๒. มฏฺฐกุณฺฑลีวตฺถุ
๒. มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมาติ ทุติยคาถาปิ สาวตฺถิยํเยว มฏฺฐกุณฺฑลึ อารพฺภ ภาสิตา.
สาวตฺถิยํ กิร อทินฺนปุพฺพโก นาม พฺราหฺมโณ อโหสิ. เตน กสฺสจิ กิญฺจิ น ทินฺนปุพฺพํ, เตน ตํ ‘‘อทินฺนปุพฺพโก’’เตฺวว สญฺชานึสุ. ตสฺส เอกปุตฺตโก อโหสิ ปิโย มนาโป. อถสฺส ปิลนฺธนํ กาเรตุกาโม ‘‘สเจ สุวณฺณกาเร กาเรสฺสามิ, ภตฺตเวตนํ ทาตพฺพํ ภวิสฺสตี’’ติ สยเมว สุวณฺณํ โกฏฺเฏตฺวา มฏฺฐานิ กุณฺฑลานิ กตฺวา อทาสิ. เตนสฺส ปุตฺโต มฏฺฐกุณฺฑลีเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. ตสฺส โสฬสวสฺสิกกาเล ปณฺฑุโรโค อุทปาทิ. ตสฺส มาตา ปุตฺตํ โอโลเกตฺวา, ‘‘พฺราหฺมณ, ปุตฺตสฺส เต โรโค อุปฺปนฺโน, ติกิจฺฉาเปหิ น’’นฺติ อาห. ‘‘โภติ สเจ เวชฺชํ อาเนสฺสามิ, ภตฺตเวตนํ ทาตพฺพํ ภวิสฺสติ; กึ ตฺวํ มม ธนจฺเฉทํ น โอโลเกสฺสสี’’ติ? ‘‘อถ นํ กึ กริสฺสสิ, พฺราหฺมณา’’ติ? ‘‘ยถา เม ธนจฺเฉโท น โหติ, ตถา กริสฺสามี’’ติ. โส เวชฺชานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อสุกโรคสฺส นาม ตุเมฺห กึ เภสชฺชํ กโรถา’’ติ ปุจฺฉิ. อถสฺส เต ยํ วา ตํ วา รุกฺขตจาทึ อาจิกฺขนฺติ. โส ตมาหริตฺวา ปุตฺตสฺส เภสชฺชํ กโรติ. ตํ กโรนฺตสฺเสวสฺส โรโค พลวา อโหสิ, อเตกิจฺฉภาวํ อุปาคมิ. พฺราหฺมโณ ตสฺส ทุพฺพลภาวํ ญตฺวา เอกํ เวชฺชํ ปกฺโกสิ. โส ตํ โอโลเกตฺวาว ‘‘อมฺหากํ เอกํ กิจฺจํ อตฺถิ, อญฺญํ เวชฺชํ ปกฺโกสิตฺวา ติกิจฺฉาเปหี’’ติ ตํ ปหาย นิกฺขมิ. พฺราหฺมโณ ตสฺส มรณสมยํ ญตฺวา ‘‘อิมสฺส ทสฺสนตฺถาย อาคตา อนฺโตเคเห สาปเตยฺยํ ปสฺสิสฺสนฺติ, พหิ นํ กริสฺสามี’’ติ ปุตฺตํ นีหริตฺวา พหิอาฬินฺเท นิปชฺชาเปสิ.
