๓. พุทฺธสญฺญกตฺเถรอปทานวณฺณนา
ทุมคฺเค ปํสุกูลิกนฺติอาทิกํ อายสฺมโต พุทฺธสญฺญกตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ติสฺสสฺส ภควโต กาเล เอกสฺมึ กุลเคเห นิพฺพตฺโต วุทฺธิปฺปตฺโต สทฺธาชาโต ทุมคฺเค ลคฺคิตํ ภควโต ปํสุกูลจีวรํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ‘‘อรหทฺธช’’นฺติ จินฺเตตฺวา วนฺทนปูชนาทิสกฺการมกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺสสมฺปตฺติมนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท วิภวสมฺปนฺเน เอกสฺมึ กุลเคเห นิพฺพตฺโต สทฺธาชาโต ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว อรหา อโหสิ.
๙. โส ปตฺตอรหตฺตาธิคโม อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต ทุมคฺเค ปํสุกูลิกนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ธุนาติ กมฺปตีติ ทุโม. ทุหติ ปูเรติ อากาสตลนฺติ วา ทุโม, ทุมสฺส อคฺโค โกฏีติ ทุมคฺโค, ตสฺมึ ทุมคฺเค. ปํสุมิว ปฏิกฺกูลภาวํ อมนุญฺญภาวํ อุลติ คจฺฉตีติ ปํสุกูลํ, ปํสุกูลเมว ปํสุกูลิกํ, สตฺถุโน ปํสุกูลํ ทุมคฺเค ลคฺคิตํ ทิสฺวา อหํ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ตํ ปํสุกูลํ อวนฺทึ ปณามมกาสินฺติ อตฺโถ. ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
พุทฺธสญฺญกตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.