๒. สุทสฺสนตฺเถรอปทานวณฺณนา

วิตฺถตาย นทีตีเรติอาทิกํ อายสฺมโต สุทสฺสนตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมชินวเรสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว กตปุญฺญูปจโย สิขิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺโต วุทฺธิปฺปตฺโต ฆราวาสํ สณฺฐเปตฺวา วสนฺโต วิตฺถตาย นาม คงฺคาย สมีเป ปิลกฺขุผลิตํ ปริเยสนฺโต ตสฺสา ตีเร นิสินฺนํ ชลมานอคฺคิสิขํ อิว สิขึ สมฺมาสมฺพุทฺธํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส เกตกีปุปฺผํ วณฺเฏเนว ฉินฺทิตฺวา ปูเชนฺโต เอวมาห – ‘‘ภนฺเต, เยน ญาเณน ตฺวํ เอวํ มหานุภาโว สพฺพญฺญุพุทฺโธ ชาโต, ตํ ญาณํ อหํ ปูเชมี’’ติ. อถ ภควา อนุโมทนมกาสิ. โส เตน ปุญฺเญน เทวมนุสฺเสสุ ชาโต อุภยสมฺปตฺติโย อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เอกสฺมึ กุลเคเห นิพฺพตฺโต สตฺถริ ปสนฺโน ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว อรหา อโหสิ.

๑๐. โส อตฺตโน กตกุสลํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต วิตฺถตาย นทีตีเรติอาทิมาห. ตตฺถ วิตฺถตายาติ วิตฺถรติ ปตฺถรติ วิตฺถิณฺณา โหตีติ วิตฺถตา, นทนฺติ สทฺทํ กโรนฺติ อิตา คตา ปวตฺตาติ นที, นทึ ตรนฺตา เอตํ ปตฺวา ติณฺณา นาม โหนฺตีติ ตีรํ, ตสฺสา วิตฺถตาย นทิยา ตีเร ตีรสมีเปติ อตฺโถ. เกตกึ ปุปฺผิตํ ทิสฺวาติ กุจฺฉิตากาเรน คณฺหนฺตานํ หตฺถํ กณฺฑโก ฉินฺทติ วิชฺฌตีติ เกตํ, เกตสฺส เอสา เกตกีปุปฺผํ, ตํ ทิสฺวา วณฺฏํ ฉินฺทิตฺวาติ สมฺพนฺโธ.

๑๑. สิขิโน โลกพนฺธุโนติ สิขี วุจฺจติ อคฺคิ, สิขีสทิสา นีลปีตาทิเภทา ชลมานา ฉพฺพณฺณฆนรํสิโย ยสฺส โส สิขี, โลกสฺส สกลโลกตฺตยสฺส พนฺธุ ญาตโกติ โลกพนฺธุ, ตสฺส สิขิโน โลกพนฺธุโน เกตกีปุปฺผํ วณฺเฏ ฉินฺทิตฺวา ปูเชสินฺติ สมฺพนฺโธ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

สุทสฺสนตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.