๗. ปูติคตฺตติสฺสตฺเถรวตฺถุ
อจิรํ วตยํ กาโยติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต ปูติคตฺตติสฺสตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.
เอโก กิร สาวตฺถิวาสี กุลปุตฺโต สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชิโต, โส ลทฺธูปสมฺปโท ติสฺสตฺเถโร นาม อโหสิ. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล ตสฺส สรีเร โรโค อุทปาทิ. สาสปมตฺติโย ปิฬกา อุฏฺฐหึสุ. ตา อนุปุพฺเพน มุคฺคมตฺตา กลายมตฺตา โกลฏฺฐิมตฺตา อามลกมตฺตา เพฬุวสลาฏุมตฺตา เพฬุวมตฺตา หุตฺวา ปภิชฺชึสุ, สกลสรีรํ ฉิทฺทาวฉิทฺทํ อโหสิ. ปูติคตฺตติสฺสตฺเถโรเตฺววสฺส นามํ อุทปาทิ. อถสฺส อปรภาเค อฏฺฐีนิ ภิชฺชึสุ. โส อปฺปฏิชคฺคิโย อโหสิ. นิวาสนปารุปนํ ปุพฺพโลหิตมกฺขิตํ ชาลปูวสทิสํ อโหสิ. สทฺธิวิหาริกาทโย ปฏิชคฺคิตุํ อสกฺโกนฺตา ฉฑฺฑยึสุ. โส อนาโถ หุตฺวา นิปชฺชิ.
พุทฺธานญฺจ นาม เทฺว วาเร โลกโวโลกนํ อวิชหิตํ โหติ. ปจฺจูสกาเล โลกํ โวโลเกนฺตา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิโต ปฏฺฐาย คนฺธกุฏิอภิมุขํ ญาณํ กตฺวา โอโลเกนฺติ, สายํ โอโลเกนฺตา คนฺธกุฏิโต ปฏฺฐาย พาหิราภิมุขํ ญาณํ กตฺวา โอโลเกนฺติ. ตสฺมึ ปน สมเย ภควโต ญาณชาลสฺส อนฺโต ปูติคตฺตติสฺสตฺเถโร ปญฺญายิ. สตฺถา ตสฺส ภิกฺขุโน อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา, ‘‘อยํ สทฺธิวิหาริกาทีหิ ฉฑฺฑิโต, อิทานิสฺส มํ ฐเปตฺวา อญฺญํ ปฏิสรณํ นตฺถี’’ติ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา วิหารจาริกํ จรมาโน วิย อคฺคิสาลํ คนฺตฺวา อุกฺขลึ โธวิตฺวา อุทกํ ทตฺวา อุทฺธนํ อาโรเปตฺวา อุทกสฺส ตตฺตภาวํ อาคมยมาโน อคฺคิสาลายเมว อฏฺฐาสิ. ตตฺตภาวํ ชานิตฺวา คนฺตฺวา ตสฺส ภิกฺขุโน นิปนฺนมญฺจโกฏิยํ คณฺหิ, ตทา ภิกฺขู ‘‘อเปถ, ภนฺเต, มยํ คณฺหิสฺสามา’’ติ มญฺจกํ คเหตฺวา อคฺคิสาลํ อานยึสุ. สตฺถา อมฺพณํ อาหราเปตฺวา อุโณฺหทกํ อาสิญฺจิตฺวา เตหิ ภิกฺขูหิ ตสฺส ปารุปนํ คาหาเปตฺวา อุโณฺหทเก มทฺทาเปตฺวา มนฺทาตเป วิสฺสชฺชาเปสิ. อถสฺส สนฺติเก ฐตฺวา สรีรํ อุโณฺหทเกน เตเมตฺวา ฆํสิตฺวา นฺหาเปสิ, ตสฺส นหานปริโยสาเน ปารุปนํ สุกฺขิ. อถ นํ ตํ นิวาสาเปตฺวา นิวตฺถกาสาวํ อุทเก มทฺทาเปตฺวา อาตเป วิสฺสชฺชาเปสิ. อถสฺส คตฺเต อุทเก ฉินฺนมตฺเต ตมฺปิ สุกฺขิ. โส เอกํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา สลฺลหุกสรีโร เอกคฺคจิตฺโต มญฺจเก นิปชฺชิ. สตฺถา ตสฺส อุสฺสีสเก ฐตฺวา, ‘‘ภิกฺขุ อยํ ตว กาโย อเปตวิญฺญาโณ นิรุปกาโร หุตฺวา กลิงฺครํ วิย ปถวิยํ เสสฺสตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๔๑. ‘‘อจิรํ วตยํ กาโย, ปถวึ อธิเสสฺสติ;
ฉุทฺโธ อเปตวิญฺญาโณ, นิรตฺถํว กลิงฺคร’’นฺติ.
