มหากสฺสปตฺเถรวตฺถุวณฺณนา
๒๓๑. ปาวาย กุสินารนฺติ ปาวานคเร ปิณฺฑาย จริตฺวา ‘‘กุสินารํ คมิสฺสามี’’ติ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน โหติ. รุกฺขมูเล นิสีทีติ เอตฺถ กสฺมา ทิวาวิหารนฺติ น วุตฺตํ? ทิวาวิหารตฺถาย อนิสินฺนตฺตา. เถรสฺส หิ ปริวารา ภิกฺขู สพฺเพ สุขสํวทฺธิตา มหาปุญฺญา. เต มชฺฌนฺหิกสมเย ตตฺตปาสาณสทิสาย ภูมิยา ปทสา คจฺฉนฺตา กิลมึสุ. เถโร เต ทิสฺวา – ‘‘ภิกฺขู กิลมนฺติ, คนฺตพฺพฏฺฐานญฺจ น ทูรํ, โถกํ วิสฺสมิตฺวา ทรถํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา สายนฺหสมเย กุสินารํ คนฺตฺวา ทสพลํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา อุทกตุมฺพโต อุทเกน หตฺถปาเท สีตเล กตฺวา นิสีทิ. ปริวารภิกฺขูปิสฺส รุกฺขมูเล นิสีทิตฺวา โยนิโส มนสิกาเร กมฺมํ กุรุมานา ติณฺณํ รตนานํ วณฺณํ ภณมานา นิสีทึสุ. อิติ ทรถวิโนทนตฺถาย นิสินฺนตฺตา ‘‘ทิวาวิหาร’’นฺติ น วุตฺตํ.
มนฺทารวปุปฺผํ คเหตฺวาติ มหาปาติปฺปมาณํ ปุปฺผํ อาคนฺตุกทณฺฑเก ฐเปตฺวา ฉตฺตํ วิย คเหตฺวา. อทฺทส โขติ อาคจฺฉนฺตํ ทูรโต อทฺทส. ทิสฺวา จ ปน จินฺเตสิ –
‘‘เอตํ อาชีวกสฺส หตฺเถ มนฺทารวปุปฺผํ ปญฺญายติ, เอตญฺจ น สพฺพทา มนุสฺสปเถ ปญฺญายติ, ยทา ปน โกจิ อิทฺธิมา อิทฺธึ วิกุพฺพติ, ตทา สพฺพญฺญุโพธิสตฺตสฺส จ มาตุกุจฺฉิโอกฺกมนาทีสุ โหติ. น โข ปน อชฺช เกนจิ อิทฺธิวิกุพฺพนํ กตํ, น เม สตฺถา มาตุกุจฺฉึ โอกฺกนฺโต, น กุจฺฉิโต นิกฺขมนฺโต, นาปิสฺส อชฺช อภิสมฺโพธิ, น ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ, น ยมกปาฏิหาริยํ, น เทโวโรหณํ, น อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนํ. มหลฺลโก ปน เม สตฺถา ธุวํ ปรินิพฺพุโต ภวิสฺสตี’’ติ.
