๑๐. จูฬสุคนฺธตฺเถรอปทานวณฺณนา

ทสมาปทาเน อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเปติอาทิกํ อายสฺมโต สุคนฺธตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล พาราณสิยํ วิภวสมฺปนฺเน กุเล นิพฺพตฺโต วิญฺญุตํ ปตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สพฺพทา นมสฺสมาโน มหาทานํ ททมาโน มาสสฺส สตฺตกฺขตฺตุํ ภควโต คนฺธกุฏิยา จตุชฺชาติคนฺเธน วิลิมฺเปสิ. ‘‘มม นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน สรีรโต สุคนฺธคนฺโธ นิพฺพตฺตตู’’ติ ปตฺถนํ อกาสิ. ภควา ตํ พฺยากาสิ. โส ยาวตายุกํ ฐตฺวา ปุญฺญานิ กโรนฺโต ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺโต กามาวจรโลกํ สรีรคนฺเธน สุคนฺธํ กุรุมาโน สุคนฺธเทวปุตฺโตติ ปากโฏ อโหสิ. โส เทวโลกสมฺปตฺติโย อนุภวิตฺวา ตโต จุโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มหาโภคกุเล นิพฺพตฺติ, ตสฺส มาตุกุจฺฉิคตสฺเสว มาตุยา สรีรคนฺเธน สกลเคหํ สกลนครญฺจ สุคนฺเธน เอกคนฺธํ อโหสิ, ชาตกฺขเณ สกลํ สาวตฺถินครํ สุคนฺธกรณฺฑโก วิย อโหสิ, เตนสฺส สุคนฺโธติ นามํ กรึสุ. โส วุทฺธึ อคมาสิ. ตทา สตฺถา สาวตฺถิยํ ปตฺวา เชตวนมหาวิหารํ ปฏิคฺคเหสิ, ตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตสฺส อุปฺปนฺนทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว ปรินิพฺพานา เอตฺถนฺตเร นิปนฺนฏฺฐานาทีสุ สุคนฺธเมว วายิ. เทวาปิ ทิพฺพจุณฺณทิพฺพคนฺธปุปฺผานิ โอกิรนฺติ.

๒๗๒. โสปิ เถโร อรหตฺตํ ปตฺวา อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเปติอาทิมาห. ตํ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถตฺตา จ สุวิญฺเญยฺยเมว, เกวลํ ปุญฺญนานตฺตํ นามนานตฺตญฺจ วิเสโส.

จูฬสุคนฺธตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.

ปญฺจปญฺญาสมวคฺควณฺณนา สมตฺตา.