๖. มหาลิสุตฺตวณฺณนา
พฺราหฺมณทูตวตฺถุวณฺณนา
๓๕๙. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยนฺติ มหาลิสุตฺตํ. ตตฺรายํ อปุพฺพปทวณฺณนา. เวสาลิยนฺติ ปุนปฺปุนํ วิสาลภาวูปคมนโต เวสาลีติ ลทฺธนามเก นคเร. มหาวเนติ พหินคเร หิมวนฺเตน สทฺธึ เอกาพทฺธํ หุตฺวา ฐิตํ สยํ ชาตวนํ อตฺถิ, ยํ มหนฺตภาเวเนว มหาวนนฺติ วุจฺจติ, ตสฺมึ มหาวเน. กูฏาคารสาลายนฺติ ตสฺมึ วนสณฺเฑ สงฺฆารามํ ปติฏฺฐเปสุํ. ตตฺถ กณฺณิกํ โยเชตฺวา ถมฺภานํ อุปริ กูฏาคารสาลาสงฺเขเปน เทววิมานสทิสํ ปาสาทํ อกํสุ, ตํ อุปาทาย สกโลปิ สงฺฆาราโม ‘‘กูฏาคารสาลา’’ติ ปญฺญายิตฺถ. ภควา ตํ เวสาลึ อุปนิสฺสาย ตสฺมึ สงฺฆาราเม วิหรติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลาย’’นฺติ. โกสลกาติ โกสลรฏฺฐวาสิโน. มาคธกาติ มคธรฏฺฐวาสิโน. กรณีเยนาติ อวสฺสํ กตฺตพฺพกมฺเมน. ยญฺหิ อกาตุมฺปิ วฏฺฏติ, ตํ กิจฺจนฺติ วุจฺจติ, ยํ อวสฺสํ กาตพฺพเมว, ตํ กรณียํ นาม.
๓๖๐. ปฏิสลฺลีโน ภควาติ นานารมฺมณจารโต ปฏิกฺกมฺม สลฺลีโน นิลีโน, เอกีภาวํ อุปคมฺม เอกตฺตารมฺมเณ ฌานรตึ อนุภวตีติ อตฺโถ. ตตฺเถวาติ ตสฺมิญฺเญว วิหาเร. เอกมนฺตนฺติ ตสฺมา ฐานา อปกฺกมฺม ตาสุ ตาสุ รุกฺขจฺฉายาสุ นิสีทึสุ.
โอฏฺฐทฺธลิจฺฉวีวตฺถุวณฺณนา
๓๖๑. โอฏฺฐทฺโธติ อทฺโธฏฺฐตาย เอวํลทฺธนาโม. มหติยา ลิจฺฉวีปริสายาติ ปุเรภตฺตํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา ภควโต สนฺติเก อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐหิตฺวา คนฺธมาลาทีนิ คาหาเปตฺวา อุคฺโฆสนาย มหตึ ลิจฺฉวิราชปริสํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ตาย นีลปีตาทิวณฺณวตฺถาภรณวิเลปนปฏิมณฺฑิตาย ตาวตึสปริสสปฺปฏิภาคาย มหติยา ลิจฺฉวิปริสาย สทฺธึ อุปสงฺกมิ. อกาโล โข มหาลีติ ตสฺส โอฏฺฐทฺธสฺส มหาลีติ มูลนามํ, เตน มูลนามมตฺเตน นํ เถโร มหาลีติ อาลปติ. เอกมนฺตํ นิสีทีติ ปติรูปาสุ รุกฺขจฺฉายาสุ ตาย ลิจฺฉวิปริสาย สทฺธึ รตนตฺตยสฺส วณฺณํ กถยนฺโต นิสีทิ.
๓๖๒. สีโห สมณุทฺเทโสติ อายสฺมโต นาคิตสฺส ภาคิเนยฺโย สตฺตวสฺสกาเล ปพฺพชิตฺวา สาสเน ยุตฺตปยุตฺโต ‘‘สีโห’’ติ เอวํนามโก สามเณโร, โส กิร ตํ มหาปริสํ ทิสฺวา – ‘‘อยํ ปริสา มหตี, สกลํ วิหารํ ปูเรตฺวา นิสินฺนา, อทฺธา ภควา อชฺช อิมิสฺสา ปริสาย มหนฺเตน อุสฺสาเหน ธมฺมํ เทเสสฺสติ, ยํนูนาหํ อุปชฺฌายสฺสาจิกฺขิตฺวา ภควโต มหาปริสาย สนฺนิปติตภาวํ อาโรจาเปยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา เยนายสฺมา นาคิโต เตนุปสงฺกมิ. ภนฺเต กสฺสปาติ เถรํ โคตฺเตน อาลปติ. เอสา ชนตาติ เอโส ชนสมูโห.
