ธาตุถูปปูชาวณฺณนา
๒๓๙. ราชคเห ภควโต สรีรานํ ถูปญฺจ มหญฺจ อกาสีติ กถํ อกาสิ? กุสินารโต ยาว ราชคหํ ปญฺจวีสติ โยชนานิ, เอตฺถนฺตเร อฏฺฐอุสภวิตฺถตํ สมตลํ มคฺคํ กาเรตฺวา ยาทิสํ มลฺลราชาโน มกุฏพนฺธนสฺส จ สนฺถาคารสฺส จ อนฺตเร ปูชํ กาเรสุํ. ตาทิสํ ปญฺจวีสติโยชเนปิ มคฺเค ปูชํ กาเรตฺวา โลกสฺส อนุกฺกณฺฐนตฺถํ สพฺพตฺถ อนฺตราปเณ ปสาเรตฺวา สุวณฺณโทณิยํ ปกฺขิตฺตธาตุโย สตฺติปญฺชเรน ปริกฺขิปาเปตฺวา อตฺตโน วิชิเต ปญฺจโยชนสตปริมณฺฑเล มนุสฺเส สนฺนิปาตาเปสิ. เต ธาตุโย คเหตฺวา กุสินารโต สาธุกีฬิตํ กีฬนฺตา นิกฺขมิตฺวา ยตฺถ ยตฺถ สุวณฺณวณฺณานิ ปุปฺผานิ ปสฺสนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ ธาตุโย สตฺติอนฺตเร ฐเปตฺวา ปูชํ อกํสุ. เตสํ ปุปฺผานํ ขีณกาเล คจฺฉนฺติ, รถสฺส ธุรฏฺฐานํ ปจฺฉิมฏฺฐาเน สมฺปตฺเต สตฺต ทิวเส สาธุกีฬิตํ กีฬนฺติ. เอวํ ธาตุโย คเหตฺวา อาคจฺฉนฺตานํ สตฺต วสฺสานิ สตฺต มาสานิ สตฺต ทิวสานิ วีติวตฺตานิ.
มิจฺฉาทิฏฺฐิกา – ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส ปรินิพฺพุตกาลโต ปฏฺฐาย พลกฺกาเรน สาธุกีฬิตาย อุปทฺทุตมฺห สพฺเพ โน กมฺมนฺตา นฏฺฐา’’ติ อุชฺฌายนฺตา มนํ ปโทเสตฺวา ฉฬาสีติสหสฺสมตฺตา อปาเย นิพฺพตฺตา. ขีณาสวา อาวชฺชิตฺวา ‘‘มหาชโน มนํ ปโทเสตฺวา อปาเย นิพฺพตฺตี’’ติ ทิสฺวา – ‘‘สกฺกํ เทวราชานํ ธาตุอาหรณูปายํ กาเรสฺสามา’’ติ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา – ‘‘ธาตุอาหรณูปายํ กโรหิ มหาราชา’’ติ อาหํสุ. สกฺโก อาห – ‘‘ภนฺเต, ปุถุชฺชโน นาม อชาตสตฺตุนา สโม สทฺโธ นตฺถิ, น โส มม วจนํ กริสฺสติ, อปิจ โข มารวิภึสกสทิสํ วิภึสกํ ทสฺเสสฺสามิ, มหาสทฺทํ สาเวสฺสามิ, ยกฺขคาหกขิปิตกอโรจเก กริสฺสามิ, ตุเมฺห ‘อมนุสฺสา มหาราช กุปิตา ธาตุโย อาหราเปถา’ติ วเทยฺยาถ, เอวํ โส อาหราเปสฺสตี’’ติ. อถ โข สกฺโก ตํ สพฺพํ อกาสิ.
เถราปิ ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา – ‘‘มหาราช, อมนุสฺสา กุปิตา, ธาตุโย อาหราเปหี’’ติ ภณึสุ. ราชา – ‘‘น ตาว, ภนฺเต, มยฺหํ จิตฺตํ ตุสฺสติ, เอวํ สนฺเตปิ อาหรนฺตู’’ติ อาห. สตฺตมทิวเส ธาตุโย อาหรึสุ. เอวํ อาหตา ธาตุโย คเหตฺวา ราชคเห ถูปญฺจ มหญฺจ อกาสิ. อิตเรปิ อตฺตโน อตฺตโน พลานุรูเปน อาหริตฺวา สกสกฏฺฐาเนสุ ถูปญฺจ มหญฺจ อกํสุ.