ตโต – ‘‘ปุจฺฉามิ น’’นฺติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา – ‘‘สเจ โข ปน นิสินฺนโกว ปุจฺฉามิ, สตฺถริ อคารโว กโต ภวิสฺสตี’’ติ อุฏฺฐหิตฺวา ฐิตฏฺฐานโต อปกฺกมฺม ฉทฺทนฺโต นาคราชา มณิจมฺมํ วิย ทสพลทตฺติยํ เมฆวณฺณํ ปํสุกูลจีวรํ ปารุปิตฺวา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ สิรสฺมึ ปติฏฺฐเปตฺวา สตฺถริ กเตน คารเวน อาชีวกสฺส อภิมุโข หุตฺวา – ‘‘อาวุโส, อมฺหากํ สตฺถารํ ชานาสี’’ติ อาห. กึ ปน สตฺถุ ปรินิพฺพานํ ชานนฺโต ปุจฺฉิ อชานนฺโตติ? อาวชฺชนปฏิพทฺธํ ขีณาสวานํ ชานนํ, อนาวชฺชิตตฺตา ปเนส อชานนฺโต ปุจฺฉีติ เอเก. เถโร สมาปตฺติพหุโล, รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานเลณมณฺฑปาทีสุ นิจฺจํ สมาปตฺติพเลเนว ยาเปติ, กุลสนฺตกมฺปิ คามํ ปวิสิตฺวา ทฺวาเร สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา สมาปตฺติโต วุฏฺฐิโตว ภิกฺขํ คณฺหาติ. เถโร กิร อิมินา ปจฺฉิเมน อตฺตภาเวน มหาชนานุคฺคหํ กริสฺสามิ – ‘‘เย มยฺหํ ภิกฺขํ วา เทนฺติ คนฺธมาลาทีหิ วา สกฺการํ กโรนฺติ, เตสํ ตํ มหปฺผลํ โหตู’’ติ เอวํ กโรติ. ตสฺมา สมาปตฺติพหุลตาย น ชานาติ. อิติ อชานนฺโตว ปุจฺฉตีติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ.
น เหตฺถ อชานนการณํ อตฺถิ. อภิลกฺขิตํ สตฺถุ ปรินิพฺพานํ อโหสิ, ทสสหสฺสิโลกธาตุกมฺปนาทีหิ นิมิตฺเตหิ. เถรสฺส ปน ปริสาย เกหิจิ ภิกฺขูหิ ภควา ทิฏฺฐปุพฺโพ, เกหิจิ น ทิฏฺฐปุพฺโพ, ตตฺถ เยหิปิ ทิฏฺฐปุพฺโพ, เตปิ ปสฺสิตุกามาว, เยหิปิ อทิฏฺฐปุพฺโพ, เตปิ ปสฺสิตุกามาว. ตตฺถ เยหิ น ทิฏฺฐปุพฺโพ, เต อติทสฺสนกามตาย คนฺตฺวา ‘‘กุหึ ภควา’’ติ ปุจฺฉนฺตา ‘‘ปรินิพฺพุโต’’ติ สุตฺวา สนฺธาเรตุํ นาสกฺขิสฺสนฺติ. จีวรญฺจ ปตฺตญฺจ ฉฑฺเฑตฺวา เอกวตฺถา วา ทุนฺนิวตฺถา วา ทุปฺปารุตา วา อุรานิ ปฏิปิสนฺตา ปโรทิสฺสนฺติ. ตตฺถ มนุสฺสา – ‘‘มหากสฺสปตฺเถเรน สทฺธึ อาคตา ปํสุกูลิกา สยมฺปิ อิตฺถิโย วิย ปโรทนฺติ, เต กึ อเมฺห สมสฺสาเสสฺสนฺตี’’ติ มยฺหํ โทสํ ทสฺสนฺติ. อิทํ ปน สุญฺญํ มหาอรญฺญํ, อิธ ยถา ตถา โรทนฺเตสุ โทโส นตฺถิ. ปุริมตรํ สุตฺวา นาม โสโกปิ ตนุโก โหตีติ ภิกฺขูนํ สตุปฺปาทนตฺถาย ชานนฺโตว ปุจฺฉิ.
อชฺช สตฺตาหปรินิพฺพุโต สมโณ โคตโมติ อชฺช สมโณ โคตโม สตฺตาหปรินิพฺพุโต. ตโต เม อิทนฺติ ตโต สมณสฺส โคตมสฺส ปรินิพฺพุตฏฺฐานโต.
