สุเมโธ พุทฺโธ

ตสฺส อปรภาเค ตึส กปฺปสหสฺสานิ อติกฺกมิตฺวา สุเมโธ จ สุชาโต จาติ เอกสฺมึ กปฺเป เทฺว พุทฺธา นิพฺพตฺตึสุ. สุเมธสฺสาปิ ตโย สาวกสนฺนิปาตา. ปฐมสนฺนิปาเต สุทสฺสนนคเร โกฏิสตํ ขีณาสวา อเหสุํ, ทุติเย นวุติโกฏิโย, ตติเย อสีติโกฏิโย. ตทา โพธิสตฺโต อุตฺตโร นาม มาณโว หุตฺวา นิทหิตฺวา ฐปิตํเยว อสีติโกฏิธนํ วิสฺสชฺเชตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา สรเณสุ ปติฏฺฐาย นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิ. โสปิ นํ ‘‘อนาคเต พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากาสิ. สุเมธสฺส ภควโต สุทสฺสนํ นาม นครํ อโหสิ, สุทตฺโต นาม ราชา ปิตา, มาตาปิ สุทตฺตา นาม เทวี, สรโณ จ สพฺพกาโม จ เทฺว อคฺคสาวกา, สาคโร นามุปฏฺฐาโก, รามา จ สุรามา จ เทฺว อคฺคสาวิกา, มหานีปรุกฺโข โพธิ, สรีรํ อฏฺฐาสีติหตฺถุพฺเพธํ อโหสิ, อายุ นวุติ วสฺสสหสฺสนฺติ.

‘‘ปทุมุตฺตรสฺส อปเรน, สุเมโธ นาม นายโก;

ทุราสโท อุคฺคเตโช, สพฺพโลกุตฺตโม มุนี’’ติ. (พุ. วํ. ๑๓.๑);