๒๔๐. เอวเมตํ ภูตปุพฺพนฺติ เอวํ เอตํ ธาตุภาชนญฺเจว ทสถูปกรณญฺจ ชมฺพุทีเป ภูตปุพฺพนฺติ ปจฺฉา สงฺคีติการกา อาหํสุ. เอวํ ปติฏฺฐิเตสุ ปน ถูเปสุ มหากสฺสปตฺเถโร ธาตูนํ อนฺตรายํ ทิสฺวา ราชานํ อชาตสตฺตุํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘มหาราช, เอกํ ธาตุนิธานํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาห. สาธุ, ภนฺเต, นิธานกมฺมํ ตาว มม โหตุ, เสสธาตุโย ปน กถํ อาหรามีติ? น, มหาราช, ธาตุอาหรณํ ตุยฺหํ ภาโร, อมฺหากํ ภาโรติ. สาธุ, ภนฺเต, ตุเมฺห ธาตุโย อาหรถ, อหํ ธาตุนิธานํ กริสฺสามีติ. เถโร เตสํ เตสํ ราชกุลานํ ปริจรณมตฺตเมว ฐเปตฺวา เสสธาตุโย อาหริ. รามคาเม ปน ธาตุโย นาคา ปริคฺคณฺหึสุ, ตาสํ อนฺตราโย นตฺถิ. ‘‘อนาคเต ลงฺกาทีเป มหาวิหาเร มหาเจติยมฺหิ นิทหิสฺสนฺตี’’ติ ตา น อาหริตฺวา เสเสหิ สตฺตหิ นคเรหิ อาหริตฺวา ราชคหสฺส ปาจีนทกฺขิณทิสาภาเค ฐตฺวา – ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน โย ปาสาโณ อตฺถิ, โส อนฺตรธายตุ, ปํสุ สุวิสุทฺธา โหตุ, อุทกํ มา อุฏฺฐหตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ.
ราชา ตํ ฐานํ ขณาเปตฺวา ตโต อุทฺธตปํสุนา อิฏฺฐกา กาเรตฺวา อสีติมหาสาวกานํ เจติยานิ กาเรติ. ‘‘อิธ ราชา กึ กาเรตี’’ติ ปุจฺฉนฺตานมฺปิ ‘‘มหาสาวกานํ เจติยานี’’ติ วทนฺติ, น โกจิ ธาตุนิธานภาวํ ชานาติ. อสีติหตฺถคมฺภีเร ปน ตสฺมึ ปเทเส ชาเต เหฏฺฐา โลหสนฺถารํ สนฺถราเปตฺวา ตตฺถ ถูปาราเม เจติยฆรปฺปมาณํ ตมฺพโลหมยํ เคหํ การาเปตฺวา อฏฺฐ อฏฺฐ หริจนฺทนาทิมเย กรณฺเฑ จ ถูเป จ การาเปสิ. อถ ภควโต ธาตุโย หริจนฺทนกรณฺเฑ ปกฺขิปิตฺวา ตํ หริจนฺทนกรณฺฑกมฺปิ อญฺญสฺมึ หริจนฺทนกรณฺฑเก, ตมฺปิ อญฺญสฺมินฺติ เอวํ อฏฺฐ หริจนฺทนกรณฺเฑ เอกโต กตฺวา เอเตเนว อุปาเยน เต อฏฺฐ กรณฺเฑ อฏฺฐสุ หริจนฺทนถูเปสุ, อฏฺฐ หริจนฺทนถูเป อฏฺฐสุ โลหิตจนฺทนกรณฺเฑสุ, อฏฺฐ โลหิตจนฺทนกรณฺเฑ อฏฺฐสุ โลหิตจนฺทนถูเปสุ, อฏฺฐ โลหิตจนฺทนถูเป อฏฺฐสุ ทนฺตกรณฺเฑสุ, อฏฺฐ ทนฺตกรณฺเฑ อฏฺฐสุ ทนฺตถูเปสุ, อฏฺฐ ทนฺตถูเป อฏฺฐสุ สพฺพรตนกรณฺเฑสุ, อฏฺฐ สพฺพรตนกรณฺเฑ อฏฺฐสุ สพฺพรตนถูเปสุ, อฏฺฐ สพฺพรตนถูเป อฏฺฐสุ สุวณฺณกรณฺเฑสุ, อฏฺฐ สุวณฺณกรณฺเฑ, อฏฺฐสุ สุวณฺณถูเปสุ, อฏฺฐ สุวณฺณถูเป อฏฺฐสุ รชตกรณฺเฑสุ, อฏฺฐ รชตกรณฺเฑ อฏฺฐสุ รชตถูเปสุ, อฏฺฐ รชตถูเป, อฏฺฐสุ มณิกรณฺเฑสุ, อฏฺฐ มณิกรณฺเฑ อฏฺฐสุ มณิถูเปสุ, อฏฺฐ มณิถูเป อฏฺฐสุ โลหิตงฺกกรณฺเฑสุ, อฏฺฐ โลหิตงฺกกรณฺเฑ อฏฺฐสุ โลหิตงฺกถูเปสุ, อฏฺฐ โลหิตงฺกถูเป อฏฺฐสุ มสารคลฺลกรณฺเฑสุ, อฏฺฐ มสารคลฺลกรณฺเฑ อฏฺฐสุ มสารคลฺลถูเปสุ, อฏฺฐ มสารคลฺลถูเป อฏฺฐสุ ผลิกกรณฺเฑสุ, อฏฺฐ ผลิกกรณฺเฑ อฏฺฐสุ ผลิกมยถูเปสุ ปกฺขิปิ.