๒๓๒. สุภทฺโท นาม วุฑฺฒปพฺพชิโตติ ‘‘สุภทฺโท’’ติ ตสฺส นามํ. วุฑฺฒกาเล ปน ปพฺพชิตตฺตา ‘‘วุฑฺฒปพฺพชิโต’’ติ วุจฺจติ. กสฺมา ปน โส เอวมาห? ภควติ อาฆาเตน. อยํ กิเรโส ขนฺธเก อาคเต อาตุมาวตฺถุสฺมึ นหาปิตปุพฺพโก วุฑฺฒปพฺพชิโต ภควติ กุสินารโต นิกฺขมิตฺวา อฑฺฒเตฬเสหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ อาตุมํ อาคจฺฉนฺเต ภควา อาคจฺฉตีติ สุตฺวา – ‘‘อาคตกาเล ยาคุปานํ กริสฺสามี’’ติ สามเณรภูมิยํ ฐิเต เทฺว ปุตฺเต เอตทโวจ – ‘‘ภควา กิร, ตาตา, อาตุมํ อาคจฺฉติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อฑฺฒเตฬเสหิ ภิกฺขุสเตหิ; คจฺฉถ ตุเมฺห, ตาตา, ขุรภณฺฑํ อาทาย นาฬิยาวาปเกน อนุฆรกํ อนุฆรกํ อาหิณฺฑถ โลณมฺปิ เตลมฺปิ ตณฺฑุลมฺปิ ขาทนียมฺปิ สํหรถ ภควโต อาคตสฺส ยาคุปานํ กริสฺสามา’’ติ (มหาว. ๓๐๓). เต ตถา อกํสุ.
มนุสฺสา เต ทารเก มญฺชุเก ปฏิภาเนยฺยเก ทิสฺวา กาเรตุกามาปิ อกาเรตุกามาปิ กาเรนฺติเยว. กตกาเล – ‘‘กึ คณฺหิสฺสถ ตาตา’’ติ ปุจฺฉนฺติ. เต วทนฺติ – ‘‘น อมฺหากํ อญฺเญน เกนจิ อตฺโถ, ปิตา ปน โน ภควโต, อาคตกาเล ยาคุทานํ ทาตุกาโม’’ติ. ตํ สุตฺวา มนุสฺสา อปริคเณตฺวาว ยํ เต สกฺโกนฺติ อาหริตุํ, สพฺพํ เทนฺติ. ยมฺปิ น สกฺโกนฺติ, มนุสฺเสหิ เปเสนฺติ. อถ ภควติ อาตุมํ อาคนฺตฺวา ภุสาคารํ ปวิฏฺเฐ สุภทฺโท สายนฺหสมยํ คามทฺวารํ คนฺตฺวา มนุสฺเส อามนฺเตสิ – ‘‘อุปาสกา, นาหํ ตุมฺหากํ สนฺติกา อญฺญํ กิญฺจิ ปจฺจาสีสามิ, มยฺหํ ทารเกหิ อาภตานิ ตณฺฑุลาทีนิเยว สงฺฆสฺส ปโหนฺติ. ยํ หตฺถกมฺมํ, ตํ เม เทถา’’ติ. ‘‘อิทญฺจิทญฺจ คณฺหถา’’ติ สพฺพูปกรณานิ คาเหตฺวา วิหาเร อุทฺธนานิ กาเรตฺวา เอกํ กาฬกํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา ตาทิสเมว ปารุปิตฺวา – ‘‘อิทํ กโรถ, อิทํ กโรถา’’ติ สพฺพรตฺตึ วิจาเรนฺโต สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา โภชฺชยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจ ปฏิยาทาเปสิ. โภชฺชยาคุ นาม ภุญฺชิตฺวา ปาตพฺพยาคุ, ตตฺถ สปฺปิมธุผาณิตมจฺฉมํสปุปฺผผลรสาทิ ยํ กิญฺจิ ขาทนียํ นาม สพฺพํ ปกฺขิปติ กีฬิตุกามานํ สีสมกฺขนโยคฺคา โหติ สุคนฺธคนฺธา.
อถ ภควา กาลสฺเสว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ปิณฺฑาย จริตุํ อาตุมนคราภิมุโข ปายาสิ. มนุสฺสา ตสฺส อาโรเจสุํ – ‘‘ภควา ปิณฺฑาย คามํ ปวิสติ, ตยา กสฺส ยาคุ ปฏิยาทิตา’’ติ. โส ยถานิวตฺถปารุเตเหว เตหิ กาฬกกาสาเวหิ เอเกน หตฺเถน ทพฺพิญฺจ กฏจฺฉุญฺจ คเหตฺวา พฺรหฺมา วิย ทกฺขิณชาณุมณฺฑลํ ภูมิยํ ปติฏฺฐเปตฺวา วนฺทิตฺวา – ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ เม, ภนฺเต, ภควา ยาคุ’’นฺติ อาห.