ตํ ทิวสํ ภควา พลวปจฺจูสสมเย มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ปุพฺพพุทฺเธสุ กตาธิการานํ อุสฺสนฺนกุสลมูลานํ เวเนยฺยพนฺธวานํ ทสฺสนตฺถํ พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต ทสสหสฺสจกฺกวาเฬสุ ญาณชาลํ ปตฺถริ. มฏฺฐกุณฺฑลี พหิอาฬินฺเท นิปนฺนากาเรเนว ตสฺส อนฺโต ปญฺญายิ. สตฺถา ตํ ทิสฺวา ตสฺส อนฺโตเคหา นีหริตฺวา ตตฺถ นิปชฺชาปิตภาวํ ญตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข มยฺหํ เอตฺถ คตปจฺจเยน อตฺโถ’’ติ อุปธาเรนฺโต อิทํ อทฺทส – อยํ มาณโว มยิ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา กาลํ กตฺวา ตาวตึสเทวโลเก ตึสโยชนิเก กนกวิมาเน นิพฺพตฺติสฺสติ, อจฺฉราสหสฺสปริวาโร ภวิสฺสติ, พฺราหฺมโณปิ ตํ ฌาเปตฺวา โรทนฺโต อาฬาหเน วิจริสฺสติ. เทวปุตฺโต ติคาวุตปฺปมาณํ สฏฺฐิสกฏภาราลงฺการปฏิมณฺฑิตํ อจฺฉราสหสฺสปริวารํ อตฺตภาวํ โอโลเกตฺวา ‘‘เกน นุ โข กมฺเมน มยา อยํ สิริสมฺปตฺติ ลทฺธา’’ติ โอโลเกตฺวา มยิ จิตฺตปฺปสาเทน ลทฺธภาวํ ญตฺวา ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ธนจฺเฉทภเยน มม เภสชฺชมกตฺวา อิทานิ อาฬาหนํ คนฺตฺวา โรทติ, วิปฺปการปฺปตฺตํ นํ กริสฺสามี’’ติ ปิตริ โรทนฺเต มฏฺฐกุณฺฑลิวณฺเณน อาคนฺตฺวา อาฬาหนสฺสาวิทูเร นิปชฺชิตฺวา โรทิสฺสติ. อถ นํ พฺราหฺมโณ ‘‘โกสิ ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉิสฺสติ. ‘‘อหํ เต ปุตฺโต มฏฺฐกุณฺฑลี’’ติ อาจิกฺขิสฺสติ. ‘‘กุหึ นิพฺพตฺโตสี’’ติ? ‘‘ตาวสึสภวเน’’ติ. ‘‘กึ กมฺมํ กตฺวา’’ติ วุตฺเต มยิ จิตฺตปฺปสาเทน นิพฺพตฺตภาวํ อาจิกฺขิสฺสติ. พฺราหฺมโณ ‘‘ตุเมฺหสุ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺโต นาม อตฺถี’’ติ มํ ปุจฺฉิสฺสติ. อถสฺสาหํ ‘‘เอตฺตกานิ สตานิ วา สหสฺสานิ วา สตสหสฺสานิ วาติ น สกฺกา คณนา ปริจฺฉินฺทิตุ’’นฺติ วตฺวา ธมฺมปเท คาถํ ภาสิสฺสามิ. คาถาปริโยสาเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย ภวิสฺสติ, มฏฺฐ กุณฺฑลี โสตาปนฺโน ภวิสฺสติ. ตถา อทินฺนปุพฺพโก พฺราหฺมโณ. อิติ อิมํ กุลปุตฺตํ นิสฺสาย มหาธมฺมาภิสมโย ภวิสฺสตีติ ทิสฺวา ปุนทิวเส กตสรีรปฏิชคฺคโน มหาภิกฺขุสงฺฆปริวุโต สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา อนุปุพฺเพน พฺราหฺมณสฺส เคหทฺวารํ คโต.
ตสฺมึ ขเณ มฏฺฐกุณฺฑลี อนฺโตเคหาภิมุโข นิปนฺโน โหติ. อถสฺส สตฺถา อตฺตโน อปสฺสนภาวํ ญตฺวา เอกํ รสฺมึ วิสฺสชฺเชสิ. มาณโว ‘‘กึ โอภาโส นาเมโส’’ติ ปริวตฺเตตฺวา นิปนฺโนว สตฺถารํ ทิสฺวา, ‘‘อนฺธพาลปิตรํ นิสฺสาย เอวรูปํ พุทฺธํ อุปสงฺกมิตฺวา กายเวยฺยาวฏิกํ วา กาตุํ ทานํ วา ทาตุํ ธมฺมํ วา โสตุํ นาลตฺถํ, อิทานิ เม หตฺถาปิ อนธิปเตยฺยา, อญฺญํ กตฺตพฺพํ นตฺถี’’ติ มนเมว ปสาเทสิ. สตฺถา ‘‘อลํ เอตฺตเกน จิตฺตปฺปสาเทน อิมสฺสา’’ติ ปกฺกามิ. โส ตถาคเต จกฺขุปถํ วิชหนฺเตเยว ปสนฺนมโน กาลํ กตฺวา สุตฺตปฺปพุทฺโธ วิย เทวโลเก ตึสโยชนิเก กนกวิมาเน นิพฺพตฺติ.
