๓. ขชฺชกทายกตฺเถรอปทานวณฺณนา

ติสฺสสฺส โข ภควโตติอาทิกํ อายสฺมโต ขชฺชกทายกตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมชินวเรสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ติสฺสสฺส ภควโต กาเล สุทฺทกุเล นิพฺพตฺโต ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส อมฺพชมฺพุอาทิมเนกํ มธุรผลาผลํ นาฬิเกรํ ปูวขชฺชกญฺจ อทาสิ. ภควา ตสฺส ปสาทวฑฺฒนตฺถาย ปสฺสนฺตสฺเสว ปริภุญฺชิ. โส เตน ปุญฺเญน สุคติสมฺปตฺติโยเยว อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺโต วิญฺญุตํ ปตฺวา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา สญฺชาตสทฺโธ ปสาทพหุมาโน ปพฺพชิตฺวา วตฺตปฏิปตฺติยา สาสนํ โสเภนฺโต สีลาลงฺการปฏิมณฺฑิโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ.

๑๓. โส ปุพฺพกมฺมํ สรนฺโต ‘‘ปุพฺเพ มยา สุเขตฺเต กุสลํ กตํ สุนฺทร’’นฺติ โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต ติสฺสสฺส โข ภควโตติอาทิมาห. ตตฺถ ติสฺโสปิ ภวสมฺปตฺติโย ททมาโน ชาโตติ มาตาปิตูหิ กตนามวเสน ติสฺโส. อถ วา ตีหิ สรณคมเนหิ อสฺสาเสนฺโต โอวทนฺโต เหตุสมฺปนฺนปุคฺคเล สคฺคโมกฺขทฺวเย ปติฏฺฐาเปนฺโต พุทฺโธ ชาโตติ ติสฺโส. สมาปตฺติคุณาทีหิ ภเคหิ ยุตฺโตติ ภควา, ตสฺส ติสฺสสฺส ภควโต ปุพฺเพ อหํ ผลํ อทาสินฺติ สมฺพนฺโธ. นาฬิเกรญฺจ ปาทาสินฺติ นาฬิกากาเรน ปวตฺตํ ผลํ นาฬิเกรํ, ตญฺจ ผลํ อทาสินฺติ อตฺโถ. ขชฺชกํ อภิสมฺมตนฺติ ขาทิตพฺพํ ขชฺชกํ อภิ วิเสเสน มธุสกฺกราทีหิ สมฺมิสฺสํ กตฺวา นิปฺผาทิตํ สุนฺทรํ มธุรนฺติ สมฺมตํ ญาตํ อภิสมฺมตํ ขชฺชกญฺจ อทาสินฺติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.

ขชฺชกทายกตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.