ตฺวญฺเญว ภควโต อาโรเจหีติ สีโห กิร ภควโต วิสฺสาสิโก, อยญฺหิ เถโร ถูลสรีโร, เตนสฺส สรีรครุตาย อุฏฺฐานนิสชฺชาทีสุ อาลสิยภาโว อีสกํ อปฺปหีโน วิย โหติ. อถายํ สามเณโร ภควโต กาเลน กาลํ วตฺตํ กโรติ. เตน นํ เถโร ‘‘ตฺวมฺปิ ทสพลสฺส วิสฺสาสิโก’’ติ วตฺวา คจฺฉ ตฺวญฺเญวาโรเจหีติ อาห. วิหารปจฺฉายายนฺติ วิหารฉายายํ, กูฏาคารมหาเคหจฺฉายาย ผริโตกาเสติ อตฺโถ. สา กิร กูฏาคารสาลา ทกฺขิณุตฺตรโต ทีฆา ปาจีนมุขา, เตนสฺสา ปุรโต มหตี ฉายา ปตฺถฏา โหติ, สีโห ตตฺถ ภควโต อาสนํ ปญฺญเปสิ.
๓๖๓. อถ โข ภควา ทฺวารนฺตเรหิ เจว วาตปานนฺตเรหิ จ นิกฺขมิตฺวา วิธาวนฺตาหิ วิปฺผรนฺตีหิ ฉพฺพณฺณาหิ พุทฺธรสฺมีหิ สํสูจิตนิกฺขมโน วลาหกนฺตรโต ปุณฺณจนฺโท วิย กูฏาคารสาลโต นิกฺขมิตฺวา ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสีทิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา วิหารา นิกฺขมฺม วิหารปจฺฉายาย ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีที’’ติ.
๓๖๔-๓๖๕. ปุริมานิ, ภนฺเต, ทิวสานิ ปุริมตรานีติ เอตฺถ หิยฺโย ทิวสํ ปุริมํ นาม, ตโต ปรํ ปุริมตรํ. ตโต ปฏฺฐาย ปน สพฺพานิ ปุริมานิ เจว ปุริมตรานิ จ โหนฺติ. ยทคฺเคติ มูลทิวสโต ปฏฺฐาย ยํ ทิวสํ อคฺคํ ปรโกฏึ กตฺวา วิหรามีติ อตฺโถ, ยาว วิหาสินฺติ วุตฺตํ โหติ. อิทานิ ตสฺส ปริมาณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘นจิรํ ตีณิ วสฺสานี’’ติ อาห. อถ วา ยทคฺเคติ ยํ ทิวสํ อคฺคํ กตฺวา นจิรํ ตีณิ วสฺสานิ วิหรามีติปิ อตฺโถ. ยํ ทิวสํ อาทึ กตฺวา นจิรํ วิหาสึ ตีณิเยว วสฺสานีติ วุตฺตํ โหติ. อยํ กิร ภควโต ปตฺตจีวรํ คณฺหนฺโต ตีณิ สํวจฺฉรานิ ภควนฺตํ อุปฏฺฐาสิ, ตํ สนฺธาย เอวํ วทติ. ปิยรูปานีติ ปิยชาติกานิ สาตชาติกานิ. กามูปสํหิตานีติ กามสฺสาทยุตฺตานิ. รชนียานีติ ราคชนกานิ. โน จ โข ทิพฺพานิ สทฺทานีติ กสฺมา สุนกฺขตฺโต ตานิ น สุณาติ? โส กิร ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ทิพฺพจกฺขุปริกมฺมํ ยาจิ, ตสฺส ภควา อาจิกฺขิ, โส ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปนฺโน ทิพฺพจกฺขุํ อุปฺปาเทตฺวา เทวตานํ รูปานิ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘อิมสฺมึ สรีรสณฺฐาเน สทฺเทน มธุเรน ภวิตพฺพํ, กถํ นุ โข นํ สุเณยฺย’’นฺติ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ทิพฺพโสตปริกมฺมํ ปุจฺฉิ. อยญฺจ อตีเต เอกํ สีลวนฺตํ ภิกฺขุํ กณฺณสกฺขลิยํ ปหริตฺวา พธิรมกาสิ. ตสฺมา ปริกมฺมํ กโรนฺโตปิ อภพฺโพ ทิพฺพโสตาธิคมาย. เตนสฺส น ภควา ปริกมฺมํ กเถสิ. โส เอตฺตาวตา ภควติ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อทฺธา สมณสฺส โคตมสฺส เอวํ โหติ – ‘อหมฺปิ ขตฺติโย อยมฺปิ ขตฺติโย, สจสฺส ญาณํ วฑฺฒิสฺสติ, อยมฺปิ สพฺพญฺญู ภวิสฺสตี’ติ อุสูยาย มยฺหํ น กเถสี’’ติ. โส อนุกฺกเมน คิหิภาวํ ปตฺวา ตมตฺถํ มหาลิลิจฺฉวิโน กเถนฺโต เอวมาห.