พฺราหฺมโณปิสฺส สรีรํ ฌาเปตฺวา อาฬาหเน โรทนปรายโณ อโหสิ, เทวสิกํ อาฬาหนํ คนฺตฺวา โรทติ – ‘‘กหํ เอกปุตฺตก, กหํ เอกปุตฺตกา’’ติ. เทวปุตฺโตปิ อตฺตโน สมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา, ‘‘เกน เม กมฺเมน ลทฺธา’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘สตฺถริ มโนปสาเทนา’’ติ ญตฺวา ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ มม อผาสุกกาเล เภสชฺชมกาเรตฺวา อิทานิ อาฬาหนํ คนฺตฺวา โรทติ, วิปฺปการปฺปตฺตเมว นํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ มฏฺฐกุณฺฑลิวณฺเณน อาคนฺตฺวา อาฬาหนสฺสาวิทูเร พาหา ปคฺคยฺห โรทนฺโต อฏฺฐาสิ. พฺราหฺมโณ ตํ ทิสฺวา ‘‘อหํ ตาว ปุตฺตโสเกน โรทามิ, เอส กิมตฺถํ โรทติ, ปุจฺฉิสฺสามิ น’’นฺติ ปุจฺฉนฺโต อิมํ คาถมาห –
‘‘อลงฺกโต มฏฺฐกุณฺฑลี,
มาลธารี หริจนฺทนุสฺสโท;
พาหา ปคฺคยฺห กนฺทสิ,
วนมชฺเฌ กึ ทุกฺขิโต ตุว’’นฺติ. (วิ. ว. ๑๒๐๗; เป. ว. ๑๘๖);
โส มาณโว อาห –
‘‘โสวณฺณมโย ปภสฺสโร,
อุปฺปนฺโน รถปญฺชโร มม;
ตสฺส จกฺกยุคํ น วินฺทามิ,
เตน ทุกฺเขน ชหามิ ชีวิต’’นฺติ. (ว. ๑๒๐๘; เป. ว. ๑๘๗);
อถ นํ พฺราหฺมโณ อาห –
‘‘โสวณฺณมยํ มณิมยํ,
โลหิตกมยํ อถ รูปิยมยํ;
อาจิกฺข เม ภทฺท มาณว,
จกฺกยุคํ ปฏิปาทยามิ เต’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๐๙; เป. ว. ๑๘๘);
ตํ สุตฺวา มาณโว ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ปุตฺตสฺส เภสชฺชมกตฺวา ปุตฺตปติรูปกํ มํ ทิสฺวา โรทนฺโต ‘สุวณฺณาทิมยํ รถจกฺกํ กโรมี’ติ วทติ, โหตุ นิคฺคณฺหิสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘กีว มหนฺตํ เม จกฺกยุคํ กริสฺสสี’’ติ วตฺวา ‘‘ยาว มหนฺตํ อากงฺขสิ, ตาว มหนฺตํ กริสฺสามี’’ติ วุตฺเต ‘‘จนฺทิมสูริเยหิ เม อตฺโถ, เต เม เทหี’’ติ ยาจนฺโต อาห –
‘‘โส มาณโว ตสฺส ปาวทิ,
จนฺทสูริยา อุภเยตฺถ ทิสฺสเร;
โสวณฺณมโย รโถ มม,
เตน จกฺกยุเคน โสภตี’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๑๐; เป. ว. ๑๘๙);
อถ นํ พฺราหฺมโณ อาห –
‘‘พาโล โข ตฺวํ อสิ มาณว,
โย ตฺวํ ปตฺถยเส อปตฺถิยํ;
มญฺญามิ ตุวํ มริสฺสสิ,
น หิ ตฺวํ ลจฺฉสิ จนฺทสูริเย’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๑๑; เป. ว. ๑๙๐);
อถ นํ มาณโว อาห –
‘‘กึ ปน ปญฺญายมานสฺสตฺถาย โรทนฺโต พาโล โหติ, อุทาหุ อปญฺญายมานสฺสตฺถายา’’ติ วตฺวา –
‘‘คมนาคมนมฺปิ ทิสฺสติ,
วณฺณธาตุ อุภยตฺถ วีถิยา;
เปโต กาลกโต น ทิสฺสติ,
โก นิธ กนฺทตํ พาลฺยตโร’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๑๒; เป. ว. ๑๙๑);
ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ ‘‘ยุตฺตํ เอส วทตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา –
‘‘สจฺจํ โข วเทสิ มาณว,
อหเมว กนฺทตํ พาลฺยตโร;
จนฺทํ วิย ทารโก รุทํ,
เปตํ กาลกตาภิปตฺถยิ’’นฺติ. (วิ. ว. ๑๒๑๓; เป. ว. ๑๙๒) –
วตฺวา ตสฺส กถาย นิสฺโสโก หุตฺวา มาณวสฺส ถุตึ กโรนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –
‘‘อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ, ฆตสิตฺตํว ปาวกํ;
วารินา วิย โอสิญฺจํ, สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ.
