๑. สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา
๓๙๐. อิทานิ ตทนนฺตเร สมฺมปฺปธานวิภงฺเค จตฺตาโรติ คณนปริจฺเฉโท. เตน น ตโต เหฏฺฐา น อุทฺธนฺติ สมฺมปฺปธานปริจฺเฉทํ ทีเปติ. สมฺมปฺปธานาติ การณปฺปธานา อุปายปฺปธานา โยนิโสปธานา. อิธ ภิกฺขูติ อิมสฺมึ สาสเน ปฏิปนฺนโก ภิกฺขุ. อนุปฺปนฺนานนฺติ อนิพฺพตฺตานํ. ปาปกานนฺติ ลามกานํ. อกุสลานํ ธมฺมานนฺติ อโกสลฺลสมฺภูตานํ ธมฺมานํ. อนุปฺปาทายาติ น อุปฺปาทนตฺถาย. ฉนฺทํ ชเนตีติ กตฺตุกมฺยตาสงฺขาตํ กุสลจฺฉนฺทํ ชเนติ อุปฺปาเทติ. วายมตีติ ปโยคํ ปรกฺกมํ กโรติ. วีริยํ อารภตีติ กายิกเจตสิกํ วีริยํ กโรติ. จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ เตเนว สหชาตวีริเยน จิตฺตํ อุกฺขิปติ. ปทหตีติ ปธานวีริยํ กโรติ. ปฏิปาฏิยา ปเนตานิ จตฺตาริปิ ปทานิ อาเสวนาภาวนาพหุลีกมฺมสาตจฺจกิริยาหิ โยเชตพฺพานิ.
อุปฺปนฺนานํ ปาปกานนฺติ อนุปฺปนฺนนฺติ อวตฺตพฺพตํ อาปนฺนานํ ปาปธมฺมานํ. ปหานายาติ ปชหนตฺถาย. อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานนฺติ อนิพฺพตฺตานํ โกสลฺลสมฺภูตานํ ธมฺมานํ. อุปฺปาทายาติ อุปฺปาทนตฺถาย. อุปฺปนฺนานนฺติ นิพฺพตฺตานํ. ฐิติยาติ ฐิตตฺถาย. อสมฺโมสายาติ อนสฺสนตฺถํ. ภิยฺโยภาวายาติ ปุนปฺปุนํ ภาวาย. เวปุลฺลายาติ วิปุลภาวาย. ภาวนายาติ วฑฺฒิยา. ปาริปูริยาติ ปริปูรณตฺถาย. อยํ ตาว จตุนฺนํ สมฺมปฺปธานานํ อุทฺเทสวารวเสน เอกปทิโก อตฺถุทฺธาโร.
๓๙๑. อิทานิ ปฏิปาฏิยา ตานิ ปทานิ ภาเชตฺวา ทสฺเสตุํ กถญฺจ ภิกฺขุ อนุปฺปนฺนานนฺติอาทินา นเยน นิทฺเทสวาโร อารทฺโธ. ตตฺถ ยํ เหฏฺฐา ธมฺมสงฺคเห อาคตสทิสํ, ตํ ตสฺส วณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ยํ ปน ตสฺมึ อนาคตํ, ตตฺถ ฉนฺทนิทฺเทเส ตาว โย ฉนฺโทติ โย ฉนฺทนิยวเสน ฉนฺโท. ฉนฺทิกตาติ ฉนฺทิกภาโว, ฉนฺทกรณากาโร วา. กตฺตุกมฺยตาติ กตฺตุกามตา. กุสโลติ เฉโก. ธมฺมจฺฉนฺโทติ สภาวจฺฉนฺโท. อยญฺหิ ฉนฺโท นาม ตณฺหาฉนฺโท, ทิฏฺฐิฉนฺโท, วีริยฉนฺโท, ธมฺมจฺฉนฺโทติ พหุวิโธ นานปฺปการโก. เตสุ ธมฺมจฺฉนฺโทติ อิมสฺมึ ฐาเน กตฺตุกมฺยตากุสลธมฺมจฺฉนฺโท อธิปฺเปโต.