๓๖๖-๓๗๑. เอกํสภาวิโตติ เอกํสาย เอกโกฏฺฐาสาย ภาวิโต, ทิพฺพานํ วา รูปานํ ทสฺสนตฺถาย ทิพฺพานํ วา สทฺทานํ สวนตฺถาย ภาวิโตติ อตฺโถ. ติริยนฺติ อนุทิสาย. อุภยํสภาวิโตติ อุภยํสาย อุภยโกฏฺฐาสาย ภาวิโตติ อตฺโถ. อยํ โข มหาลิ เหตูติ อยํ ทิพฺพานํเยว รูปานํ ทสฺสนาย เอกํสภาวิโต สมาธิ เหตุ. อิมมตฺถํ สุตฺวา โส ลิจฺฉวี จินฺเตสิ – ‘‘อิทํ ทิพฺพโสเตน สทฺทสุณนํ อิมสฺมึ สาสเน อุตฺตมตฺถภูตํ มญฺเญ อิมสฺส นูน อตฺถาย เอเต ภิกฺขู ปญฺญาสมฺปิ สฏฺฐิปิ วสฺสานิ อปณฺณกํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ, ยํนูนาหํ ทสพลํ เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ.
๓๗๒. ตโต ตมตฺถํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘เอตาสํ นูน, ภนฺเต’’ติอาทิมาห. สมาธิภาวนานนฺติ เอตฺถ สมาธิเยว สมาธิภาวนา, อุภยํสภาวิตานํ สมาธีนนฺติ อตฺโถ. อถ ยสฺมา สาสนโต พาหิรา เอตา สมาธิภาวนา, น อชฺฌตฺติกา. ตสฺมา ตา ปฏิกฺขิปิตฺวา ยทตฺถํ ภิกฺขู พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ภควา ‘‘น โข มหาลี’’ติอาทิมาห.
จตุอริยผลวณฺณนา
๓๗๓. ติณฺณํ สํโยชนานนฺติ สกฺกายทิฏฺฐิอาทีนํ ติณฺณํ พนฺธนานํ. ตานิ หิ วฏฺฏทุกฺขมเย รเถ สตฺเต สํโยเชนฺติ, ตสฺมา สํโยชนานีติ วุจฺจนฺติ. โสตาปนฺโน โหตีติ มคฺคโสตํ อาปนฺโน โหติ. อวินิปาตธมฺโมติ จตูสุ อปาเยสุ อปตนธมฺโม. นิยโตติ ธมฺมนิยาเมน นิยโต. สมฺโพธิปรายโณติ อุปริมคฺคตฺตยสงฺขาตา สมฺโพธิ ปรํ อยนํ อสฺส, อเนน วา ปตฺตพฺพาติ สมฺโพธิปรายโณ.