‘‘อพฺพหี วต เม สลฺลํ, โสกํ หทยนิสฺสิตํ;
โย เม โสกปเรตสฺส, ปุตฺตโสกํ อปานุทิ.
‘‘สฺวาหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ, สีติภูโตสฺมิ นิพฺพุโต;
น โสจามิ น โรทามิ, ตว สุตฺวาน มาณวา’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๑๔-๑๒๑๖; เป. ว. ๑๙๓-๑๙๕);
อถ นํ ‘‘โก นาม ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉนฺโต –
‘‘เทวตานุสิ คนฺธพฺโพ, อทุ สกฺโก ปุรินฺทโท;
โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต, กถํ ชาเนมุ ตํ มย’’นฺติ. (วิ. ว. ๑๒๑๗; เป. ว. ๑๙๖) –
อาห. อถสฺส มาณโว –
‘‘ยญฺจ กนฺทสิ ยญฺจ โรทสิ,
ปุตฺตํ อาฬาหเน สยํ ทหิตฺวา;
สฺวาหํ กุสลํ กริตฺวา กมฺมํ,
ติทสานํ สหพฺยตํ คโต’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๑๘; เป. ว. ๑๙๗) –
อาจิกฺขิ. อถ นํ พฺราหฺมโณ อาห –
‘‘อปฺปํ วา พหุํ วา นาทฺทสาม,
ทานํ ททนฺตสฺส สเก อคาเร;
อุโปสถกมฺมํ วา ตาทิสํ,
เกน กมฺเมน คโตสิ เทวโลก’’นฺติ. (วิ. ว. ๑๒๑๙; เป. ว. ๑๙๘);
มาณโว อาห –
‘‘อาพาธิโกหํ ทุกฺขิโต คิลาโน,
อาตูรรูโปมฺหิ สเก นิเวสเน;
พุทฺธํ วิคตรชํ วิติณฺณกงฺขํ,
อทฺทกฺขึ สุคตํ อโนมปญฺญํ.
‘‘สฺวาหํ มุทิตธโน ปสนฺนจิตฺโต,
อญฺชลึ อกรึ ตถาคตสฺส;
ตาหํ กุสลํ กริตฺวาน กมฺมํ,
ติทสานํ สหพฺยตํ คโต’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๒๐-๑๒๒๑; เป. ว. ๑๙๙-๒๐๐);
ตสฺมึ กเถนฺเตเยว พฺราหฺมณสฺส สกลสรีรํ ปีติยา ปริปูริ. โส ตํ ปีตึ ปเวเทนฺโต –
‘‘อจฺฉริยํ วต อพฺภุตํ วต,
อญฺชลิกมฺมสฺส อยมีทิโส วิปาโก;
อหมฺปิ ปมุทิตมโน ปสนฺนจิตฺโต,
อชฺเชว พุทฺธํ สรณํ วชามี’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๒๒; เป. ว. ๒๐๑) –
อาห. อถ นํ มาณโว –
‘‘อชฺเชว พุทฺธํ สรณํ วชาหิ,
ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ ปสนฺนจิตฺโต;
ตเถว สิกฺขาปทานิ ปญฺจ,
อขณฺฑผุลฺลานิ สมาทิยสฺสุ.