อิมํ ฉนฺทํ ชเนตีติ ฉนฺทํ กุรุมาโนว ฉนฺทํ ชเนติ นาม. สญฺชเนตีติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. อุฏฺฐเปตีติ ฉนฺทํ กุรุมาโนว ตํ อุฏฺฐเปติ นาม. สมุฏฺฐเปตีติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. นิพฺพตฺเตตีติ ฉนฺทํ กุรุมาโนว ตํ นิพฺพตฺเตติ นาม. อภินิพฺพตฺเตตีติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. อปิจ ฉนฺทํ กโรนฺโตว ฉนฺทํ ชเนติ นาม. ตเมว สตตํ กโรนฺโต สญฺชเนติ นาม. เกนจิเทว อนฺตราเยน ปติตํ ปุน อุกฺขิปนฺโต อุฏฺฐเปติ นาม. ปพนฺธฏฺฐิตึ ปาเปนฺโต สมุฏฺฐเปติ นาม. ตํ ปากฏํ กโรนฺโต นิพฺพตฺเตติ นาม. อโนสกฺกนตาย อลีนวุตฺติตาย อโนลีนวุตฺติตาย อภิมุขภาเวน นิพฺพตฺเตนฺโต อภินิพฺพตฺเตติ นาม.
๓๙๔. วีริยนิทฺเทเส วีริยํ กโรนฺโตว วีริยํ อารภติ นาม. ทุติยปทํ อุปสคฺเคน วฑฺฒิตํ. วีริยํ กโรนฺโตเยว จ อาเสวติ ภาเวติ นาม. ปุนปฺปุนํ กโรนฺโต วหุลีกโรติ. อาทิโตว กโรนฺโต อารภติ. ปุนปฺปุนํ กโรนฺโต สมารภติ. ภาวนาวเสน ภชนฺโต อาเสวติ. วฑฺเฒนฺโต ภาเวติ. สพฺพกิจฺเจสุ ตเทว พหุลีกโรนฺโต พหุลีกโรตีติ เวทิตพฺโพ.
๓๙๕. จิตฺตปคฺคหนิทฺเทเส วีริยปคฺคเหน โยเชนฺโต จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ, อุกฺขิปตีติ อตฺโถ. ปุนปฺปุนํ ปคฺคณฺหนฺโต สมฺปคฺคณฺหาติ. เอวํ สมฺปคฺคหิตํ ยถา น ปตติ ตถา นํ วีริยุปตฺถมฺเภน อุปตฺถมฺเภนฺโต อุปตฺถมฺเภติ. อุปตฺถมฺภิตมฺปิ ถิรภาวตฺถาย ปุนปฺปุนํ อุปตฺถมฺเภนฺโต ปจฺจุปตฺถมฺเภติ นาม.
๔๐๖. ฐิติยาติปทสฺส นิทฺเทเส สพฺเพสมฺปิ อสมฺโมสาทีนํ ฐิติเววจนภาวํ ทสฺเสตุํ ยา ฐิติ โส อสมฺโมโสติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ หิ เหฏฺฐิมํ เหฏฺฐิมํ ปทํ อุปริมสฺส อุปริมสฺส ปทสฺส อตฺโถ, อุปริมํ อุปริมํ ปทํ เหฏฺฐิมสฺส เหฏฺฐิมสฺส อตฺโถติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ. อยํ ตาว ปาฬิวณฺณนา.
อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉยกถา. อยญฺหิ สมฺมปฺปธานกถา นาม ทุวิธา – โลกิยา โลกุตฺตรา จ. ตตฺถ โลกิยา สพฺพปุพฺพภาเค โหติ. สา กสฺสปสํยุตฺตปริยาเยน โลกิยมคฺคกฺขเณ เวทิตพฺพา. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –
‘‘จตฺตาโร เม, อาวุโส, สมฺมปฺปธานา. กตเม จตฺตาโร?
อิธาวุโส, ภิกฺขุ ‘อนุปฺปนฺนา เม ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’นฺติ อาตปฺปํ กโรติ; ‘อุปฺปนฺนา เม ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปฺปหียมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’นฺติ อาตปฺปํ กโรติ; ‘อนุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา อนุปฺปชฺชมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’นฺติ อาตปฺปํ กโรติ. ‘อุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’นฺติ อาตปฺปํ กโรตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๔๕).
เอตฺถ จ ‘อนุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา’ติ สมถวิปสฺสนา เจว มคฺโค จ. อุปฺปนฺนา กุสลา นาม สมถวิปสฺสนาว. มคฺโค ปน สกึ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌมาโน อนตฺถาย สํวตฺตนโก นาม นตฺถิ. โส หิ ผลสฺส ปจฺจยํ ทตฺวาว นิรุชฺฌติ. ปุริมสฺมึ วา สมถวิปสฺสนาว คเหตพฺพาติ วุตฺตํ, ตํ ปน น ยุตฺตํ.
