๒. สาคตตฺเถรอปทานวณฺณนา
โสภิโต นาม นาเมนาติอาทิกํ อายสฺมโต สาคตตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล เอกสฺมึ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺโต สพฺพสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ ปตฺโต นาเมน โสภิโต นาม หุตฺวา ติณฺณํ เวทานํ ปารคู สนิฆณฺฑุเกฏุภานํ สากฺขรปฺปเภทานํ อิติหาสปญฺจมานํ ปทโก เวยฺยากรโณ โลกายตมหาปุริสลกฺขเณสุ อนวโย. โส เอกทิวสํ ปทุมุตฺตรํ ภควนฺตํ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณสิริยา โสภมานํ อุยฺยานทฺวาเรน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อตีว ปสนฺนมานโส อเนเกหิ อุปาเยหิ อเนเกหิ คุณวณฺเณหิ โถมนํ อกาสิ. ภควา ตสฺส โถมนํ สุตฺวา ‘‘อนาคเต โคตมสฺส ภควโต สาสเน สาคโต นาม สาวโก ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากรณํ อทาสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย ปุญฺญานิ กโรนฺโต ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺโต. กปฺปสตสหสฺสเทวมนุสฺเสสุ อุภยสมฺปตฺติโย อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เอกสฺมึ กุลเคเห นิพฺพตฺโต. ตสฺส มาตาปิตโร โสมนสฺสํ วฑฺเฒนฺโต สุชาโต อาคโตติ สาคโตติ นามํ กรึสุ. โส สาสเน ปสีทิตฺวา ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต.
๑๗. เอวํ โส ปุญฺญสมฺภารานุรูเปน ปตฺตอรหตฺตผโล อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต โสภิโต นาม นาเมนาติอาทิมาห. ตตฺถ ตทา ปุญฺญสมฺภารสฺส ปริปูรณสมเย นาเมน โสภิโต นาม พฺราหฺมโณ อโหสินฺติ สมฺพนฺโธ.
๒๑. วิปถา อุทฺธริตฺวานาติ วิรุทฺธปถา กุมคฺคา, อุปฺปถา วา อุทฺธริตฺวา อปเนตฺวา. ปถํ อาจิกฺขเสติ, ภนฺเต, สพฺพญฺญุ ตุวํ ปถํ สปฺปุริสมคฺคํ นิพฺพานาธิคมนุปายํ อาจิกฺขเส กเถสิ เทเสสิ วิภชิ อุตฺตานึ อกาสีติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
สาคตตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.