ปาณาติปาตา วิรมสฺสุ ขิปฺปํ,
โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยสฺสุ;
อมชฺชโป มา จ มุสา ภณาหิ,
สเกน ทาเรน จ โหหิ ตุฏฺโฐ’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๒๓-๑๒๒๔; เป. ว. ๒๐๒-๒๐๓) –
อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
‘‘อตฺถกาโมสิ เม ยกฺข, หิตกาโมสิ เทวเต;
กโรมิ ตุยฺหํ วจนํ, ตฺวํสิ อาจริโย มม.
‘‘อุเปมิ สรณํ พุทฺธํ, ธมฺมญฺจาปิ อนุตฺตรํ;
สงฺฆญฺจ นรเทวสฺส, คจฺฉามิ สรณํ อหํ.
‘‘ปาณาติปาตา วิรมามิ ขิปฺปํ,
โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยามิ;
อมชฺชโป โน จ มุสา ภณามิ,
สเกน ทาเรน จ โหมิ ตุฏฺโฐ’’ติ. (วิ. ว. ๑๒๒๕-๑๒๒๗; เป. ว. ๒๐๔-๒๐๖);
อถ นํ เทวปุตฺโต, ‘‘พฺราหฺมณ, เต เคเห พหุํ ธนํ อตฺถิ, สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ทานํ เทหิ, ธมฺมํ สุณาหิ, ปญฺหํ ปุจฺฉาหี’’ติ วตฺวา ตตฺเถว อนฺตรธายิ.
พฺราหฺมโณปิ เคหํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณึ อามนฺเตตฺวา, ‘‘ภทฺเท, อหํ อชฺช สมณํ โคตมํ นิมนฺเตตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามิ, สกฺการํ กโรหี’’ติ วตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ เนว อภิวาเทตฺวา น ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต, ‘‘โภ โคตม, อธิวาเสหิ อชฺชตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนา’’ติ อาห. สตฺถา อธิวาเสสิ. โส สตฺถุ อธิวาสนํ วิทิตฺวา เวเคนาคนฺตฺวา สเก นิเวสเน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียญฺจ ปฏิยาทาเปสิ. สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ตสฺส เคหํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. พฺราหฺมโณ สกฺกจฺจํ ปริวิสิ, มหาชโน สนฺนิปติ. มิจฺฉาทิฏฺฐิเกน กิร ตถาคเต นิมนฺติเต เทฺว ชนกายา สนฺนิปตนฺติ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ‘‘อชฺช สมณํ โคตมํ ปญฺหํ ปุจฺฉนาย วิเหฐิยมานํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ สนฺนิปตนฺติ, สมฺมาทิฏฺฐิกา ‘‘อชฺช พุทฺธวิสยํ พุทฺธลีฬํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ สนฺนิปตนฺติ. อถ โข พฺราหฺมโณ กตภตฺตกิจฺจํ ตถาคตมุปสงฺกมิตฺวา นีจาสเน นิสินฺโน ปญฺหํ ปุจฺฉิ – ‘‘โภ โคตม, ตุมฺหากํ ทานํ อทตฺวา ปูชํ อกตฺวา ธมฺมํ อสุตฺวา อุโปสถวาสํ อวสิตฺวา เกวลํ มโนปสาทมตฺเตเนว สคฺเค นิพฺพตฺตา นาม โหนฺตี’’ติ? ‘‘พฺราหฺมณ, กสฺมา มํ ปุจฺฉสิ, นนุ เต ปุตฺเตน มฏฺฐกุณฺฑลินา มยิ มนํ ปสาเทตฺวา อตฺตโน สคฺเค นิพฺพตฺตภาโว กถิโต’’ติ? ‘‘กทา, โภ โคตมา’’ติ? นนุ ตฺวํ อชฺช สุสานํ คนฺตฺวา กนฺทนฺโต อวิทูเร พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺตํ เอกํ มาณวํ ทิสฺวา ‘‘อลงฺกโต มฏฺฐกุณฺฑลี, มาลธารี หริจนฺทนุสฺสโท’’ติ ทฺวีหิ ชเนหิ กถิตกถํ ปกาเสนฺโต สพฺพํ มฏฺฐกุณฺฑลิวตฺถุํ กเถสิ. เตเนเวตํ พุทฺธภาสิตํ นาม ชาตํ.
