๗. มคฺคทายกตฺเถรอปทานวณฺณนา
อุตฺตริตฺวาน นทิกนฺติอาทิกํ อายสฺมโต มคฺคทายกตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมชินวเรสุ กตาธิกาโร อเนเกสุ ภเวสุ นิพฺพานาธิคมตฺถาย ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล โลกสมฺมเต กุเล นิพฺพตฺโต วุทฺธิมนฺวาย ฆราวาสํ วสนฺโต เอกทิวสํ ภควนฺตํ เอกํ นทึ อุตฺตริตฺวา วนนฺตรํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ‘‘อิทานิ มยา ภควโต มคฺคํ สมํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา กุทาลญฺจ ปิฏกญฺจ อาทาย ภควโต คมนมคฺคํ สมํ กตฺวา วาลุกํ โอกิริตฺวา ภควโต ปาเท วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิมินา มคฺคาลงฺการกรเณน นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน ปูชนีโย ภเวยฺยํ, นิพฺพานญฺจ ปาปุเณยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. ภควา ‘‘ยถาธิปฺปายํ สมิชฺฌตู’’ติ อนุโมทนํ วตฺวา ปกฺกามิ.
๓๒-๓. โส เตน ปุญฺเญน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต สพฺพตฺถ ปูชิโต อโหสิ. อิมสฺมึ ปน พุทฺธุปฺปาเท ปากเฏ เอกสฺมึ กุเล นิพฺพตฺโต สตฺถริ ปสนฺโน ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปตฺวา อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ ปจฺจกฺขโต ญตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต อุตฺตริตฺวาน นทิกนฺติอาทิมาห. ตตฺถ นทติ สทฺทํ กโรติ คจฺฉตีติ นที, นทีเยว นทิกา, ตํ นทิกํ อุตฺตริตฺวา อติกฺกมิตฺวาติ อตฺโถ. กุทาลปิฏกมาทายาติ กุ วุจฺจติ ปถวี, ตํ วิทาลเน ปทาลเน ฉินฺทเน อลนฺติ กุทาลํ, ปิฏกํ วุจฺจติ ปํสุวาลิกาทิวาหกํ, ตาลปณฺณเวตฺตลตาทีหิ กตภาชนํ, กุทาลญฺจ ปิฏกญฺจ กุทาลปิฏกํ, ตํ อาทาย คเหตฺวาติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
มคฺคทายกตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.