อานนฺทอจฺฉริยธมฺมวณฺณนา

๒๐๗. วิหารนฺติ อิธ มณฺฑลมาโล วิหาโรติ อธิปฺเปโต, ตํ ปวิสิตฺวา. กปิสีสนฺติ ทฺวารพาหโกฏิยํ ฐิตํ อคฺคฬรุกฺขํ. โรทมาโน อฏฺฐาสีติ โส กิรายสฺมา จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถารา มม สํเวคชนกํ วสนฏฺฐานํ กถิตํ, เจติยจาริกาย สาตฺถกภาโว กถิโต, มาตุคาเม ปฏิปชฺชิตพฺพปโญฺห วิสฺสชฺชิโต, อตฺตโน สรีเร ปฏิปตฺติ อกฺขาตา, จตฺตาโร ถูปารหา กถิตา, ธุวํ อชฺช ภควา ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ, ตสฺเสวํ จินฺตยโต พลวโทมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ภควโต สนฺติเก โรทนํ นาม อผาสุกํ, เอกมนฺตํ คนฺตฺวา โสกํ ตนุกํ กริสฺสามี’’ติ, โส ตถา อกาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โรทมาโน อฏฺฐาสี’’ติ.

อหญฺจ วตมฺหีติ อหญฺจ วต อมฺหิ, อหํ วตมฺหีติปิ ปาโฐ. โย มม อนุกมฺปโกติ โย มํ อนุกมฺปติ อนุสาสติ, เสฺว ทานิ ปฏฺฐาย กสฺส มุขโธวนํ ทสฺสามิ, กสฺส ปาเท โธวิสฺสามิ, กสฺส เสนาสนํ ปฏิชคฺคิสฺสามิ, กสฺส ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วิจริสฺสามีติ พหุํ วิลปิ. อามนฺเตสีติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อนฺตเร เถรํ อทิสฺวา อามนฺเตสิ.

เมตฺเตน กายกมฺเมนาติ เมตฺตจิตฺตวเสน ปวตฺติเตน มุขโธวนทานาทิกายกมฺเมน. หิเตนาติ หิตวุทฺธิยา กเตน. สุเขนาติ สุขโสมนสฺเสเนว กเตน, น ทุกฺขินา ทุมฺมเนน หุตฺวาติ อตฺโถ. อทฺวเยนาติ เทฺว โกฏฺฐาเส กตฺวา อกเตน. ยถา หิ เอโก สมฺมุขาว กโรติ น ปรมฺมุขา, เอโก ปรมฺมุขาว กโรติ น สมฺมุขา เอวํ วิภาคํ อกตฺวา กเตนาติ วุตฺตํ โหติ. อปฺปมาเณนาติ ปมาณวิรหิเตน. จกฺกวาฬมฺปิ หิ อติสมฺพาธํ, ภวคฺคมฺปิ อตินีจํ, ตยา กตํ กายกมฺมเมว พหุนฺติ ทสฺเสติ.

เมตฺเตน วจีกมฺเมนาติ เมตฺตจิตฺตวเสน ปวตฺติเตน มุขโธวนกาลาโรจนาทินา วจีกมฺเมน. อปิ จ โอวาทํ สุตฺวา – ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ วจนมฺปิ เมตฺตํ วจีกมฺมเมว. เมตฺเตน มโนกมฺเมนาติ กาลสฺเสว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา วิวิตฺตาสเน นิสีทิตฺวา – ‘‘สตฺถา อโรโค โหตุ, อพฺยาปชฺโช สุขี’’ติ เอวํ ปวตฺติเตน มโนกมฺเมน. กตปุญฺโญสีติ กปฺปสตสหสฺสํ อภินีหารสมฺปนฺโนสีติ ทสฺเสติ. กตปุญฺโญสีติ จ เอตฺตาวตา วิสฺสตฺโถ มา ปมาทมาปชฺชิ, อถ โข ปธานมนุยุญฺช. เอวญฺหิ อนุยุตฺโต ขิปฺปํ โหหิสิ อนาสโว, ธมฺมสงฺคีติกาเล อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสสิ. น หิ มาทิสสฺส กตปาริจริยา นิปฺผลา นาม โหตีติ ทสฺเสติ.