ตํ กเถตฺวา จ ปน ‘‘น โข, พฺราหฺมณ, เอกสตํ วา น เทฺวสตํ, อถ โข มยิ มนํ ปสาเทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตานํ คณนา นาม นตฺถี’’ติ อาห. อถ มหาชโน น นิพฺเพมติโก โหติ, อถสฺส อนิพฺเพมติกภาวํ วิทิตฺวา สตฺถา ‘‘มฏฺฐกุณฺฑลิเทวปุตฺโต วิมาเนเนว สทฺธึ อาคจฺฉตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. โส ติคาวุตปฺปมาเณเนว ทิพฺพาภรณปฏิมณฺฑิเตน อตฺตภาเวน อาคนฺตฺวา วิมานโต โอรุยฺห สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘ตฺวํ อิมํ สมฺปตฺตึ กึ กมฺมํ กตฺวา ปฏิลภี’’ติ ปุจฺฉนฺโต –
‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา;
ปุจฺฉามิ ตํ เทว มหานุภาว, มนุสฺสภูโต กิมกาสิ ปุญฺญ’’นฺติ. –
คาถมาห. ‘‘เทวปุตฺโต อยํ เม, ภนฺเต, สมฺปตฺติ ตุเมฺหสุ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ลทฺธา’’ติ. ‘‘มยิ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ลทฺธา เต’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. มหาชโน เทวปุตฺตํ โอโลเกตฺวา ‘‘อจฺฉริยา วต, โภ, พุทฺธคุณา, อทินฺนปุพฺพกพฺราหฺมณสฺส นาม ปุตฺโต อญฺญํ กิญฺจิ ปุญฺญํ อกตฺวา สตฺถริ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา เอวรูปํ สมฺปตฺตึ ปฏิลภี’’ติ ตุฏฺฐึ ปเวเทสิ.
อถ เนสํ กุสลากุสลกมฺมกรเณ มโนว ปุพฺพงฺคโม, มโนว เสฏฺโฐ. ปสนฺเนน หิ มเนน กตํ กมฺมํ เทวโลกํ มนุสฺสโลกํ คจฺฉนฺตํ ปุคฺคลํ ฉายาว น วิชหตีติ อิทํ วตฺถุํ กเถตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ปติฏฺฐาปิตมตฺติกํ สาสนํ ราชมุทฺทาย ลญฺฉนฺโต วิย ธมฺมราชา อิมํ คาถมาห –
๒. ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา.
มนสา เจ ปสนฺเนน, ภาสติ วา กโรติ วา;
ตโต นํ สุขมเนฺวติ, ฉายาว อนปายินี’’ติ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ มโนติ อวิเสเสน สพฺพมฺปิ จตุภูมิกจิตฺตํ วุจฺจติ, อิมสฺมึ ปน ปเท นิยมิยมานํ ววตฺถาปิยมานํ ปริจฺฉิชฺชิยมานํ อฏฺฐวิธํ กามาวจรกุสลจิตฺตํ ลพฺภติ. วตฺถุวเสน ปนาหริยมานํ ตโตปิ โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตเมว ลพฺภติ. ปุพฺพงฺคมาติ เตน ปฐมคามินา หุตฺวา สมนฺนาคตา. ธมฺมาติ เวทนาทโย ตโย ขนฺธา. เอเต หิ อุปฺปาทปจฺจยฏฺเฐน โสมนสฺสสมฺปยุตฺตมโน ปุพฺพงฺคโม เอเตสนฺติ มโนปุพฺพงฺคมา