ตโต ‘‘ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺตี’’ติ ขนฺธเก อาคตนเยน ภควา ปุจฺฉิตฺวา จ สุตฺวา จ ตํ วุฑฺฒปพฺพชิตํ วิครหิตฺวา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ อกปฺปิยสมาทานสิกฺขาปทญฺจ, ขุรภณฺฑปริหรณสิกฺขาปทญฺจาติ เทฺว สิกฺขาปทานิ ปญฺญเปตฺวา – ‘‘ภิกฺขเว, อเนกกปฺปโกฏิโย โภชนํ ปริเยสนฺเตเหว วีตินามิตา, อิทํ ปน ตุมฺหากํ อกปฺปิยํ อธมฺเมน อุปฺปนฺนํ โภชนํ, อิมํ ปริภุตฺตานํ อเนกานิ อตฺตภาวสหสฺสานิ อปาเยเสฺวว นิพฺพตฺติสฺสนฺติ, อเปถ มา คณฺหถา’’ติ ภิกฺขาจาราภิมุโข อคมาสิ. เอกภิกฺขุนาปิ น กิญฺจิ คหิตํ.
สุภทฺโท อนตฺตมโน หุตฺวา อยํ ‘‘สพฺพํ ชานามี’’ติ อาหิณฺฑติ. สเจ น คหิตุกาโม, เปเสตฺวา อาโรเจตพฺพํ. อยํ ปกฺกาหาโร นาม สพฺพจิรํ ติฏฺฐนฺโต สตฺตาหมตฺตํ ติฏฺเฐยฺย. อิทญฺหิ มม ยาวชีวํ ปริยตฺตํ อสฺส. สพฺพํ เตน นาสิตํ, อหิตกาโม อยํ มยฺหนฺติ ภควติ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา ทสพเล ธรนฺเต กิญฺจิ วตฺตุํ นาสกฺขิ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อยํ อุจฺจา กุลา ปพฺพชิโต มหาปุริโส, สเจ กิญฺจิ วกฺขามิ, มํเยว สนฺตชฺเชสฺสตี’’ติ. สฺวายํ อชฺช ‘‘ปรินิพฺพุโต ภควา’’ติ สุตฺวา ลทฺธสฺสาโส วิย หฏฺฐตุฏฺโฐ เอวมาห.
เถโร ตํ สุตฺวา หทเย ปหารทานํ วิย มตฺถเก ปติตสุกฺขาสนิ วิย มญฺญิ, ธมฺมสํเวโค จสฺส อุปฺปชฺชิ – ‘‘สตฺตาหมตฺตปรินิพฺพุโต ภควา, อชฺชาปิสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ธรติเยว, ทุกฺเขน ภควตา อาราธิตสาสเน นาม เอวํ ลหุ มหนฺตํ ปาปกสฏํ กณฺฏโก อุปฺปนฺโน, อลํ โข ปเนส ปาโป วฑฺฒมาโน อญฺเญปิ เอวรูเป สหาเย ลภิตฺวา สกฺกา สาสนํ โอสกฺกาเปตุ’’นฺติ. ตโต เถโร จินฺเตสิ –
‘‘สเจ โข ปนาหํ อิมํ มหลฺลกํ อิเธว ปิโลติกํ นิวาสาเปตฺวา ฉาริกาย โอกิราเปตฺวา นีหราเปสฺสามิ, มนุสฺสา ‘สมณสฺส โคตมสฺส สรีเร ธรมาเนเยว สาวกา วิวทนฺตี’ติ อมฺหากํ โทสํ ทสฺเสสฺสนฺติ อธิวาเสมิ ตาว.
