๔. อุทปานทายกตฺเถรอปทานวณฺณนา
วิปสฺสิโน ภควโตติอาทิกํ อายสฺมโต อุทปานทายกตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ เถโร ปุริมมุนิวเรสุ กตาธิกาโร อเนเกสุ ภเวสุ กตปุญฺญสญฺจโย วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺโต วุทฺธิปฺปตฺโต ‘‘ปานียทานํ มยา ทาตพฺพํ, ตญฺจ นิรนฺตรํ กตฺวา ปวตฺเตตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกํ กูปํ ขนาเปตฺวา อุทกสมฺปตฺตกาเล อิฏฺฐกาหิ จินาเปตฺวา ถิรํ กตฺวา ตตฺถ อุฏฺฐิเตน อุทเกน ปุณฺณํ ตํ อุทปานํ วิปสฺสิสฺส ภควโต นิยฺยาเทสิ. ภควา ปานียทานานิสํสทีปกํ อนุโมทนํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺเญน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน โปกฺขรณีอุทปานปานียาทิสมฺปนฺโน สุขมนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เอกสฺมึ กุเล นิพฺพตฺโต วุทฺธิมนฺวาย สทฺโธ ปสนฺโน ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว อรหา อโหสิ.
๑๘. โส อปรภาเค อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต วิปสฺสิโน ภควโตติอาทิมาห. ตตฺถ อุทปาโน กโต มยาติ อุทกํ ปิวนฺติ เอตฺถาติ อุทปาโน, กูปโปกฺขรณีตฬากานเมตํ อธิวจนํ. โส อุทปาโน กูโป วิปสฺสิสฺส ภควโต อตฺถาย กโต ขนิโตติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
อุทปานทายกตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.