พุทฺธคุณกถา
๓๐๔. เอวํ วุตฺเตติ เอวํ เตหิ พฺราหฺมเณหิ วุตฺเต. โสณทณฺโฑ – ‘‘อิเม พฺราหฺมณา ชาติอาทีหิ มม วณฺณํ วทนฺติ, น โข ปน เมตํ ยุตฺตํ อตฺตโน วณฺเณ รชฺชิตุํ. หนฺทาหํ เอเตสํ วาทํ ภินฺทิตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส มหนฺตภาวํ ญาเปตฺวา เอเตสํ ตตฺถ คมนํ กโรมี’’ติ จินฺเตตฺวา เตน หิ – โภ มมปิ สุณาถาติอาทิมาห. ตตฺถ เยปิ อุภโต สุชาโตติ อาทโย อตฺตโน คุเณหิ สทิสา คุณา เตปิ; ‘‘โก จาหํ เก จ สมณสฺส โคตมสฺส ชาติสมฺปตฺติอาทโย คุณา’’ติ อตฺตโน คุเณหิ อุตฺตริตเรเยว มญฺญมาโน, อิตเร ปน เอกนฺเตเนว ภควโต มหนฺตภาวทีปนตฺถํ ปกาเสติ.
มยเมว อรหามาติ เอวํ นิยาเมนฺโตเวตฺถ อิทํ ทีเปติ – ‘‘ยทิ คุณมหนฺตตาย อุปสงฺกมิตพฺโพ นาม โหติ. ยถา หิ สิเนรุํ อุปนิธาย สาสโป, มหาสมุทฺทํ อุปนิธาย โคปทกํ, สตฺตสุ มหาสเรสุ อุทกํ อุปนิธาย อุสฺสาวพินฺทุ ปริตฺโต ลามโก. เอวเมว สมณสฺส โคตมสฺส ชาติสมฺปตฺติอาทโยปิ คุเณ อุปนิธาย อมฺหากํ คุณา ปริตฺตา ลามกา; ตสฺมา มยเมว อรหาม ตํ ภวนฺตํ โคตมํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุ’’นฺติ.
มหนฺตํ ญาติสํฆํ โอหายาติ มาติปกฺเข อสีติกุลสหสฺสานิ, ปิติปกฺเข อสีติกุลสหสฺสานีติ เอวํ สฏฺฐิกุลสตสหสฺสํ โอหาย ปพฺพชิโต.
ภูมิคตญฺจ เวหาสฏฺฐญฺจาติ เอตฺถ ราชงฺคเณ เจว อุยฺยาเน จ สุธามฏฺฐโปกฺขรณิโย สตฺตรตนานํ ปูเรตฺวา ภูมิยํ ฐปิตํ ธนํ ภูมิคตํ นาม. ปาสาทนิยูหาทโย ปริปูเรตฺวา ฐปิตํ เวหาสฏฺฐํ นาม. เอตํ ตาว กุลปริยาเยน อาคตํ. ตถาคตสฺส ปน ชาตทิวเสเยว สงฺโข, เอโล, อุปฺปโล, ปุณฺฑรีโกติ จตฺตาโร นิธโย อุคฺคตา. เตสุ สงฺโข คาวุติโก, เอโล อฑฺฒโยชนิโก, อุปฺปโล ติคาวุติโก, ปุณฺฑรีโก โยชนิโก. เตสุปิ คหิตํ คหิตํ ปูรติเยว, อิติ ภควา ปหูตํ หิรญฺญสุวณฺณํ โอหาย ปพฺพชิโตติ เวทิตพฺโพ.
ทหโรว สมาโนติ ตรุโณว สมาโน. สุสุกาฬเกโสติ สุฏฺฐุ กาฬเกโส, อญฺชนวณฺณสทิสเกโส หุตฺวา วาติ อตฺโถ. ภเทฺรนาติ ภทฺทเกน. ปฐเมน วยสาติ ติณฺณํ วยานํ ปฐมวเยน. อกามกานนฺติ อนิจฺฉมานานํ. อนาทรตฺเถ สามิวจนํ. อสฺสูนิ มุเข เอเตสนฺติ อสฺสุมุขา, เตสํ อสฺสุมุขานํ, อสฺสูหิ กิลินฺนมุขานนฺติ อตฺโถ. รุทนฺตานนฺติ กนฺทิตฺวา โรทมานานํ. อขุทฺทาวกาโสติ เอตฺถ ภควโต อปริมาโณเยว ทสฺสนาย โอกาโสติ เวทิตพฺโพ.
