๖. อุทกปูชกตฺเถรอปทานวณฺณนา
สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธนฺติอาทิกํ อายสฺมโต อุทกปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ. อยมฺปิ ปุริมชินวเรสุ ปูริตกุสลสญฺจโย ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยานิ ปุญฺญานิ ปริปูริยมาโน ปุทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล เอกสฺมึ กุลเคเห นิพฺพตฺโต วุทฺธิมนฺวาย กุสลากุสลํ ชานนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต อากาเส คจฺฉโต นิกฺขนฺตฉพฺพณฺณพุทฺธรํสีสุ ปสนฺโน อุโภหิ หตฺเถหิ อุทกํ คเหตฺวา ปูเชสิ. เตน ปูชิตํ อุทกํ รชตพุพฺพุลํ วิย อากาเส อฏฺฐาสิ. โส อภิปฺปสนฺโน เตเนว โสมนสฺเสน ตุสิตาทีสุ นิพฺพตฺโต ทิพฺพสมฺปตฺติโย อนุภวิตฺวา อปรภาเค มนุสฺสสมฺปตฺติโย จ อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กุลเคเห นิพฺพตฺโต วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถริ ปสีทิตฺวา ปพฺพชิโต นจิรสฺเสว อรหา อโหสิ.
๒๙. โส อปรภาเค อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา โสมนสฺสชาโต ปุพฺพจริตาปทานํ ปกาเสนฺโต สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธนฺติอาทิมาห. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ฆตาสนํว ชลิตนฺติ ฆตํ วุจฺจติ สปฺปิ, ฆตสฺส อาสนํ อาธารนฺติ ฆตาสนํ, อคฺคิ, อถ วา ตํ อสติ ภุญฺชตีติ ฆตาสนํ, อคฺคิเยว. ยถา ฆเต อาสิตฺเต อคฺคิมฺหิ อคฺคิสิขา อตีว ชลติ, เอวํ อคฺคิกฺขนฺธํ อิว ชลมานํ ภควนฺตนฺติ อตฺโถ. อาทิตฺตํว หุตาสนนฺติ หุตํ วุจฺจติ ปูชาสกฺกาเร, หุตสฺส ปูชาสกฺการสฺส อาสนนฺติ หุตาสนํ, ชลมานํ สูริยํ อิว ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขเณหิ พฺยามปฺปภามณฺฑเลหิ วิชฺโชตมานํ สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ อนิลญฺชเส อากาเส คจฺฉนฺตํ อทฺทสนฺติ สมฺพนฺโธ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
อุทกปูชกตฺเถรอปทานวณฺณนา สมตฺตา.