พฺราหฺมณปญฺญตฺติวณฺณนา

๓๐๙-๓๑๐. เจตสา เจโตปริวิตกฺกนฺติ ภควา – ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ อาคตกาลโต ปฏฺฐาย อโธมุโข ถทฺธคตฺโต กึ จินฺตยมาโน นิสินฺโน, กึ นุ โข จินฺเตตี’’ติ อาวชฺชนฺโต อตฺตโน เจตสา ตสฺส จิตฺตํ อญฺญาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญายา’’ติ. วิหญฺญตีติ วิฆาตํ อาปชฺชติ. อนุวิโลเกตฺวา ปริสนฺติ ภควโต สกสมเย ปญฺหปุจฺฉเนน อุทเก มิยมาโน อุกฺขิปิตฺวา ถเล ฐปิโต วิย สมปสฺสทฺธกายจิตฺโต หุตฺวา ปริสํ สงฺคณฺหนตฺถํ ทิฏฺฐิสญฺชาเนเนว ‘‘อุปธาเรนฺตุ เม โภนฺโต วจน’’นฺติ วทนฺโต วิย อนุวิโลเกตฺวา ปริสํ ภควนฺตํ เอตทโวจ.

๓๑๑-๓๑๓. สุชํ ปคฺคณฺหนฺตานนฺติ ยญฺญยชนตฺถาย สุชํ คณฺหนฺเตสุ พฺราหฺมเณสุ ปฐโม วา ทุติโย วาติ อตฺโถ. สุชาย ทิยฺยมานํ มหายาคํ ปฏิคฺคณฺหนฺตานนฺติ โปราณา. อิติ พฺราหฺมโณ สกสมยวเสน สมฺมเทว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ. ภควา ปน วิเสสโต อุตฺตมพฺราหฺมณสฺส ทสฺสนตฺถํ – ‘‘อิเมสํ ปนา’’ติอาทิมาห. เอตทโวจุนฺติ สเจ ชาติวณฺณมนฺตสมฺปนฺโน พฺราหฺมโณ น โหติ, อถ โก จรหิ โลเก พฺราหฺมโณ ภวิสฺสติ? นาเสติ โน อยํ โสณทณฺโฑ, หนฺทสฺส วาทํ ปฏิกฺขิปิสฺสามาติ จินฺเตตฺวา เอตทโวจุํ. อปวทตีติ ปฏิกฺขิปติ. อนุปกฺขนฺทตีติ อนุปวิสติ. อิทํ – ‘‘สเจ ตฺวํ ปสาทวเสน สมณํ โคตมํ สรณํ คนฺตุกาโม, คจฺฉ; มา พฺราหฺมณสฺส สมยํ ภินฺที’’ติ อธิปฺปาเยน อาหํสุ.

๓๑๔. เอตทโวจาติ อิเมสุ พฺราหฺมเณสุ เอวํ เอกปฺปหาเรเนว วิรวนฺเตสุ ‘‘อยํ กถา ปริโยสานํ น คมิสฺสติ, หนฺท เน นิสฺสทฺเท กตฺวา โสณทณฺเฑเนว สทฺธึ กเถมี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘เอตํ สเจ โข ตุมฺหาก’’นฺติอาทิกํ วจนํ อโวจ.

๓๑๕-๓๑๖. สหธมฺเมนาติ สการเณน. สมสโมติ ฐเปตฺวา เอกเทสสมตฺตํ สมภาเวน สโม, สพฺพากาเรน สโมติ อตฺโถ. อหมสฺส มาตาปิตโร ชานามีติ ภคินิยา ปุตฺตสฺส มาตาปิตโร กึ น ชานิสฺสติ, กุลโกฏิปริทีปนํ สนฺธาเยว วทติ. มุสาวาทมฺปิ ภเณยฺยาติ อตฺถภญฺชนกํ มุสาวาทํ กเถยฺย. กึ วณฺโณ กริสฺสตีติ อพฺภนฺตเร คุเณ อสติ กึ กริสฺสติ? กิมสฺส พฺราหฺมณภาวํ รกฺขิตุํ สกฺขิสฺสตีติ อตฺโถ. อถาปิ สิยา ปุน – ‘‘ปกติสีเล ฐิตสฺส พฺราหฺมณภาวํ สาเธนฺตี’’ติ เอวมฺปิ สีลเมว สาเธสฺสติ, ตสฺมึ หิสฺส อสติ พฺราหฺมณภาโว นาโหสีติ สมฺโมหมตฺตํ วณฺณาทโย. อิทํ ปน สุตฺวา เต พฺราหฺมณา – ‘‘สภาวํ อาจริโย อาห, อการณาว มยํ อุชฺฌายิมฺหา’’ติ ตุณฺหี อเหสุํ.