ตตฺถ ‘‘อุปฺปนฺนา สมถวิปสฺสนา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺตนฺตี’’ติ อตฺถสฺส อาวิภาวตฺถํ อิทํ วตฺถุ – เอโก กิร ขีณาสวตฺเถโร ‘มหาเจติยญฺจ มหาโพธิญฺจ วนฺทิสฺสามี’ติ สมาปตฺติลาภินา ภณฺฑคาหกสามเณเรน สทฺธึ ชนปทโต มหาวิหารํ อาคนฺตฺวา วิหารปริเวณํ ปาวิสิ; สายนฺหสมเย มหาภิกฺขุสงฺเฆ เจติยํ วนฺทมาเน เจติยํ วนฺทนตฺถาย น นิกฺขมิ. กสฺมา? ขีณาสวานญฺหิ ตีสุ รตเนสุ มหนฺตํ คารวํ โหติ. ตสฺมา ภิกฺขุสงฺเฆ วนฺทิตฺวา ปฏิกฺกนฺเต มนุสฺสานํ สายมาสภุตฺตเวลาย สามเณรมฺปิ อชานาเปตฺวา ‘เจติยํ วนฺทิสฺสามี’ติ เอกโกว นิกฺขมิ. สามเณโร ‘กึ นุ โข เถโร อเวลาย เอกโกว คจฺฉติ, ชานิสฺสามี’ติ อุปชฺฌายสฺส ปทานุปทิโกว นิกฺขมิ. เถโร อนาวชฺชเนน ตสฺส อาคมนํ อชานนฺโต ทกฺขิณทฺวาเรน มหาเจติยงฺคณํ อารุโฬฺห. สามเณโรปิ อนุปทํเยว อารุโฬฺห.
มหาเถโร มหาเจติยํ อุลฺโลเกตฺวา พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ คเหตฺวา สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวา หฏฺฐปหฏฺโฐ มหาเจติยํ วนฺทติ. สามเณโร เถรสฺส วนฺทนาการํ ทิสฺวา ‘อุปชฺฌาโย เม อติวิย ปสนฺนจิตฺโต วนฺทติ; กึ นุ โข ปุปฺผานิ ลภิตฺวา ปูชํ กเรยฺยา’ติ จินฺเตสิ. เถเร วนฺทิตฺวา อุฏฺฐาย สิรสิ อญฺชลึ ฐเปตฺวา มหาเจติยํ อุลฺโลเกตฺวา ฐิเต สามเณโร อุกฺกาสิตฺวา อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปสิ. เถโร ปริวตฺเตตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘กทา อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ตุมฺหากํ เจติยํ วนฺทนกาเล, ภนฺเต; อติวิย ปสนฺนา เจติยํ วนฺทิตฺถ; กินฺนุ โข ปุปฺผานิ ลภิตฺวา ปูเชยฺยาถา’’ติ? ‘‘อาม, สามเณร, อิมสฺมึ เจติเย วิย อญฺญตฺร เอตฺตกํ ธาตุนิธานํ นาม นตฺถิ. เอวรูปํ อสทิสํ มหาถูปํ ปุปฺผานิ ลภิตฺวา โก น ปูเชยฺยา’’ติ? ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, อธิวาเสถ, อาหริสฺสามี’’ติ ตาวเทว ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อิทฺธิยา หิมวนฺตํ คนฺตฺวา วณฺณคนฺธสมฺปนฺนานิ ปุปฺผานิ คเหตฺวา ปริสฺสาวนํ ปูเรตฺวา มหาเถเร ทกฺขิณมุขโต ปจฺฉิมมุเข อสมฺปตฺเตเยว อาคนฺตฺวา ปุปฺผปริสฺสาวนํ หตฺเถ ฐเปตฺวา ‘‘ปูเชถ ภนฺเต’’ติ อาห. เถโร ‘‘อติมนฺทานิ โน, สามเณร, ปุปฺผานี’’ติ อาห. ‘‘คจฺฉถ, ภนฺเต, ภควโต คุเณ อาวชฺเชตฺวา ปูเชถา’’ติ.
