิ. เทวตา ตถา อกาสิ.

ราชาปิ ตํ อาณาเปสิ. สา อาคนฺตฺวา เตสํ ราชูนํ ปริยนฺเต นิสินฺนมฺปิ อตฺตโน ราชานเมว วนฺทิ. ราชา ‘‘มยิ สพฺพราชเชฏฺฐเก ฐิเต สพฺพกนิฏฺฐํ อตฺตโน สามิกํ วนฺทตี’’ติ ตสฺสา กุชฺฌิ. อถ นํ สา อาห – ‘‘กึ มยฺหํ ตยิ ปฏิพทฺธํ, อยํ ปน เม สามิโก อิสฺสริยสฺส ทายโก, อิมํ อวนฺทิตฺวา กสฺมา ตํ วนฺทิสฺสามี’’ติ? รุกฺขเทวตา ปสฺสนฺตสฺเสว มหาชนสฺส ‘‘เอวํ, ภทฺเท, เอวํ, ภทฺเท’’ติ วตฺวา ตํ ปุปฺผมุฏฺฐินา ปูเชสิ. ปุน ราชา อาห – ‘‘สเจ มํ น วนฺทสิ, มยฺหํ รชฺชสิริทายิกํ เอวํ มหานุภาวํ เทวตํ กสฺมา น วนฺทสี’’ติ? ‘‘มหาราช, ตยา อตฺตโน ปุญฺเญ ฐตฺวา ราชาโน คหิตา, น เทวตาย คเหตฺวา ทินฺนา’’ติ. ปุนปิ ตํ เทวตา ‘‘เอวํ, ภทฺเท, เอวํ, ภทฺเท’’ติ วตฺวา ตเถว ปูเชสิ. ปุน สา ราชานํ อาห – ‘‘ตฺวํ ‘เทวตาย เม เอตฺตกา ราชาโน คเหตฺวา ทินฺนา’ติ วเทสิ, อิทานิ เต เทวตาย อุปริ วามปสฺเส รุกฺโข อคฺคินา ทฑฺโฒ, สา ตํ อคฺคึ นิพฺพาเปตุํ กสฺมา นาสกฺขิ, ยทิ เอวํ มหานุภาวา’’ติ. ปุนปิ ตํ เทวตา ‘‘เอวํ, ภทฺเท, เอวํ, ภทฺเท’’ติ วตฺวา ตเถว ปูเชสิ.

สา กถยมานา ฐิตา โรทิ เจว หสิ จ. อถ นํ ราชา ‘‘กึ อุมฺมตฺติกาสี’’ติ อาห. ‘‘กสฺมา เทว เอวํ วเทสิ’’? ‘‘น มาทิสิโย อุมฺมตฺติกา โหนฺตี’’ติ. อถ ‘‘นํ กึ การณา โรทสิ เจว หสสิ จา’’ติ? ‘‘สุณาหิ, มหาราช, อหญฺหิ อตีเต กุลธีตา หุตฺวา ปติกุเล วสนฺตี สามิกสฺส สหายกํ ปาหุนกํ อาคตํ ทิสฺวา ตสฺส ภตฺตํ ปจิตุกามา ‘มํสํ อาหรา’ติ ทาสิยา กหาปณํ ทตฺวา ตาย มํสํ อลภิตฺวา อาคตาย ‘นตฺถิ มํส’นฺติ วุตฺเต เคหสฺส ปจฺฉิมภาเค สยิตาย เอฬิกาย สีสํ ฉินฺทิตฺวา ภตฺตํ สมฺปาเทสึ. สาหํ เอกิสฺสาย เอฬิกาย สีสํ ฉินฺทิตฺวา นิรเย ปจฺจิตฺวา ปกฺกาวเสเสน ตสฺสา โลมคณนาย สีสจฺเฉทํ ปาปุณึ, ‘ตฺวํ เอตฺตกํ ชนํ วธิตฺวา กทา ทุกฺขา มุจฺจิสฺสสี’ติ เอวมหํ ตว ทุกฺขํ อนุสฺสรนฺตี โรทิ’’นฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

‘‘เอกิสฺสา กณฺฐํ เฉตฺวาน, โลมคณนาย ปจฺจิสํ;

พหูนํ กณฺเฐ เฉตฺวาน, กถํ กาหสิ ขตฺติยา’’ติ.

อถ ‘‘กสฺมา ตฺวํ หสสี’’ติ? ‘‘‘เอตสฺมา ทุกฺขา มุตฺตามฺหี’ติ ตุสฺสิตฺวา, มหาราชา’’ติ. ปุนปิ ตํ เทวตา ‘‘เอวํ, ภทฺเท, เอวํ, ภทฺเท’’ติ วตฺวา ปุปฺผมุฏฺฐินา ปูเชสิ. ราชา ‘‘อโห เม ภาริยํ กตํ กมฺมํ, อยํ กิร เอกํ เอฬิกํ วธิตฺวา นิรเย ปกฺกาวเสเสน ตสฺสา โลมคณนาย สีสจฺเฉทํ ปาปุณิ, อหํ เอตฺตกํ ชนํ วธิตฺวา กทา โสตฺถึ ปาปุณิสฺสามี’’ติ สพฺเพ ราชาโน โมเจตฺวา อตฺตโน มหลฺลกตเร วนฺทิตฺวา ทหรทหรานํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห สพฺเพ ขมาเปตฺวา สกสกฏฺฐานเมว ปหิณิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘เอวํ, ภิกฺขเว, น อิทาเนว, มลฺลิกา เทวี, อตฺตโน ปญฺญํ นิสฺสาย มหาชนสฺส ชีวิตทานํ เทติ, ปุพฺเพปิ อทาสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พาราณสิราชา ปเสนทิ โกสโล อโหสิ, ธมฺมทินฺนา, เทวี มลฺลิกา, รุกฺขเทวตา อหเมวา’’ติ. เอวํ อตีตํ สโมธาเนตฺวา ปุน ธมฺมํ เทเสนฺโต, ‘‘ภิกฺขเว, ปาณาติปาโต นาม น กตฺตพฺพยุตฺตโก. ปาณาติปาติโน หิ ทีฆรตฺตํ โสจนฺตี’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อาห –

‘‘อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ,

ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ;

โส โสจติ โส วิหญฺญติ,

ทิสฺวา กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน’’ติ. (ธ. ป. ๑๕);

‘‘เอวํ เจ สตฺตา ชาเนยฺยุํ, ทุกฺขายํ ชาติสมฺภโว;

น ปาโณ ปาณินํ หญฺเญ, ปาณฆาตี หิ โสจตี’’ติ. (ชา. ๑.๑.๑๘);

อญฺญตรปุริสวตฺถุ ปฐมํ.