ตตฺริทํ วตฺถุ – ราชคเห กิร อญฺญตโร พฺราหฺมโณ สมณสฺส โคตมสฺส ปมาณํ คเหตุํ น สกฺโกตีติ สุตฺวา ภควโต ปิณฺฑาย ปวิสนกาเล สฏฺฐิหตฺถํ เวฬุํ คเหตฺวา นครทฺวารสฺส พหิ ฐตฺวา สมฺปตฺเต ภควติ เวฬุํ คเหตฺวา สมีเป อฏฺฐาสิ. เวฬุ ภควโต ชาณุกมตฺตํ ปาปุณิ. ปุน ทิวเส เทฺว เวฬู ฆเฏตฺวา สมีเป อฏฺฐาสิ. ภควาปิ ทฺวินฺนํ เวฬูนํ อุปริ กฏิมตฺตเมว ปญฺญายมาโน – ‘‘พฺราหฺมณ, กึ กโรสี’’ติ อาห. ตุมฺหากํ ปมาณํ คณฺหามีติ. ‘‘พฺราหฺมณ, สเจปิ ตฺวํ สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ปูเรตฺวา ฐิเต เวฬู ฆเฏตฺวา อาคมิสฺสสิ, เนว เม ปมาณํ คเหตุํ สกฺขิสฺสสิ. น หิ มยา จตฺตาริ อสงฺเขฺยยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ตถา ปารมิโย ปูริตา, ยถา เม ปโร ปมาณํ คเณฺหยฺย, อตุโล, พฺราหฺมณ, ตถาคโต อปฺปเมยฺโย’’ติ วตฺวา ธมฺมปเท คาถมาห –
‘‘เต ตาทิเส ปูชยโต, นิพฺพุเต อกุโตภเย;
น สกฺกา ปุญฺญํ สงฺขาตุํ, อิเมตฺตมปิ เกนจี’’ติ. (ธ. ป. ๓๖);
คาถาปริโยสาเน จตุราสีติปาณสหสฺสานิ อมตํ ปิวึสุ.
อปรมฺปิ วตฺถุ – ราหุ กิร อสุรินฺโท จตฺตาริ โยชนสหสฺสานิ อฏฺฐ จ โยชนสตานิ อุจฺโจ. พาหนฺตรมสฺส ทฺวาทสโยชนสตานิ. พหลนฺตเรน ฉ โยชนสตานิ. หตฺถตลปาทตลานํ ปุถุลโต ตีณิ โยชนสตานิ. องฺคุลิปพฺพานิ ปณฺณาสโยชนานิ. ภมุกนฺตรํ ปณฺณาสโยชนํ. มุขํ ทฺวิโยชนสตํ ติโยชนสตคมฺภีรํ ติโยชนสตปริมณฺฑลํ. คีวา ติโยชนสตํ. นลาฏํ ติโยชนสตํ. สีสํ นวโยชนสตํ. ‘‘โส อหํ อุจฺโจสฺมิ, สตฺถารํ โอนมิตฺวา โอโลเกตุํ น สกฺขิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา นาคจฺฉิ. โส เอกทิวสํ ภควโต วณฺณํ สุตฺวา – ‘‘ยถากถญฺจ โอโลเกสฺสามี’’ติ อาคโต.
อถ ภควา ตสฺสชฺฌาสยํ วิทิตฺวา – ‘‘จตูสุ อิริยาปเถสุ กตเรน ทสฺเสสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ฐิตโก นาม นีโจปิ อุจฺโจ วิย ปญฺญายติ. นิปนฺโนวสฺส อตฺตานํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ ‘‘อานนฺท, คนฺธกุฏิปริเวเณ มญฺจกํ ปญฺญาเปหี’’ติ วตฺวา ตตฺถ สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ. ราหุ อาคนฺตฺวา นิปนฺนํ ภควนฺตํ คีวํ อุนฺนาเมตฺวา นภมชฺเฌ ปุณฺณจนฺทํ วิย อุลฺโลเกสิ. กิมิทํ อสุรินฺทาติ จ วุตฺเต – ‘‘ภควา โอนมิตฺวา โอโลเกตุํ น สกฺขิสฺสามี’’ติ นาคจฺฉินฺติ. น มยา, อสุรินฺท, อโธมุเขน ปารมิโย ปูริตา. อุทฺธคฺคเมว กตฺวา ทานํ ทินฺนนฺติ. ตํ ทิวสํ ราหุ สรณํ อคมาสิ. เอวํ ภควา อขุทฺทาวกาโส ทสฺสนาย.