สพฺเพสํ อุปริมํ ผลิกเจติยํ ถูปารามเจติยปฺปมาณํ อโหสิ, ตสฺส อุปริ สพฺพรตนมยํ เคหํ กาเรสิ, ตสฺส อุปริ สุวณฺณมยํ, ตสฺส อุปริ รชตมยํ, ตสฺส อุปริ ตมฺพโลหมยํ เคหํ. ตตฺถ สพฺพรตนมยํ วาลิกํ โอกิริตฺวา ชลชถลชปุปฺผานํ สหสฺสานิ วิปฺปกิริตฺวา อฑฺฒฉฏฺฐานิ ชาตกสตานิ อสีติมหาเถเร สุทฺโธทนมหาราชานํ มหามายาเทวึ สตฺต สหชาเตติ สพฺพาเนตานิ สุวณฺณมยาเนว กาเรสิ. ปญฺจปญฺจสเต สุวณฺณรชตมเย ปุณฺณฆเฏ ฐปาเปสิ, ปญฺจ สุวณฺณทฺธชสเต อุสฺสาเปสิ. ปญฺจสเต สุวณฺณทีเป, ปญฺจสเต รชตทีเป การาเปตฺวา สุคนฺธเตลสฺส ปูเรตฺวา เตสุ ทุกูลวฏฺฏิโย ฐเปสิ.
อถายสฺมา มหากสฺสโป – ‘‘มาลา มา มิลายนฺตุ, คนฺธา มา วินสฺสนฺตุ, ทีปา มา วิชฺฌายนฺตู’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา สุวณฺณปฏฺเฏ อกฺขรานิ ฉินฺทาเปสิ –
‘‘อนาคเต ปิยทาโส นาม กุมาโร ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา อโสโก ธมฺมราชา ภวิสฺสติ. โส อิมา ธาตุโย วิตฺถาริกา กริสฺสตี’’ติ.
ราชา สพฺพปสาธเนหิ ปูเชตฺวา อาทิโต ปฏฺฐาย ทฺวารํ ปิทหนฺโต นิกฺขมิ, โส ตมฺพโลหทฺวารํ ปิทหิตฺวา อาวิญฺฉนรชฺชุยํ กุญฺจิกมุทฺทิกํ พนฺธิตฺวา ตตฺเถว มหนฺตํ มณิกฺขนฺธํ ฐเปตฺวา – ‘‘อนาคเต ทลิทฺทราชา อิมํ มณึ คเหตฺวา ธาตูนํ สกฺการํ กโรตู’’ติ อกฺขรํ ฉินฺทาเปสิ.
สกฺโก เทวราชา วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตตฺวา – ‘‘ตาต, อชาตสตฺตุนา ธาตุนิธานํ กตํ, เอตฺถ อารกฺขํ ปฏฺฐเปหี’’ติ ปหิณิ. โส อาคนฺตฺวา วาฬสงฺฆาฏยนฺตํ โยเชสิ, กฏฺฐรูปกานิ ตสฺมึ ธาตุคพฺเภ ผลิกวณฺณขคฺเค คาเหตฺวา วาตสทิเสน เวเคน อนุปริยายนฺตํ ยนฺตํ โยเชตฺวา เอกาย เอว อาณิยา พนฺธิตฺวา สมนฺตโต คิญฺชกาวสถากาเรน สิลาปริกฺเขปํ กตฺวา อุปริ เอกาย ปิทหิตฺวา ปํสุํ ปกฺขิปิตฺวา ภูมึ สมํ กตฺวา ตสฺส อุปริ ปาสาณถูปํ ปติฏฺฐเปสิ. เอวํ นิฏฺฐิเต ธาตุนิธาเน ยาวตายุกํ ฐตฺวา เถโรปิ ปรินิพฺพุโต, ราชาปิ ยถากมฺมํ คโต, เตปิ มนุสฺสา กาลงฺกตา.