ตตฺถ อจิรํ วตาติ ภิกฺขุ น จิรสฺเสว อยํ กาโย ปถวึ อธิเสสฺสติ, อิมิสฺสา ปกติสยเนน สยิตาย ปถวิยา อุปริ สยิสฺสติ. ฉุทฺโธติ อปวิทฺโธ, อปคตวิญฺญาณตาย ตุจฺโฉ หุตฺวา เสสฺสตีติ ทสฺเสติ. ยถา กึ? นิรตฺถํว กลิงฺครํ นิรุปการํ นิรตฺถกํ กฏฺฐขณฺฑํ วิย. ทพฺพสมฺภารตฺถิกา หิ มนุสฺสา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อุชุกํ อุชุกสณฺฐาเนน วงฺกํ วงฺกสณฺฐาเนน ฉินฺทิตฺวา ทพฺพสมฺภารํ คณฺหนฺติ, อวเสสํ ปน สุสิรญฺจ ปูติกญฺจ อสารกญฺจ คณฺฐิชาตญฺจ ฉินฺทิตฺวา ตตฺเถว ฉฑฺเฑนฺติ. อญฺเญ ทพฺพสมฺภารตฺถิกา อาคนฺตฺวา ตํ คเหตาโร นาม นตฺถิ, โอโลเกตฺวา อตฺตโน อุปการกเมว คณฺหนฺติ, อิตรํ ปถวีคตเมว โหติ. ตํ ปน เตน เตน อุปาเยน มญฺจปฏิปาทกํ วา ปาทกถลิกํ วา ผลกปีฐํ วา กาตุํ สกฺกาปิ ภเวยฺย. อิมสฺมึ ปน อตฺตภาเว ทฺวตฺตึสาย โกฏฺฐาเสสุ เอกโกฏฺฐาโสปิ มญฺจปฏิปาทกาทิวเสน อญฺเญน วา อุปการมุเขน คยฺหูปโค นาม นตฺถิ, เกวลํ นิรตฺถํว กลิงฺครํ อยํ กาโย อปคตวิญฺญาโณ กติปาเหเนว ปถวิยํ เสสฺสตีติ.
เทสนาวสาเน ปูติคตฺตติสฺสตฺเถโร สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ, อญฺเญปิ พหู โสตาปนฺนาทโย อเหสุํ. เถโรปิ อรหตฺตํ ปตฺวาว ปรินิพฺพายิ. สตฺถา ตสฺส สรีรกิจฺจํ การาเปตฺวา ธาตุโย คเหตฺวา เจติยํ การาเปสิ. ภิกฺขู สตฺถารํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, ปูติคตฺตติสฺสตฺเถโร กุหึ นิพฺพตฺโต’’ติ. ‘‘ปรินิพฺพุโต, ภิกฺขเว’’ติ. ‘‘ภนฺเต, เอวรูปสฺส ปน อรหตฺตูปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺส ภิกฺขุโน กึ การณา คตฺตํ ปุติกํ ชาตํ, กึ การณา อฏฺฐีนิ ภินฺนานิ, กิมสฺส การณํ อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยภาวํ ปตฺต’’นฺติ? ‘‘ภิกฺขเว, สพฺพเมตํ เอตสฺส อตฺตนา กตกมฺเมเนว นิพฺพตฺต’’นฺติ. ‘‘กึ ปน เตน, ภนฺเต, กต’’นฺติ? ‘‘เตน หิ, ภิกฺขเว, สุณาถา’’ติ อตีตํ อาหริ –
อยํ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล สากุณิโก หุตฺวา พหู สกุเณ วธิตฺวา อิสฺสรชนํ อุปฏฺฐหิ. เตสํ ทินฺนาวเสเส วิกฺกิณาติ, ‘‘วิกฺกิตาวเสสา มาเรตฺวา ฐปิตา ปูติกา ภวิสฺสนฺตี’’ติ ยถา อุปฺปติตุํ น สกฺโกนฺติ, ตถา เตสํ ชงฺฆฏฺฐีนิ จ ปกฺขฏฺฐีนิ จ ภินฺทิตฺวา ราสึ กตฺวา ฐเปติ, เต ปุนทิวเส วิกฺกิณาติ. อติพหูนํ ปน ลทฺธกาเล อตฺตโนปิ อตฺถาย ปจาเปติ. ตสฺเสกทิวสํ รสโภชเน ปกฺเก เอโก ขีณาสโว ปิณฺฑาย จรนฺโต เคหทฺวาเร อฏฺฐาสิ. โส เถรํ ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ‘‘มยา พหู ปาณา มาเรตฺวา ขาทิตา, อยฺโย จ เม เคหทฺวาเร ฐิโต, อนฺโตเคเห จ รสโภชนํ สํวิชฺชติ, ปิณฺฑปาตมสฺส ทสฺสามี’’ติ ตสฺส ปตฺตํ อาทาย ปูเรตฺวา รสปิณฺฑปาตํ ทตฺวา เถรํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐธมฺมสฺส มตฺถกํ ปาปุเณยฺย’’นฺติ อาห. เถโร ‘‘เอวํ โหตู’’ติ อนุโมทนํ อกาสิ. ‘‘ภิกฺขเว, ตทา กตกมฺมวเสเนตํ ติสฺสสฺส นิปฺผนฺนํ, สกุณานํ อฏฺฐิเภทนนิสฺสนฺเทน ติสฺสสฺส คตฺตญฺจ ปูติกํ ชาตํ, อฏฺฐีนิ จ ภินฺนานิ, ขีณาสวสฺส รสปิณฺฑปาตทานนิสฺสนฺเทน อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ.
ปูติคตฺตติสฺสตฺเถรวตฺถุ สตฺตมํ.