ภควตา หิ เทสิโต ธมฺโม อสงฺคหิตปุปฺผราสิสทิโส. ตตฺถ ยถา วาเตน ปหฏปุปฺผานิ ยโต วา ตโต วา คจฺฉนฺติ, เอวเมว เอวรูปานํ ปาปปุคฺคลานํ วเสน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล วินเย เอกํ เทฺว สิกฺขาปทานิ นสฺสิสฺสนฺติ, สุตฺเต เอโก เทฺว ปญฺหาวารา นสฺสิสฺสนฺติ, อภิธมฺเม เอกํ เทฺว ภูมนฺตรานิ นสฺสิสฺสนฺติ, เอวํ อนุกฺกเมน มูเล นฏฺเฐ ปิสาจสทิสา ภวิสฺสาม; ตสฺมา ธมฺมวินยสงฺคหํ กริสฺสาม. เอวญฺหิ สติ ทฬฺหํ สุตฺเตน สงฺคหิตานิ ปุปฺผานิ วิย อยํ ธมฺมวินโย นิจฺจโล ภวิสฺสติ.
เอตทตฺถญฺหิ ภควา มยฺหํ ตีณิ คาวุตานิ ปจฺจุคฺคมนํ อกาสิ, ตีหิ โอวาเทหิ อุปสมฺปทํ อทาสิ, กายโต อปเนตฺวา กาเย จีวรปริวตฺตนํ อกาสิ, อากาเส ปาณึ จาเลตฺวา จนฺทูปมํ ปฏิปทํ กเถนฺโต มํ กายสกฺขึ กตฺวา กเถสิ, ติกฺขตฺตุํ สกลสาสนทายชฺชํ ปฏิจฺฉาเปสิ. มาทิเส ภิกฺขุมฺหิ ติฏฺฐมาเน อยํ ปาโป สาสเน วุฑฺฒึ มา อลตฺถ. ยาว อธมฺโม น ทิปฺปติ, ธมฺโม น ปฏิพาหิยติ. อวินโย น ทิปฺปติ วินโย น ปฏิพาหิยติ. อธมฺมวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, ธมฺมวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ; อวินยวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, วินยวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ. ตาว ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิสฺสามิ. ตโต ภิกฺขู อตฺตโน อตฺตโน ปโหนกํ คเหตฺวา กปฺปิยากปฺปิยํ กเถสฺสนฺติ. อถายํ ปาโป สยเมว นิคฺคหํ ปาปุณิสฺสติ, ปุน สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺขิสฺสติ, สาสนํ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ ภวิสฺสตี’’ติ.
โส เอวํ นาม มยฺหํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ กสฺสจิ อนาโรเจตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สมสฺสาเสสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป…เป… เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ.
๒๓๓. จิตกนฺติ วีสรตนสติกํ จนฺทนจิตกํ. อาฬิมฺเปสฺสามาติ อคฺคึ คาหาเปสฺสาม. น สกฺโกนฺติ อาฬิมฺเปตุนฺติ อฏฺฐปิ โสฬสปิ ทฺวตฺตึสปิ ชนา ชาลนตฺถาย ยมกยมกอุกฺกาโย คเหตฺวา ตาลวณฺเฏหิ พีชนฺตา ภสฺตาหิ ธมนฺตา ตานิ ตานิ การณานิ กโรนฺตาปิ น สกฺโกนฺติเยว อคฺคึ คาหาเปตุํ. เทวตานํ อธิปฺปาโยติ เอตฺถ ตา กิร เทวตา เถรสฺส อุปฏฺฐากเทวตาว. อสีติมหาสาวเกสุ หิ จิตฺตานิ ปสาเทตฺวา เตสํ อุปฏฺฐากานิ อสีติกุลสหสฺสานิ สคฺเค นิพฺพตฺตานิ. ตตฺถ เถเร จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตา เทวตา ตสฺมึ สมาคเม เถรํ อทิสฺวา – ‘‘กุหึ นุ โข อมฺหากํ กุลูปกตฺเถโร’’ติ อนฺตรามคฺเค ปฏิปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ กุลูปกตฺเถเรน อวนฺทิเต จิตโก มา ปชฺชลิตฺถา’’ติ อธิฏฺฐหึสุ.
