๕. โอปวยฺหตฺเถรอปทานวณฺณนา
ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺสาติอาทิกํ อายสฺมโต โอปวยฺหตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรชินาทิจฺเจ โลเก ปาตุภูเต เอกสฺมึ วิภวสมฺปนฺนกุเล นิพฺพตฺโต วุทฺธิมนฺวาย มหทฺธโน มหาโภโค ฆราวาสํ วสมาโน สาสเน ปสนฺโน สตฺถริ ปสาทพหุมาโน อาชานีเยน สินฺธเวน ปูชํ อกาสิ, ปูเชตฺวา จ ปน ‘‘พุทฺธาทีนํ สมณานํ หตฺถิอสฺสาทโย น กปฺปนฺติ, กปฺปิยภณฺฑํ ทสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ อคฺฆาเปตฺวา ตทคฺฆนเกน กหาปเณน กปฺปิยํ กปฺปาสิกกมฺพลโกชวาทิกํ จีวรํ กปฺปูรตกฺโกลาทิกํ เภสชฺชปริกฺขารญฺจ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จุโต เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ หตฺถิอสฺสาทิอเนกวาหนสมฺปนฺโน สุขํ อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เอกสฺมึ กุลเคเห นิพฺพตฺโต วิญฺญุตํ ปตฺโต สทฺธาสมฺปนฺโน สาสเน ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ, ปุพฺเพ กตปุญฺญสมฺภารวเสน โอปวยฺหตฺเถโรติ ปากโฏ อโหสิ.
๓๓. โส ‘‘เกน นุ โข การเณน อิทํ มยา สนฺติปทํ อธิคต’’นฺติ อุปธาเรนฺโต ปุพฺพกมฺมํ ญาเณน ปจฺจกฺขโต ญตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ อุทานวเสน ปกาเสนฺโต ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺสาติอาทิมาห. ตํ วุตฺตตฺถเมว. อาชานียมทาสหนฺติ อาชานียํ อุตฺตมชาติสินฺธวํ อหํ อทาสึ ปูเชสินฺติ อตฺโถ.
๓๕. สปตฺตภาโรติ สสฺส อตฺตโน ปตฺตานิ อฏฺฐ ปริกฺขารานิ ภารานิ ยสฺส โส สปตฺตภาโร, อฏฺฐปริกฺขารยุตฺโตติ อตฺโถ.
๓๖. ขมนียมทาสหนฺติ ขมนียโยคฺคํ จีวราทิกปฺปิยปริกฺขารนฺติ อตฺโถ.
๔๐. จริโมติ ปริโยสาโน โกฏิปฺปตฺโต ภโวติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.
โอปวยฺหตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.