อปรภาเค ปิยทาโส นาม กุมาโร ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา อโสโก นาม ธมฺมราชา หุตฺวา ตา ธาตุโย คเหตฺวา ชมฺพุทีเป วิตฺถาริกา อกาสิ. กถํ? โส นิโคฺรธสามเณรํ นิสฺสาย สาสเน ลทฺธปฺปสาโท จตุราสีติ วิหารสหสฺสานิ กาเรตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, มยา จตุราสีติ วิหารสหสฺสานิ การิตานิ, ธาตุโย กุโต ลภิสฺสามี’’ติ? มหาราช, – ‘‘ธาตุนิธานํ นาม อตฺถี’’ติ สุโณม, น ปน ปญฺญายติ – ‘‘อสุกสฺมึ ฐาเน’’ติ. ราชา ราชคเห เจติยํ ภินฺทาเปตฺวา ธาตุํ อปสฺสนฺโต ปฏิปากติกํ กาเรตฺวา ภิกฺขุภิกฺขุนิโย อุปาสกอุปาสิกาโยติ จตสฺโส ปริสา คเหตฺวา เวสาลึ คโต. ตตฺราปิ อลภิตฺวา กปิลวตฺถุํ. ตตฺราปิ อลภิตฺวา รามคามํ คโต. รามคาเม นาคา เจติยํ ภินฺทิตุํ น อทํสุ, เจติเย นิปติตกุทาโล ขณฺฑาขณฺฑํ โหติ. เอวํ ตตฺราปิ อลภิตฺวา อลฺลกปฺปํ เวฐทีปํ ปาวํ กุสินารนฺติ สพฺพตฺถ เจติยานิ ภินฺทิตฺวา ธาตุํ อลภิตฺวาว ปฏิปากติกานิ กตฺวา ปุน ราชคหํ คนฺตฺวา จตสฺโส ปริสา สนฺนิปาตาเปตฺวา – ‘‘อตฺถิ เกนจิ สุตปุพฺพํ ‘อสุกฏฺฐาเน นาม ธาตุนิธาน’นฺติ’’ ปุจฺฉิ.
ตเตฺรโก วีสวสฺสสติโก เถโร – ‘‘อสุกฏฺฐาเน ธาตุนิธาน’’นฺติ น ชานามิ, มยฺหํ ปน ปิตา มหาเถโร มํ สตฺตวสฺสกาเล มาลาจงฺโกฏกํ คาหาเปตฺวา – ‘‘เอหิ สามเณร, อสุกคจฺฉนฺตเร ปาสาณถูโป อตฺถิ, ตตฺถ คจฺฉามา’’ติ คนฺตฺวา ปูเชตฺวา – ‘‘อิมํ ฐานํ อุปธาเรตุํ วฏฺฏติ สามเณรา’’ติ อาห. อหํ เอตฺตกํ ชานามิ มหาราชาติ อาห. ราชา ‘‘เอตเทว ฐาน’’นฺติ วตฺวา คจฺเฉ หาเรตฺวา ปาสาณถูปญฺจ ปํสุญฺจ อปเนตฺวา เหฏฺฐา สุธาภูมึ อทฺทส. ตโต สุธญฺจ อิฏฺฐกาโย จ หาเรตฺวา อนุปุพฺเพน ปริเวณํ โอรุยฺห สตฺตรตนวาลุกํ อสิหตฺถานิ จ กฏฺฐรูปกานิ สมฺปริวตฺตกานิ อทฺทส. โส ยกฺขทาสเก ปกฺโกสาเปตฺวา พลิกมฺมํ กาเรตฺวาปิ เนว อนฺตํ น โกฏึ ปสฺสนฺโต เทวตานํ นมสฺสมาโน – ‘‘อหํ อิมา ธาตุโย คเหตฺวา จตุราสีติยา วิหารสหสฺเสสุ นิทหิตฺวา สกฺการํ กโรมิ, มา เม เทวตา อนฺตรายํ กโรนฺตู’’ติ อาห.