มนุสฺสา ตํ สุตฺวา – ‘‘มหากสฺสโป กิร นาม โภ ภิกฺขุ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ ‘ทสพลสฺส ปาเท วนฺทิสฺสามี’ติ อาคจฺฉติ. ตสฺมึ กิร อนาคเต จิตโก น ปชฺชลิสฺสติ. กีทิโส โภ โส ภิกฺขุ กาโฬ โอทาโต ทีโฆ รสฺโส, เอวรูเป นาม โภ ภิกฺขุมฺหิ ฐิเต กึ ทสพลสฺส ปรินิพฺพานํ นามา’’ติ เกจิ คนฺธมาลาทิหตฺถา ปฏิปถํ คจฺฉึสุ. เกจิ วีถิโย วิจิตฺตา กตฺวา อาคมนมคฺคํ โอโลกยมานา อฏฺฐํสุ.
๒๓๔. อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป เยน กุสินารา…เป… สิรสา วนฺทีติ เถโร กิร จิตกํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อาวชฺชนฺโตว สลฺลกฺเขสิ – ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน สีสํ, อิมสฺมึ ฐาเน ปาทา’’ติ. ตโต ปาทานํ สมีเป ฐตฺวา อภิญฺญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย – ‘‘อราสหสฺสปฏิมณฺฑิตจกฺกลกฺขณปติฏฺฐิตา ทสพลสฺส ปาทา สทฺธึ กปฺปาสปฏเลหิ ปญฺจ ทุสฺสยุคสตานิ สุวณฺณโทณึ จนฺทนจิตกญฺจ เทฺวธา กตฺวา มยฺหํ อุตฺตมงฺเค สิรสฺมึ ปติฏฺฐหนฺตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. สห อธิฏฺฐานจิตฺเตน ตานิ ปญฺจ ทุสฺสยุคสตานิ เทฺวธา กตฺวา วลาหกนฺตรา ปุณฺณจนฺโท วิย ปาทา นิกฺขมึสุ. เถโร วิกสิตรตฺตปทุมสทิเส หตฺเถ ปสาเรตฺวา สุวณฺณวณฺเณ สตฺถุปาเท ยาว โคปฺผกา ทฬฺหํ คเหตฺวา อตฺตโน สิรวเร ปติฏฺฐเปสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ภควโต ปาเท สิรสา วนฺที’’ติ.
มหาชโน ตํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา เอกปฺปหาเรเนว มหานาทํ นทิ, คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา ยถารุจิ วนฺทิ. เอวํ ปน เถเรน จ มหาชเนน จ เตหิ จ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ วนฺทิตมตฺเต ปุน อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ. ปกติอธิฏฺฐานวเสเนว เถรสฺส หตฺถโต มุจฺจิตฺวา อลตฺตกวณฺณานิ ภควโต ปาทตลานิ จนฺทนทารุอาทีสุ กิญฺจิ อจาเลตฺวาว ยถาฐาเน ปติฏฺฐหึสุ, ยถาฐาเน ฐิตาเนว อเหสุํ. ภควโต หิ ปาเทสุ นิกฺขมนฺเตสุ วา ปวิสนฺเตสุ วา กปฺปาสอํสุ วา ทสิกตนฺตํ วา เตลพินฺทุ วา ทารุกฺขนฺธํ วา ฐานา จลิตํ นาม นาโหสิ. สพฺพํ ยถาฐาเน ฐิตเมว อโหสิ. อุฏฺฐหิตฺวา ปน อตฺถงฺคเต จนฺเท วิย สูริเย วิย จ ตถาคตสฺส ปาเทสุ อนฺตรหิเตสุ มหาชโน มหากนฺทิตํ กนฺทิ. ปรินิพฺพานกาลโต อธิกตรํ การุญฺญํ อโหสิ.
สยเมว ภควโต จิตโก ปชฺชลีติ อิทํ ปน กสฺสจิ ปชฺชลาเปตุํ วายมนฺตสฺส อทสฺสนวเสน วุตฺตํ. เทวตานุภาเวน ปเนส สมนฺตโต เอกปฺปหาเรเนว ปชฺชลิ.