นาม. ยถา หิ พหูสุ เอกโต หุตฺวา มหาภิกฺขุสงฺฆสฺส จีวรทานาทีนิ วา อุฬารปูชาธมฺมสฺสวนาทีนิ วา มาลาคนฺธสกฺการกรณาทีนิ วา ปุญฺญานิ กโรนฺเตสุ ‘‘โก เอเตสํ ปุพฺพงฺคโม’’ติ วุตฺเต โย เตสํ ปจฺจโย โหติ, ยํ นิสฺสาย เต ตานิ ปุญฺญานิ กโรนฺติ, โส ติสฺโส วา ผุสฺโส วา เตสํ ปุพฺพงฺคโมติ วุจฺจติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. อิติ อุปฺปาทปจฺจยฏฺเฐน มโน ปุพฺพงฺคโม เอเตสนฺติ มโนปุพฺพงฺคมา. น หิ เต มเน อนุปฺปชฺชนฺเต อุปฺปชฺชิตุํ สกฺโกนฺติ, มโน ปน เอกจฺเจสุ เจตสิเกสุ อนุปฺปชฺชนฺเตสุปิ อุปฺปชฺชติเยว. เอวํ อธิปติวเสน ปน มโน เสฏฺโฐ เอเตสนฺติ มโนเสฏฺฐา. ยถา หิ คณาทีนํ อธิปติ ปุริโส คณเสฏฺโฐ เสณิเสฏฺโฐติ วุจฺจติ, ตถา เตสมฺปิ มโนว เสฏฺโฐ. ยถา ปน สุวณฺณาทีหิ นิปฺผาทิตานิ ภณฺฑานิ สุวณฺณมยาทีนิ นาม โหนฺติ, ตถา เอเตปิ มนโต นิปฺผนฺนตฺตา มโนมยา นาม.
ปสนฺเนนาติ อนภิชฺฌาทีหิ คุเณหิ ปสนฺเนน. ภาสติ วา กโรติ วาติ เอวรูเปน มเนน ภาสนฺโต จตุพฺพิธํ วจีสุจริตเมว ภาสติ, กโรนฺโต ติวิธํ กายสุจริตเมว กโรติ, อภาสนฺโต อกโรนฺโต ตาย อนภิชฺฌาทีหิ ปสนฺนมานสตาย ติวิธํ มโนสุจริตํ ปูเรติ. เอวมสฺส ทส กุสลกมฺมปถา ปาริปูรึ คจฺฉนฺติ.
ตโต นํ สุขมเนฺวตีติ ตโต ติวิธสุจริตโต นํ ปุคฺคลํ สุข มเนฺวติ. อิธ เตภูมิกมฺปิ กุสลํ อธิปฺเปตํ, ตสฺมา เตภูมิกสุจริตานุภาเวน สุคติภเว นิพฺพตฺตํ ปุคฺคลํ, ทุคฺคติยํ วา สุขานุภวนฏฺฐาเน ฐิตํ กายวตฺถุกมฺปิ อิตรวตฺถุกมฺปิ อวตฺถุกมฺปีติ กายิกเจตสิกํ วิปากสุขํ อนุคจฺฉติ, น วิชหตีติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยถา กึ? ฉายาว อนปายินีติ ยถา หิ ฉายา นาม สรีรปฺปฏิพทฺธา สรีเร คจฺฉนฺเต คจฺฉติ, ติฏฺฐนฺเต ติฏฺฐติ, นิสีทนฺเต นิสีทติ, น สกฺโกติ, ‘‘สเณฺหน วา ผรุเสน วา นิวตฺตาหี’’ติ วตฺวา วา โปเถตฺวา วา นิวตฺตาเปตุํ. กสฺมา? สรีรปฺปฏิพทฺธตฺตา. เอวเมว อิเมสํ ทสนฺนํ กุสลกมฺมปถานํ อาจิณฺณสมาจิณฺณกุสลมูลิกํ กามาวจราทิเภทํ กายิกเจตสิกสุขํ คตคตฏฺฐาเน อนปายินี ฉายา วิย หุตฺวา น วิชหตีติ.
คาถาปริโยสาเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ, มฏฺฐกุณฺฑลิเทวปุตฺโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, ตถา อทินฺนปุพฺพโก พฺราหฺมโณ. โส ตาวมหนฺตํ วิภวํ พุทฺธสาสเน วิปฺปกิรีติ.
มฏฺฐกุณฺฑลีวตฺถุ ทุติยํ.