๓. สรณคมนิยตฺเถรอปทานวณฺณนา
อุภินฺนํ เทวราชูนนฺตฺยาทิกํ อายสฺมโต สรณคมนิยตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร อุปฺปนฺนุปฺปนฺนภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตเร ภควติ อุปฺปนฺเน อยํ หิมวนฺเต เทวราชา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ตสฺมึ อปเรน ยกฺขเทวรญฺญา สทฺธึ สงฺคามตฺถาย อุปฏฺฐิเต เทฺว อเนกยกฺขสหสฺสปริวารา ผลกาวุธาทิหตฺถา สงฺคามตฺถาย สมุปพฺยูฬฺหา อเหสุํ. ตทา ปทุมุตฺตโร ภควา เตสุ สตฺเตสุ การุญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา อากาเสน ตตฺถ คนฺตฺวา สปริวารานํ ทฺวินฺนํ เทวราชูนํ ธมฺมํ เทเสสิ. ตทา เต สพฺเพ ผลกาวุธานิ ฉฑฺเฑตฺวา ภควนฺตํ คารวพหุมาเนน วนฺทิตฺวา สรณมคมํสุ. เตสํ อยํ ปฐมํ สรณมคมาสิ. โส เตน ปุญฺเญน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อุภยสมฺปตฺติโย อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กุลเคเห นิพฺพตฺโต วุทฺธิมนฺวาย สตฺถริ ปสนฺโน ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว อรหา อโหสิ.
๒๐. โส อปรภาเค ปุพฺพกุสลํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต อุภินฺนํ เทวราชูนนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุจิโลมขรโลมอาฬวกกุมฺภีรกุเวราทโย วิย นามโคตฺเตน อปากฏา เทฺว ยกฺขราชาโน อญฺญาปเทเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘อุภินฺนํ เทวราชูน’’นฺติอาทิมาห. สงฺคาโม สมุปฏฺฐิโตติ สํ สุฏฺฐุ คาโม กลหตฺถาย อุปคมนนฺติ สงฺคาโม, โส สงฺคาโม สํ สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิโต, เอกฏฺฐาเน อุปคนฺตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. อโหสิ สมุปพฺยูโฬฺหติ สํ สุฏฺฐุ อุปสมีเป ราสิภูโตติ อตฺโถ.
๒๑. สํเวเชสิ มหาชนนฺติ เตสํ ราสิภูตานํ ยกฺขานํ อากาเส นิสินฺโน ภควา จตุสจฺจธมฺมเทสนาย สํ สุฏฺฐุ เวเชสิ, อาทีนวทสฺสเนน คณฺหาเปสิ วิญฺญาเปสิ โพเธสีติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
สรณคมนิยตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.