๒๓๕. สรีราเนว อวสิสฺสึสูติ ปุพฺเพ เอกคฺฆเนน ฐิตตฺตา สรีรํ นาม อโหสิ. อิทานิ วิปฺปกิณฺณตฺตา สรีรานีติ วุตฺตํ สุมนมกุฬสทิสา จ โธตมุตฺตสทิสา จ สุวณฺณสทิสา จ ธาตุโย อวสิสฺสึสูติ อตฺโถ. ทีฆายุกพุทฺธานญฺหิ สรีรํ สุวณฺณกฺขนฺธสทิสํ เอกเมว โหติ. ภควา ปน – ‘‘อหํ น จิรํ ฐตฺวา ปรินิพฺพายามิ, มยฺหํ สาสนํ ตาว สพฺพตฺถ น วิตฺถาริตํ, ตสฺมา ปรินิพฺพุตสฺสาปิ เม สาสปมตฺตมฺปิ ธาตุํ คเหตฺวา อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐาเน เจติยํ กตฺวา ปริจรนฺโต มหาชโน สคฺคปรายโณ โหตู’’ติ ธาตูนํ วิกิรณํ อธิฏฺฐาสิ. กติ, ปนสฺส ธาตุโย วิปฺปกิณฺณา, กติ น วิปฺปกิณฺณาติ. จตสฺโส ทาฐา, เทฺว อกฺขกา, อุณฺหีสนฺติ อิมา สตฺต ธาตุโย น วิปฺปกิรึสุ, เสสา วิปฺปกิรึสูติ. ตตฺถ สพฺพขุทฺทกา ธาตุ สาสปพีชมตฺตา อโหสิ, มหาธาตุ มชฺเฌ ภินฺนตณฺฑุลมตฺตา, อติมหตี มชฺเฌ ภินฺนมุคฺคมตฺตาติ.
อุทกธาราติ อคฺคพาหุมตฺตาปิ ชงฺฆมตฺตาปิ ตาลกฺขนฺธมตฺตาปิ อุทกธารา อากาสโต ปติตฺวา นิพฺพาเปสิ. อุทกสาลโตติ ปริวาเรตฺวา ฐิตสาลรุกฺเข สนฺธาเยตํ วุตฺตํ, เตสมฺปิ หิ ขนฺธนฺตรวิฏปนฺตเรหิ อุทกธารา นิกฺขมิตฺวา นิพฺพาเปสุํ. ภควโต จิตโก มหนฺโต. สมนฺตา ปถวึ ภินฺทิตฺวาปิ นงฺคลสีสมตฺตา อุทกวฏฺฏิ ผลิกวฏํสกสทิสา อุคฺคนฺตฺวา จิตกเมว คณฺหนฺติ. คนฺโธทเกนาติ สุวณฺณฆเฏ รชตฆเฏ จ ปูเรตฺวา อาภตนานาคนฺโธทเกน. นิพฺพาเปสุนฺติ สุวณฺณมยรชตมเยหิ อฏฺฐทณฺฑเกหิ วิกิริตฺวา จนฺทนจิตกํ นิพฺพาเปสุํ.
