๙. โสปากตฺเถรอปทานวณฺณนา

ปพฺภารํ โสธยนฺตสฺสาติอาทิกํ อายสฺมโต โสปากตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล อญฺญตรสฺส กุฏุมฺพิกสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. เอกทิวสํ สตฺถารํ ทิสฺวา พีชปูรผลานิ สตฺถุ อุปเนสิ, ปริภุญฺชิ ภควา ตสฺสานุกมฺปํ อุปาทาย. โส ภิกฺขุ สตฺถริ สงฺเฆ จ อภิปฺปสนฺโน สลากภตฺตํ ปฏฺฐเปตฺวา สงฺฆุทฺเทสวเสน ติณฺณํ ภิกฺขูนํ ยาวตายุกํ ขีรภตฺตํ อทาสิ. โส เตหิ ปุญฺเญหิ อปราปรํ เทวมนุสฺเสสุ สมฺปตฺติโย อนุภวนฺโต เอกทา มนุสฺสโยนิยํ นิพฺพตฺโต เอกสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ขีรภตฺตํ อทาสิ.

เอวํ ตตฺถ ตตฺถ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว ปริพฺภมนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ปุริมกมฺมนิสฺสนฺเทน สาวตฺถิยํ อญฺญตราย ทุคฺคติตฺถิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา ตํ ทสมาเส กุจฺฉินา ปริหริตฺวา ปริปกฺเก คพฺเภ วิชายนกาเล วิชายิตุํ อสกฺโกนฺตี มุจฺฉํ อาปชฺชิตฺวา พหุเวลํ มตา วิย นิปชฺชิ. ญาตกา ‘‘มตา’’ติ สญฺญาย สุสานํ เนตฺวา จิตกํ อาโรเปตฺวา เทวตานุภาเวน วาตวุฏฺฐิยา อุฏฺฐิตาย อคฺคึ อทตฺวา ปกฺกมึสุ. ทารโก ปจฺฉิมภวิกตฺตา เทวตานุภาเวเนว อโรโค หุตฺวา มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมิ. มาตา ปน กาลมกาสิ. เทวตา มนุสฺสรูเปนุปคมฺม ตํ คเหตฺวา สุสานโคปกสฺส เคเห ฐเปตฺวา กติปาหํ กาลํ ปติรูเปน อาหาเรน โปเสสิ. ตโต ปรํ สุสานโคปโก อตฺตโน ปุตฺตํ กตฺวา วฑฺเฒสิ. โส ตถา วฑฺเฒนฺโต ตสฺส ปุตฺเตน สุปฺปิเยน นาม ทารเกน สทฺธึ กีฬนฺโต วิจริ. ตสฺส สุสาเน ชาตสํวฑฺฒภาวโต โสปาโกติ สมญฺญา อโหสิ.

อเถกทิวสํ สตฺตวสฺสิกํ ตํ ภควา ปจฺจูสเวลายํ ญาณชาลํ ปตฺถริตฺวา เวเนยฺยพนฺธเว โอโลเกนฺโต ญาณชาลสฺส อนฺโตคตํ ทิสฺวา สุสานฏฺฐานํ อคมาสิ. ทารโก ปุพฺพเหตุนา โจทิยมาโน ปสนฺนมานโส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. สตฺถา ตสฺส ธมฺมํ กเถสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ปิตรา ‘‘อนุญฺญาโตสี’’ติ วุตฺโต ปิตรํ สตฺถุ สนฺติกํ อาเนสิ. ตสฺส ปิตา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ‘‘อิมํ ทารกํ ปพฺพาเชถ, ภนฺเต’’ติ อนุชานิ, ตํ ปพฺพาเชตฺวา ภควา เมตฺตาภาวนาย นิโยเชสิ. โส เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สุสาเน วิหรนฺโต นจิรสฺเสว เมตฺตาฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. อรหา หุตฺวาปิ อญฺเญสํ โสสานิกภิกฺขูนํ เมตฺตาภาวนาวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถาปิ เอกปุตฺตสฺมิ’’นฺติ (เถรคา. ๓๓) คาถํ อภาสิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา เอกปุตฺตเก ปิเย มนาเป มาตา ปิตา จ กุสลี เอกนฺตหิเตสี ภเวยฺย, เอวํ ปุรตฺถิมาทิเภทาสุ สพฺพาสุ ทิสาสุ กามภวาทิเภเทสุ วา สพฺเพสุ ภเวสุ ทหราทิเภทาสุ สพฺพาสุ อวตฺถาสุปิ ฐิเตสุ สพฺเพสุ สตฺเตสุ เอกนฺตหิเตสิตาย กุสลี ภเวยฺย ‘‘มิตฺโต, อุทาสิโน, ปจฺจตฺถิโก’’ติ สีมํ อกตฺวา สีมาย สมฺเภทวเสน สพฺพตฺถ เอกรสํ เมตฺตํ ภาเวยฺยาติ อิมํ ปน คาถํ วตฺวา ‘‘สเจ ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอวํ เมตฺตํ ภาเวยฺยาถ, เย เต ภควตา ‘สุขํ สุปตี’ติอาทินา (อ. นิ. ๑๑.๑๕; ปริ. ๓๓๑; มิ. ป. ๔.๔.๖) เอกาทส เมตฺตานิสํสา จ วุตฺตา, เอกํเสน เตสํ ภาคิโน ภวถา’’ติ โอวาทํ อทาสิ.