จตุปาริสุทฺธิสีเลน สีลวา, ตํ ปน สีลํ อริยํ อุตฺตมํ ปริสุทฺธํ. เตนาห – ‘‘อริยสีลี’’ติ. ตเทตํ อนวชฺชฏฺเฐน กุสลํ. เตนาห – ‘‘กุสลสีลี’’ติ. กุสลสีเลนาติ อิทมสฺส เววจนํ.
พหูนํ อาจริยปาจริโยติ ภควโต เอเกกาย ธมฺมเทสนาย จตุราสีติปาณสหสฺสานิ อปริมาณาปิ เทวมนุสฺสา มคฺคผลามตํ ปิวนฺติ, ตสฺมา พหูนํ อาจริโย. สาวกเวเนยฺยานํ ปน ปาจริโยติ.
ขีณกามราโคติ เอตฺถ กามํ ภควโต สพฺเพปิ กิเลสา ขีณา. พฺราหฺมโณ ปน เต น ชานาติ. อตฺตโน ชานนฏฺฐาเนเยว คุณํ กเถติ. วิคตจาปลฺโลติ – ‘‘ปตฺตมณฺฑนา จีวรมณฺฑนา เสนาสนมณฺฑนา อิมสฺส วา ปูติกายสฺส…เป… เกลนา ปฏิเกลนา’’ติ (วิภ. ๘๕๔) เอวํ วุตฺตจาปลฺลา วิรหิโต.
อปาปปุเรกฺขาโรติ อปาเป นว โลกุตฺตรธมฺเม ปุรโต กตฺวา วิจรติ. พฺรหฺมญฺญาย ปชายาติ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานมหากสฺสปาทิเภทาย พฺราหฺมณปชาย, เอติสฺสาย จ ปชาย ปุเรกฺขาโร. อยญฺหิ ปชา สมณํ โคตมํ ปุรกฺขตฺวา จรตีติ อตฺโถ. อปิ จ อปาปปุเรกฺขาโรติ น ปาปํ ปุเรกฺขาโร น ปาปํ ปุรโต กตฺวา จรติ, น ปาปํ อิจฺฉตีติ อตฺโถ. กสฺส? พฺรหฺมญฺญาย ปชาย. อตฺตนา สทฺธึ ปฏิวิรุทฺธายปิ พฺราหฺมณปชาย อวิรุทฺโธ หิตสุขตฺถิโก เยวาติ วุตฺตํ โหติ.
ติโรรฏฺฐาติ ปรรฏฺฐโต. ติโรชนปทาติ ปรชนปทโต. ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ อาคจฺฉนฺตีติ ขตฺติยปณฺฑิตาทโย เจว เทวพฺรหฺมนาคคนฺธพฺพาทโย จ – ‘‘ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ อาคจฺฉนฺติ. ตตฺถ เกจิ ปุจฺฉาย วา โทสํ วิสฺสชฺชนสมฺปฏิจฺฉเน วา อสมตฺถตํ สลฺลกฺเขตฺวา อปุจฺฉิตฺวาว ตุณฺหี นิสีทนฺติ. เกจิ ปุจฺฉนฺติ. เกสญฺจิ ภควา ปุจฺฉาย อุสฺสาหํ ชเนตฺวา วิสฺสชฺเชติ. เอวํ สพฺเพสมฺปิ เตสํ วิมติโย ตีรํ ปตฺวา มหาสมุทฺทสฺส อูมิโย วิย ภควนฺตํ ปตฺวา ภิชฺชนฺติ.
เอหิ สฺวาคตวาทีติ เทวมนุสฺสปพฺพชิตคหฏฺเฐสุ ตํ ตํ อตฺตโน สนฺติกํ อาคตํ – ‘‘เอหิ สฺวาคต’’นฺติ เอวํ วทตีติ อตฺโถ. สขิโลติ ตตฺถ กตมํ สาขลฺยํ? ‘‘ยา สา วาจา เนลา กณฺณสุขา’’ติอาทินา นเยน วุตฺตสาขเลฺยน สมนฺนาคโต, มุทุวจโนติ อตฺโถ. สมฺโมทโกติ ปฏิสนฺถารกุสโล, อาคตาคตานํ จตุนฺนํ ปริสานํ – ‘‘กจฺจิ, ภิกฺขเว, ขมนียํ, กจฺจิ ยาปนีย’’นฺติอาทินา นเยน สพฺพํ อทฺธานทรถํ วูปสเมนฺโต วิย ปฐมตรํ สมฺโมทนียํ กถํ กตฺตาติ อตฺโถ. อพฺภากุฏิโกติ ยถา เอกจฺเจ ปริสํ ปตฺวา ถทฺธมุขา สงฺกุฏิตมุขา โหนฺติ, น เอทิโส, ปริสทสฺสเนน ปนสฺส พาลาตปสมฺผสฺเสน วิย ปทุมํ มุขปทุมํ วิกสติ ปุณฺณจนฺทสสฺสิริกํ โหติ. อุตฺตานมุโขติ ยถา เอกจฺเจ นิกุชฺชิตมุขา วิย สมฺปตฺตาย ปริสาย น กิญฺจิ กเถนฺติ, อติทุลฺลภกถา โหนฺติ, น เอวรูโป. สมโณ ปน โคตโม สุลภกโถ. น ตสฺส สนฺติกํ อาคตาคตานํ – ‘‘กสฺมา มยํ อิธาคตา’’ติ วิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺชติ ธมฺมํ ปน สุตฺวา อตฺตมนาว โหนฺตีติ ทสฺเสติ. ปุพฺพภาสีติ ภาสนฺโต จ ปฐมตรํ ภาสติ, ตญฺจ โข กาลยุตฺตํ ปมาณยุตฺตํ อตฺถนิสฺสิตเมว ภาสติ, น นิรตฺถกกถํ.