๒๐๘. เอวญฺจ ปน วตฺวา มหาปถวึ ปตฺถรนฺโต วิย อากาสํ วิตฺถาเรนฺโต วิย จกฺกวาฬคิรึ โอสาเรนฺโต วิย สิเนรุํ อุกฺขิเปนฺโต วิย มหาชมฺพุํ ขนฺเธ คเหตฺวา จาเลนฺโต วิย อายสฺมโต อานนฺทสฺส คุณกถํ อารภนฺโต อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ. ตตฺถ ‘‘เยปิ เต, ภิกฺขเว, เอตรหี’’ติ กสฺมา น วุตฺตํ? อญฺญสฺส พุทฺธสฺส นตฺถิตาย. เอเตเนว เจตํ เวทิตพฺพํ – ‘‘ยถา จกฺกวาฬนฺตเรปิ อญฺโญ พุทฺโธ นตฺถี’’ติ. ปณฺฑิโตติ พฺยตฺโต. เมธาวีติ ขนฺธธาตุอายตนาทีสุ กุสโล.

๒๐๙. ภิกฺขุปริสา อานนฺทํ ทสฺสนายาติ เย ภควนฺตํ ปสฺสิตุกามา เถรํ อุปสงฺกมนฺติ, เย จ ‘‘อายสฺมา กิรานนฺโท สมนฺตปาสาทิโก อภิรูโป ทสฺสนีโย พหุสฺสุโต สงฺฆโสภโน’’ติ เถรสฺส คุเณ สุตฺวา อาคจฺฉนฺติ, เต สนฺธาย ‘‘ภิกฺขุปริสา อานนฺทํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อตฺตมนาติ สวเนน โน ทสฺสนํ สเมตีติ สกมนา ตุฏฺฐจิตฺตา. ธมฺมนฺติ ‘‘กจฺจิ, อาวุโส, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนียํ, กจฺจิ โยนิโส มนสิกาเรน กมฺมํ กโรถ, อาจริยุปชฺฌาเย วตฺตํ ปูเรถา’’ติ เอวรูปํ ปฏิสนฺถารธมฺมํ. ตตฺถ ภิกฺขุนีสุ – ‘‘กจฺจิ, ภคินิโย, อฏฺฐ ครุธมฺเม สมาทาย วตฺตถา’’ติ อิทมฺปิ นานากรณํ โหติ. อุปาสเกสุ อาคเตสุ ‘‘อุปาสก, น เต กจฺจิ สีสํ วา องฺคํ วา รุชฺชติ, อโรคา เต ปุตฺตภาตโร’’ติ น เอวํ ปฏิสนฺถารํ กโรติ. เอวํ ปน กโรติ – ‘‘กถํ อุปาสกา ตีณิ สรณานิ ปญฺจ สีลานิ รกฺขถ, มาสสฺส อฏฺฐ อุโปสเถ กโรถ, มาตาปิตูนํ อุปฏฺฐานวตฺตํ ปูเรถ, ธมฺมิกสมณพฺราหฺมเณ ปฏิชคฺคถา’’ติ. อุปาสิกาสุปิ เอเสว นโย.

อิทานิ อานนฺทตฺเถรสฺส จกฺกวตฺตินา สทฺธึ อุปมํ กโรนฺโต จตฺตาโรเม ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ขตฺติยาติ อภิสิตฺตา จ อนภิสิตฺตา จ ขตฺติยชาติกา. เต กิร – ‘‘ราชา จกฺกวตฺตี นาม อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก อากาเสน วิจรนฺโต รชฺชํ อนุสาสติ ธมฺมิโก ธมฺมราชา’’ติ ตสฺส คุณกถํ สุตฺวา ‘‘สวเนน ทสฺสนมฺปิ สม’’นฺติ อตฺตมนา โหนฺติ. ภาสตีติ กเถนฺโต – ‘‘กถํ, ตาตา, ราชธมฺมํ ปูเรถ, ปเวณึ รกฺขถา’’ติ ปฏิสนฺถารํ กโรติ. พฺราหฺมเณสุ ปน – ‘‘กถํ อาจริยา มนฺเต วาเจถ, กถํ อนฺเตวาสิกา มนฺเต คณฺหนฺติ, ทกฺขิณํ วา วตฺถานิ วา กปิลํ วา อลตฺถา’’ติ ปฏิสนฺถารํ กโรติ. คหปตีสุ – ‘‘กถํ ตาตา, น โว ราชกุลโต ทณฺเฑน วา พลินา วา ปีฬา อตฺถิ, สมฺมา เทโว ธารํ อนุปเวจฺฉติ, สสฺสานิ สมฺปชฺชนฺตี’’ติ เอวํ ปฏิสนฺถารํ กโรติ. สมเณสุ – ‘‘กถํ, ภนฺเต, ปพฺพชิตปริกฺขารา สุลภา, สมณธมฺเม น ปมชฺชถา’’ติ เอวํ ปฏิสนฺถารํ กโรติ.