๑๑๒. เอวํ โส ปตฺตผลาธิคโม อตฺตโน กตปุญฺญํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา สญฺชาตโสมนสฺโส ปุพฺพจริตาปทานํ ทสฺเสนฺโต ปพฺภารํ โสธยนฺตสฺสาติอาทิมาห. ตตฺถ ปพฺภารนฺติ สิลาปพฺพตสฺส วิเวกฏฺฐานํ, ตํ ปพฺพชิตานุรูปตฺตา อิฏฺฐกปาการํ กตฺวา ทฺวารกวาฏํ โยเชตฺวา ภิกฺขูนํ วสนตฺถาย อทาสิ, ปกาเรน ภโร ปตฺเถตพฺโพติ ปพฺภาโร, ตํ โสธยนฺตสฺส มม สนฺติกํ สิทฺธตฺโถ นาม ภควา อาคจฺฉิ ปาปุณิ.

๑๑๓. พุทฺธํ อุปคตํ ทิสฺวาติ เอวํ มม สนฺติกํ อาคตํ ทิสฺวา ตาทิโน อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ อกมฺปิยสภาวตฺตา ตาทิคุณยุตฺตสฺส โลกเชฏฺฐสฺส พุทฺธสฺส สนฺถรํ ติณปณฺณาทิสนฺถรํ กฏฺฐตฺถรํ ปญฺญาเปตฺวา นิฏฺฐาเปตฺวา ปุปฺผาสนํ ปุปฺผมยํ อาสนํ อหํ อทาสึ.

๑๑๔. ปุปฺผาสเน นิสีทิตฺวาติ ตสฺมึ ปญฺญตฺเต ปุปฺผาสเน นิสีทิตฺวา โลกนายโก สิทฺธตฺโถ ภควา. มมญฺจ คติมญฺญายาติ มยฺหํ คตึ อายตึ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ อญฺญาย ชานิตฺวา อนิจฺจตํ อนิจฺจภาวํ อุทาหริ กเถสิ.

๑๑๕. อนิจฺจา วต สงฺขาราติ วต เอกนฺเตน สงฺขารา ปจฺจเยหิ สเมจฺจ สมาคนฺตฺวา กรียมานา สพฺเพ สปฺปจฺจยธมฺมา หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา. อุปฺปาทวยธมฺมิโนติ อุปฺปชฺชิตฺวา วินสฺสนสภาวา อุปฺปชฺชิตฺวา ปาตุภวิตฺวา เอเต สงฺขารา นิรุชฺฌนฺติ วินสฺสนฺตีติ อตฺโถ. เตสํ วูปสโม สุโขติ เตสํ สงฺขารานํ วิเสเสน อุปสโม สุโข, เตสํ วูปสมกรํ นิพฺพานเมว เอกนฺตสุขนฺติ อตฺโถ.

๑๑๖. อิทํ วตฺวาน สพฺพญฺญูติ สพฺพธมฺมชานนโก ภควา โลกานํ เชฏฺโฐ วุฑฺโฒ นรานํ อาสโภ ปธาโน วีโร อิทํ อนิจฺจปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมเทสนํ วตฺวาน กเถตฺวา อมฺพเร อากาเส หํสราชา อิว นภํ อากาสํ อพฺภุคฺคมีติ สมฺพนฺโธ.

๑๑๗. สกํ ทิฏฺฐึ อตฺตโน ลทฺธึ ขนฺตึ รุจึ อชฺฌาสยํ ชหิตฺวาน ปหาย. ภาวยานิจฺจสญฺญหนฺติ อนิจฺเจ อนิจฺจนฺติ ปวตฺตสญฺญํ อหํ ภาวยึ วฑฺเฒสึ มนสิ อกาสึ. ตตฺถ กาลํ กโต อหนฺติ ตตฺถ ติสฺสํ ชาติยํ ตโต ชาติโต อหํ กาลํ กโต มโต.

๑๑๘. เทฺว สมฺปตฺตี อนุโภตฺวาติ มนุสฺสสมฺปตฺติทิพฺพสมฺปตฺติสงฺขาตา เทฺว สมฺปตฺติโย อนุภวิตฺวา. สุกฺกมูเลน โจทิโตติ ปุราณกุสลมูเลน, มูลภูเตน กุสเลน วา โจทิโต สญฺโจทิโต. ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเตติ ปริโยสาเน ภเว สมฺปตฺเต ปาปุณิเต. สปากโยนุปาคมินฺติ สกํ ปจิตภตฺตํ สปากํ โยนึ อุปาคมึ. ยสฺส กุลสฺส อตฺตโน ปจิตภตฺตํ อญฺเญหิ อภุญฺชนียํ, ตสฺมึ จณฺฑาลกุเล นิพฺพตฺโตสฺมีติ อตฺโถ. อถ วา สา วุจฺจติ สุนโข, สุนโขจฺฉิฏฺฐภตฺตภุญฺชนกจณฺฑาลกุเล ชาโตติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

โสปากตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.