สกฺโก เทวราชา จาริกํ จรนฺโต ตํ ทิสฺวา วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตาต, อโสโก ธมฺมราชา ‘ธาตุโย นีหริสฺสามี’ติ ปริเวณํ โอติณฺโณ, คนฺตฺวา กฏฺฐรูปกานิ หาเรหี’’ติ. โส ปญฺจจูฬคามทารกเวเสน คนฺตฺวา รญฺโญ ปุรโต ธนุหตฺโถ ฐตฺวา – ‘‘หรามิ มหาราชา’’ติ อาห. ‘‘หร, ตาตา’’ติ สรํ คเหตฺวา สนฺธิมฺหิเยว วิชฺฌิ, สพฺพํ วิปฺปกิริยิตฺถ. อถ ราชา อาวิญฺฉเน พนฺธํ กุญฺจิกมุทฺทิกํ คณฺหิ, มณิกฺขนฺธํ ปสฺสิ. ‘‘อนาคเต ทลิทฺทราชา อิมํ มณึ คเหตฺวา ธาตูนํ สกฺการํ กโรตู’’ติ ปุน อกฺขรานิ ทิสฺวา กุชฺฌิตฺวา – ‘‘มาทิสํ นาม ราชานํ ทลิทฺทราชาติ วตฺตุํ อยุตฺต’’นฺติ ปุนปฺปุนํ ฆเฏตฺวา ทฺวารํ วิวราเปตฺวา อนฺโตเคหํ ปวิฏฺโฐ.
อฏฺฐารสวสฺสาธิกานํ ทฺวินฺนํ วสฺสสตานํ อุปริ อาโรปิตทีปา ตเถว ปชฺชลนฺติ. นีลุปฺปลปุปฺผานิ ตงฺขณํ อาหริตฺวา อาโรปิตานิ วิย, ปุปฺผสนฺถาโร ตงฺขณํ สนฺถโต วิย, คนฺธา ตํ มุหุตฺตํ ปิสิตฺวา ฐปิตา วิย ราชา สุวณฺณปฏฺฏํ คเหตฺวา – ‘‘อนาคเต ปิยทาโส นาม กุมาโร ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา อโสโก นาม ธมฺมราชา ภวิสฺสติ โส อิมา ธาตุโย วิตฺถาริกา กริสฺสตี’’ติ วาเจตฺวา – ‘‘ทิฏฺโฐ โภ, อหํ อยฺเยน มหากสฺสปตฺเถเรนา’’ติ วตฺวา วามหตฺถํ อาภุชิตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน อปฺโผเฏสิ. โส ตสฺมึ ฐาเน ปริจรณธาตุมตฺตเมว ฐเปตฺวา เสสา ธาตุโย คเหตฺวา ธาตุเคหํ ปุพฺเพ ปิหิตนเยเนว ปิทหิตฺวา สพฺพํ ยถาปกติยาว กตฺวา อุปริ ปาสาณเจติยํ ปติฏฺฐาเปตฺวา จตุราสีติยา วิหารสหสฺเสสุ ธาตุโย ปติฏฺฐาเปตฺวา มหาเถเร วนฺทิตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘ทายาโทมฺหิ, ภนฺเต, พุทฺธสาสเน’’ติ. กิสฺส ทายาโท ตฺวํ, มหาราช, พาหิรโก ตฺวํ สาสนสฺสาติ. ภนฺเต, ฉนฺนวุติโกฏิธนํ วิสฺสชฺเชตฺวา จตุราสีติ วิหารสหสฺสานิ กาเรตฺวา อหํ น ทายาโท, อญฺโญ โก ทายาโทติ? ปจฺจยทายโก นาม ตฺวํ มหาราช, โย ปน อตฺตโน ปุตฺตญฺจ ธีตรญฺจ ปพฺพาเชติ, อยํ สาสเน ทายาโท นามาติ. โส ปุตฺตญฺจ ธีตรญฺจ ปพฺพาเชสิ. อถ นํ เถรา อาหํสุ – ‘‘อิทานิ, มหาราช, สาสเน ทายาโทสี’’ติ.
เอวเมตํ ภูตปุพฺพนฺติ เอวํ เอตํ อตีเต ธาตุนิธานมฺปิ ชมฺพุทีปตเล ภูตปุพฺพนฺติ. ตติยสงฺคีติการาปิ อิมํ ปทํ ฐปยึสุ.
อฏฺฐโทณํ จกฺขุมโต สรีรนฺติอาทิคาถาโย ปน ตมฺพปณฺณิทีเป เถเรหิ วุตฺตาติ.
อิติ สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ
มหาปรินิพฺพานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.