ตนุตฺตาติ ปริยุฏฺฐานมนฺทตาย จ กทาจิ กรหจิ อุปฺปตฺติยา จ ตนุภาวา. โอรมฺภาคิยานนฺติ เหฏฺฐาภาคิยานํ, เย หิ พทฺโธ อุปริ สุทฺธาวาสภูมิยํ นิพฺพตฺติตุํ น สกฺโกติ. โอปปาติโกติ เสสโยนิปฏิกฺเขปวจนเมตํ. ตตฺถ ปรินิพฺพายีติ ตสฺมึ อุปริภเวเยว ปรินิพฺพานธมฺโม. อนาวตฺติธมฺโมติ ตโต พฺรหฺมโลกา ปุน ปฏิสนฺธิวเสน อนาวตฺตนธมฺโม. เจโตวิมุตฺตินฺติ จิตฺตวิสุทฺธึ, สพฺพกิเลสพนฺธนวิมุตฺตสฺส อรหตฺตผลจิตฺตสฺเสตํ อธิวจนํ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ เอตฺถาปิ สพฺพกิเลสพนฺธนวิมุตฺตา อรหตฺตผลปญฺญาว ปญฺญาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. สยนฺติ สามํ. อภิญฺญาติ อภิชานิตฺวา. สจฺฉิกตฺวาติ ปจฺจกฺขํ กตฺวา. อถ วา อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อภิญฺญาย อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน สจฺฉิกริตฺวาติปิ อตฺโถ. อุปสมฺปชฺชาติ ปตฺวา ปฏิลภิตฺวา. อิทํ สุตฺวา ลิจฺฉวิราชา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ปน ธมฺโม น สกุเณน วิย อุปฺปติตฺวา, นาปิ โคธาย วิย อุเรน คนฺตฺวา สกฺกา ปฏิวิชฺฌิตุํ, อทฺธา ปน อิมํ ปฏิวิชฺฌนฺตสฺส ปุพฺพภาคปฺปฏิปทาย ภวิตพฺพํ, ปุจฺฉามิ ตาว น’’นฺติ.
อริยอฏฺฐงฺคิกมคฺควณฺณนา
๓๗๔-๓๗๕. ตโต ภควนฺตํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘อตฺถิ ปน ภนฺเต’’ติอาทิมาห. อฏฺฐงฺคิโกติ ปญฺจงฺคิกํ ตุริยํ วิย อฏฺฐงฺคิโก คาโม วิย จ อฏฺฐงฺคมตฺโตเยว หุตฺวา อฏฺฐงฺคิโก, น องฺคโต อญฺโญ มคฺโค นาม อตฺถิ. เตเนวาห – ‘‘เสยฺยถิทํ, สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธี’’ติ. ตตฺถ สมฺมาทสฺสนลกฺขณา สมฺมาทิฏฺฐิ. สมฺมา อภินิโรปนลกฺขโณ สมฺมาสงฺกปฺโป. สมฺมา ปริคฺคหณลกฺขณา สมฺมาวาจา. สมฺมา สมุฏฺฐาปนลกฺขโณ สมฺมากมฺมนฺโต. สมฺมา โวทาปนลกฺขโณ สมฺมาอาชีโว. สมฺมา ปคฺคหลกฺขโณ สมฺมาวายาโม. สมฺมา อุปฏฺฐานลกฺขณา สมฺมาสติ. สมฺมา สมาธานลกฺขโณ สมฺมาสมาธิ. เอเตสุ เอเกกสฺส ตีณิ ตีณิ กิจฺจานิ โหนฺติ. เสยฺยถิทํ, สมฺมาทิฏฺฐิ ตาว อญฺเญหิปิ อตฺตโน ปจฺจนีกกิเลเสหิ สทฺธึ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปชหติ, นิโรธํ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ ปสฺสติ ตปฺปฏิจฺฉาทกโมหวิธมนวเสน อสมฺโมหโต. สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ ตเถว มิจฺฉาสงฺกปฺปาทีนิ ปชหนฺติ, นิโรธญฺจ อารมฺมณํ กโรนฺติ, วิเสสโต ปเนตฺถ สมฺมาสงฺกปฺโป สหชาตธมฺเม อภินิโรเปติ. สมฺมาวาจา สมฺมา ปริคฺคณฺหติ. สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมา สมุฏฺฐาเปติ. สมฺมาอาชีโว สมฺมา โวทาเปติ. สมฺมาวายาโม สมฺมา ปคฺคณฺหติ. สมฺมาสติ สมฺมา อุปฏฺฐาเปติ. สมฺมาสมาธิ สมฺมา ปทหติ.