เอตฺถ จ จิตเก ฌายมาเน ปริวาเรตฺวา ฐิตสาลรุกฺขานํ สาขนฺตเรหิ วิฏปนฺตเรหิ ปตฺตนฺตเรหิ ชาลา อุคฺคจฺฉนฺติ, ปตฺตํ วา สาขา วา ปุปฺผํ วา ทฑฺฒา นาม นตฺถิ, กิปิลฺลิกาปิ มกฺกฏกาปิ ชาลานํ อนฺตเรเนว วิจรนฺติ. อากาสโต ปติตอุทกธาราสุปิ สาลรุกฺเขหิ นิกฺขนฺตอุทกธาราสุปิ ปถวึ ภินฺทิตฺวา นิกฺขนฺตอุทกธาราสุปิ ธมฺมกถาว ปมาณํ. เอวํ จิตกํ นิพฺพาเปตฺวา ปน มลฺลราชาโน สนฺถาคาเร จตุชฺชาติยคนฺธปริภณฺฑํ กาเรตฺวา ลาชปญฺจมานิ ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา อุปริ เจลวิตานํ พนฺธิตฺวา สุวณฺณตารกาทีหิ ขจิตฺวา ตตฺถ คนฺธทามมาลาทามรตนทามานิ โอลมฺเพตฺวา สนฺถาคารโต ยาว มกุฏพนฺธนสงฺขาตา สีสปสาธนมงฺคลสาลา, ตาว อุโภหิ ปสฺเสหิ สาณิกิลญฺชปริกฺเขปํ กาเรตฺวา อุปริ เจลวิตานํ พนฺธาเปตฺวา สุวณฺณตารกาทีหิ ขจิตฺวา ตตฺถปิ คนฺธทามมาลาทามรตนทามานิ โอลมฺเพตฺวา มณิทณฺฑวณฺเณหิ เวณูหิ จ ปญฺจวณฺณทฺธเช อุสฺสาเปตฺวา สมนฺตา วาตปฏากา ปริกฺขิปิตฺวา สุสมฺมฏฺฐาสุ วีถีสุ กทลิโย จ ปุณฺณฆเฏ จ ฐเปตฺวา ทณฺฑกทีปิกา ชาเลตฺวา อลงฺกตหตฺถิกฺขนฺเธ สห ธาตูหิ สุวณฺณโทณึ ฐเปตฺวา มาลาคนฺธาทีหิ ปูเชนฺตา สาธุกีฬิตํ กีฬนฺตา อนฺโตนครํ ปเวเสตฺวา สนฺถาคาเร สรภมยปลฺลงฺเก ฐเปตฺวา อุปริ เสตจฺฉตฺตํ ธาเรสุํ. เอวํ กตฺวา – ‘‘อถ โข โกสินารกา มลฺลา ภควโต สรีรานิ สตฺตาหํ สนฺถาคาเร สตฺติปญฺชรํ กริตฺวา’’ติ สพฺพํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ สตฺติปญฺชรํ กริตฺวาติ สตฺติหตฺเถหิ ปุริเสหิ ปริกฺขิปาเปตฺวา. ธนุปาการนฺติ ปฐมํ ตาว หตฺถิกุมฺเภน กุมฺภํ ปหรนฺเต ปริกฺขิปาเปสุํ, ตโต อสฺเส คีวาย คีวํ ปหรนฺเต, ตโต รเถ อาณิโกฏิยา อาณิโกฏึ ปหรนฺเต, ตโต โยเธ พาหุนา พาหุํ ปหรนฺเต. เตสํ ปริยนฺเต โกฏิยา โกฏึ ปหรมานานิ ธนูนิ ปริกฺขิปาเปสุํ. อิติ สมนฺตา โยชนปฺปมาณํ ฐานํ สตฺตาหํ สนฺนาหควจฺฉิกํ วิย กตฺวา อารกฺขํ สํวิทหึสุ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ธนุปาการํ ปริกฺขิปาเปตฺวา’’ติ.
กสฺมา ปเนเต เอวมกํสูติ? อิโต ปุริเมสุ หิ ทฺวีสุ สตฺตาเหสุ เต ภิกฺขุสงฺฆสฺส ฐานนิสชฺโชกาสํ กโรนฺตา ขาทนียํ โภชนียํ สํวิทหนฺตา สาธุกีฬิกาย โอกาสํ น ลภึสุ. ตโต เนสํ อโหสิ – ‘‘อิมํ สตฺตาหํ สาธุกีฬิตํ กีฬิสฺสาม, ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ ยํ อมฺหากํ ปมตฺตภาวํ ญตฺวา โกจิเทว อาคนฺตฺวา ธาตุโย คเณฺหยฺย, ตสฺมา อารกฺขํ ฐเปตฺวา กีฬิสฺสามา’’ติ. เต ตถา เอวมกํสุ.