น ตสฺมึ คาเม วาติ ยตฺถ กิร ภควา ปฏิวสติ, ตตฺถ มเหสกฺขา เทวตา อารกฺขํ คณฺหนฺติ, ตํ นิสฺสาย มนุสฺสานํ อุปทฺทโว น โหติ, ปํสุปิสาจกาทโยเยว หิ มนุสฺเส วิเหเฐนฺติ, เต ตาสํ อานุภาเวน ทูรํ อปกฺกมนฺติ. อปิ จ ภควโต เมตฺตาพเลนปิ น อมนุสฺสา มนุสฺเส วิเหเฐนฺติ.
สงฺฆีติอาทีสุ อนุสาสิตพฺโพ สยํ วา อุปฺปาทิโต สงฺโฆ อสฺส อตฺถีติ สงฺฆี. ตาทิโส จสฺส คโณ อตฺถีติ คณี. ปุริมปทสฺเสว วา เววจนเมตํ. อาจารสิกฺขาปนวเสน คณสฺส อาจริโยติ คณาจริโย. ปุถุติตฺถกรานนฺติ พหูนํ ติตฺถกรานํ. ยถา วา ตถา วาติ เยน วา เตน วา อเจลกาทิมตฺตเกนาปิ การเณน. สมุทาคจฺฉตีติ สมนฺตโต อุปคจฺฉติ อภิวฑฺฒติ.
อติถิ โน เต โหนฺตีติ เต อมฺหากํ อาคนฺตุกา, นวกา ปาหุนกา โหนฺตีติ อตฺโถ. ปริยาปุณามีติ ชานามิ. อปริมาณวณฺโณติ ตถารูเปเนว สพฺพญฺญุนาปิ อปฺปเมยฺยวณฺโณ – ‘‘ปเคว มาทิเสนา’’ติ ทสฺเสติ. วุตฺตมฺปิ เจตฺตํ –
‘‘พุทฺโธปิ พุทฺธสฺส ภเณยฺย วณฺณํ,
กปฺปมฺปิ เจ อญฺญมภาสมาโน;
ขีเยถ กปฺโป จิรทีฆมนฺตเร,
วณฺโณ น ขีเยถ ตถาคตสฺสา’’ติ.
๓๐๕. อิมํ ปน สตฺถุ คุณกถํ สุตฺวา เต พฺราหฺมณา จินฺตยึสุ – ยถา โสณทณฺโฑ พฺราหฺมโณ สมณสฺส โคตมสฺส วณฺเณ ภณติ, อโนมคุโณ โส ภวํ โคตโม; เอวํ ตสฺส คุเณ ชานมาเนน โข ปน อาจริเยน อติจิรํ อธิวาสิตํ, หนฺท นํ อนุวตฺตามาติ อนุวตฺตึสุ. ตสฺมา เอวํ วุตฺเต ‘‘เต พฺราหฺมณา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อลเมวาติ ยุตฺตเมว. อปิ ปุโฏเสนาติ ปุโฏสํ วุจฺจติ ปาเถยฺยํ, ตํ คเหตฺวาปิ อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺตเมวาติ อตฺโถ. ปุฏํเสนาติปิ ปาโฐ, ตสฺสตฺโถ, ปุโฏ อํเส อสฺสาติ ปุฏํโส, เตน ปุฏํเสน. อํเสน หิ ปาเถยฺยปุฏํ วหนฺเตนาปีติ วุตฺตํ โหติ.