อปิ เจสา สมฺมาทิฏฺฐิ นาม ปุพฺพภาเค นานากฺขณา นานารมฺมณา โหติ, มคฺคกฺขเณ เอกกฺขณา เอการมฺมณา. กิจฺจโต ปน ‘‘ทุกฺเข ญาณ’’นฺติอาทีนิ จตฺตาริ นามานิ ลภติ. สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ ปุพฺพภาเค นานากฺขณา นานารมฺมณา โหนฺติ. มคฺคกฺขเณ เอกกฺขณา เอการมฺมณา. เตสุ สมฺมาสงฺกปฺโป กิจฺจโต ‘‘เนกฺขมฺมสงฺกปฺโป’’ติอาทีนิ ตีณิ นามานิ ลภติ. สมฺมา วาจาทโย ติสฺโส วิรติโยปิ โหนฺติ, เจตนาทโยปิ โหนฺติ, มคฺคกฺขเณ ปน วิรติเยว. สมฺมาวายาโม สมฺมาสตีติ อิทมฺปิ ทฺวยํ กิจฺจโต สมฺมปฺปธานสติปฏฺฐานวเสน จตฺตาริ นามานิ ลภติ. สมฺมาสมาธิ ปน ปุพฺพภาเคปิ มคฺคกฺขเณปิ สมฺมาสมาธิเยว.
อิติ อิเมสุ อฏฺฐสุ ธมฺเมสุ ภควตา นิพฺพานาธิคมาย ปฏิปนฺนสฺส โยคิโน พหุการตฺตา ปฐมํ สมฺมาทิฏฺฐิ เทสิตา. อยญฺหิ ‘‘ปญฺญาปชฺโชโต ปญฺญาสตฺถ’’นฺติ (ธ. ส. ๒๐) จ วุตฺตา. ตสฺมา เอตาย ปุพฺพภาเค วิปสฺสนาญาณสงฺขาตาย สมฺมาทิฏฺฐิยา อวิชฺชนฺธการํ วิธมิตฺวา กิเลสโจเร ฆาเตนฺโต เขเมน โยคาวจโร นิพฺพานํ ปาปุณาติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘นิพฺพานาธิคมาย ปฏิปนฺนสฺส โยคิโน พหุการตฺตา ปฐมํ สมฺมาทิฏฺฐิ เทสิตา’’ติ.
สมฺมาสงฺกปฺโป ปน ตสฺสา พหุกาโร, ตสฺมา ตทนนฺตรํ วุตฺโต. ยถา หิ เหรญฺญิโก หตฺเถน ปริวฏฺเฏตฺวา ปริวฏฺเฏตฺวา จกฺขุนา กหาปณํ โอโลเกนฺโต – ‘‘อยํ เฉโก, อยํ กูโฏ’’ติ ชานาติ. เอวํ โยคาวจโรปิ ปุพฺพภาเค วิตกฺเกน วิตกฺเกตฺวา วิปสฺสนาปญฺญาย โอโลกยมาโน – ‘‘อิเม ธมฺมา กามาวจรา, อิเม ธมฺมา รูปาวจราทโย’’ติ ปชานาติ. ยถา วา ปน ปุริเสน โกฏิยํ คเหตฺวา ปริวฏฺเฏตฺวา ปริวฏฺเฏตฺวา ทินฺนํ มหารุกฺขํ ตจฺฉโก วาสิยา ตจฺเฉตฺวา กมฺเม อุปเนติ, เอวํ วิตกฺเกน วิตกฺเกตฺวา วิตกฺเกตฺวา ทินฺเน ธมฺเม โยคาวจโร ปญฺญาย – ‘‘อิเม กามาวจรา, อิเม รูปาวจรา’’ติอาทินา นเยน ปริจฺฉินฺทิตฺวา กมฺเม อุปเนติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สมฺมาสงฺกปฺโป ปน ตสฺสา พหุกาโร, ตสฺมา ตทนนฺตรํ วุตฺโต’’ติ. สฺวายํ ยถา สมฺมาทิฏฺฐิยา เอวํ สมฺมาวาจายปิ อุปการโก. ยถาห – ‘‘ปุพฺเพ โข, วิสาข, วิตกฺเกตฺวา วิจาเรตฺวา ปจฺฉา วาจํ ภินฺทตี’’ติ, (ม. นิ. ๑.๔๖๓) ตสฺมา ตทนนฺตรํ สมฺมาวาจา วุตฺตา.
ยสฺมา ปน – ‘‘อิทญฺจิทญฺจ กริสฺสามา’’ติ ปฐมํ วาจาย สํวิทหิตฺวา โลเก กมฺมนฺเต ปโยเชนฺติ; ตสฺมา วาจา กายกมฺมสฺส อุปการิกาติ สมฺมาวาจาย อนนฺตรํ สมฺมากมฺมนฺโต วุตฺโต. จตุพฺพิธํ ปน วจีทุจฺจริตํ, ติวิธญฺจ กายทุจฺจริตํ ปหาย อุภยํ สุจริตํ ปูเรนฺตสฺเสว ยสฺมา อาชีวฏฺฐมกํ สีลํ ปูเรติ, น อิตรสฺส, ตสฺมา ตทุภยานนฺตรํ สมฺมาอาชีโว วุตฺโต. เอวํ วิสุทฺธาชีเวน ปน ‘‘ปริสุทฺโธ เม อาชีโว’’ติ เอตฺตาวตา จ ปริโตสํ กตฺวา สุตฺตปมตฺเตน วิหริตุํ น ยุตฺตํ, อถ โข ‘‘สพฺพิริยาปเถสุ อิทํ วีริยํ สมารภิตพฺพ’’นฺติ ทสฺเสตุํ ตทนนฺตรํ สมฺมาวายาโม วุตฺโต. ตโต ‘‘อารทฺธวีริเยนปิ กายาทีสุ จตูสุ วตฺถูสุ สติ สูปฏฺฐิตา กาตพฺพา’’ติ ทสฺสนตฺถํ ตทนนฺตรํ สมฺมาสติ เทสิตา. ยสฺมา ปเนวํ สูปฏฺฐิตา สติ สมาธิสฺสุปการานุปการานํ ธมฺมานํ คติโย สมนฺเนสิตฺวา ปโหติ เอกตฺตารมฺมเณ จิตฺตํ สมาธาตุํ, ตสฺมา สมฺมาสติยา อนนฺตรํ สมฺมาสมาธิ เทสิโตติ เวทิตพฺโพ. เอเตสํ ธมฺมานํ สจฺฉิกิริยายาติ เอเตสํ โสตาปตฺติผลาทีนํ ปจฺจกฺขกิริยตฺถาย.
เทฺว ปพฺพชิตวตฺถุวณฺณนา
๓๗๖-๓๗๗. เอกมิทาหนฺติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? อยํ กิร ราชา – ‘‘รูปํ อตฺตา’’ติ เอวํลทฺธิโก, เตนสฺส เทสนาย จิตฺตํ นาธิมุจฺจติ. อถ ภควตา ตสฺส ลทฺธิยา อาวิกรณตฺถํ เอกํ การณํ อาหริตุํ อิทมารทฺธํ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ‘‘อหํ เอกํ สมยํ โฆสิตาราเม วิหรามิ, ตตฺร วสนฺตํ มํ เต เทฺว ปพฺพชิตา เอวํ ปุจฺฉึสุ. อถาหํ เตสํ พุทฺธุปฺปาทํ ทสฺเสตฺวา ตนฺติธมฺมํ นาม กเถนฺโต อิทมโวจํ – ‘‘อาวุโส, สทฺธาสมฺปนฺโน นาม กุลปุตฺโต เอวรูปสฺส สตฺถุ สาสเน ปพฺพชิโต, เอวํ ติวิธํ สีลํ ปูเรตฺวา ปฐมชฺฌานาทีนิ ปตฺวา ฐิโต ‘ตํ ชีว’นฺติอาทีนิ วเทยฺย, ยุตฺตํ นุ โข เอตมสฺสา’’ติ? ตโต เตหิ ‘‘ยุตฺต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ โข ปเนตํ, อาวุโส, เอวํ ชานามิ, เอวํ ปสฺสามิ, อถ จ ปนาหํ น วทามี’’ติ ตํ วาทํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อุตฺตริ ขีณาสวํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อิมสฺส เอวํ วตฺตุํ น ยุตฺต’’นฺติ อโวจํ. เต มม วจนํ สุตฺวา อตฺตมนา อเหสุนฺติ. เอวํ วุตฺเต โสปิ อตฺตมโน อโหสิ. เตนาห – ‘‘อิทมโวจ ภควา. อตฺตมโน โอฏฺฐทฺโธ ลิจฺฉวี ภควโต ภาสิตํ อภินนฺที’’ติ.
อิติ สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ
มหาลิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.