เถโร ปจฺฉิมมุขนิสฺสิเตน โสปาเนน อารุยฺห กุจฺฉิเวทิกาภูมิยํ ปุปฺผปูชํ กาตุํ อารทฺโธ. เวทิกาภูมิ ปริปุณฺณา; ปุปฺผานิ ปติตฺวา ทุติยภูมิยํ ชณฺณุปฺปมาเณน โอธินา ปูรยึสุ. ตโต โอตริตฺวา ปาทปิฏฺฐิกปนฺตึ ปูเชสิ; สาปิ ปริปูริ; ปริปุณฺณภาวํ ญตฺวา เหฏฺฐิมตเล วิกิรนฺโต อคมาสิ; สพฺพํ เจติยงฺคณํ ปริปูริ; ตสฺมึ ปริปุณฺเณ ‘‘สามเณร, ปุปฺผานิ น ขียนฺตี’’ติ อาห. ‘‘ปริสฺสาวนํ, ภนฺเต, อโธมุขํ กโรถา’’ติ. อโธมุขํ กตฺวา จาเลสิ. ตทา ปุปฺผานิ ขีณานิ. เถโร ปริสฺสาวนํ สามเณรสฺส ทตฺวา สทฺธึ หตฺถิปากาเรน เจติยํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา จตูสุ ฐาเนสุ วนฺทิตฺวา ปริเวณํ คจฺฉนฺโต จินฺเตสิ – ‘ยาว มหิทฺธิโก วตายํ สามเณโร; สกฺขิสฺสติ นุ โข อิมํ อิทฺธานุภาวํ รกฺขิตุนฺติ? ตโต ‘น สกฺขิสฺสตี’ติ ทิสฺวา สามเณรํ อาห – ‘‘สามเณร, ตฺวํ อิทานิ มหิทฺธิโก; เอวรูปํ ปน อิทฺธึ นาเสตฺวา ปจฺฉิมกาเล กาณเปสการิยา หตฺเถน มทฺทิตํกญฺชิยํ ปิวิสฺสสี’’ติ. ทหรกภาวสฺส นาเมส โทโส ยํ โส อุปชฺฌายสฺส กถาย สํเวเชตฺวา ‘กมฺมฏฺฐานํ เม, ภนฺเต, อาจิกฺขถา’ติ น ยาจิ; ‘อมฺหากํ อุปชฺฌาโย กึ วทตี’ติ ตํ ปน อสุณนฺโต วิย อคมาสิ.
เถโร มหาเจติยญฺจ มหาโพธิญฺจ วนฺทิตฺวา สามเณรํ ปตฺตจีวรํ คาหาเปตฺวา อนุปุพฺเพน กุเฏฬิติสฺสมหาวิหารํ อคมาสิ. สามเณโร อุปชฺฌายสฺส ปทานุปทิโก หุตฺวา ภิกฺขาจารํ น คจฺฉติ. ‘‘กตรํ คามํ ปวิสถ, ภนฺเต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ปน ‘อิทานิ เม อุปชฺฌาโย คามทฺวารํ สมฺปตฺโต ภวิสฺสตี’ติ ญตฺวา อตฺตโน จ อุปชฺฌายสฺส จ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา เถรสฺส ปตฺตจีวรํ ทตฺวา ปิณฺฑาย ปวิสติ. เถโร สพฺพกาลํ โอวทติ – ‘‘สามเณร, มา เอวมกาสิ; ปุถุชฺชนิทฺธิ นาม จลา อนิพทฺธา; อสปฺปายํ รูปาทิอารมฺมณํ ลภิตฺวา อปฺปมตฺตเกเนว ภิชฺชติ; สนฺตาย สมาปตฺติยา ปริหีนา พฺรหฺมจริยวาเส สนฺถมฺภิตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ. สามเณโร ‘กึ กเถติ มยฺหํ อุปชฺฌาโย’ติ โสตุํ น อิจฺฉติ, ตเถว กโรติ. เถโร อนุปุพฺเพน เจติยวนฺทนํ กโรนฺโต กมฺมุเปนฺทวิหารํ นาม คโต. ตตฺถ วสนฺเตปิ เถเร สามเณโร ตเถว กโรติ.
อเถกทิวสํ เอกา เปสการธีตา อภิรูปา ปฐมวเย ฐิตา กมฺมุเปนฺทคามโต นิกฺขมิตฺวา ปทุมสฺสรํ โอรุยฺห คายมานา ปุปฺผานิ ภญฺชติ. ตสฺมึ สมเย สามเณโร ปทุมสฺสรมตฺถเกน คจฺฉติ คจฺฉนฺโต ปน, สกฺกรลสิกาย กาณมกฺขิกา วิย, ตสฺสา คีตสทฺเท พชฺฌิ; ตาวเทว อิทฺธิ อนฺตรหิตา, ฉินฺนปกฺโข กาโก วิย อโหสิ. สนฺตสมาปตฺติพเลน ปน ตตฺเถว อุทกปิฏฺเฐ อปติตฺวา สิมฺพลิตูลํ วิย ปตมานํ อนุปุพฺเพน ปทุมสฺสรตีเร อฏฺฐาสิ. โส เวเคน คนฺตฺวา อุปชฺฌายสฺส ปตฺตจีวรํ ทตฺวา นิวตฺติ. มหาเถโร ‘ปเคเวตํ มยา ทิฏฺฐํ, นิวาริยมาโนปิ น นิวตฺติสฺสตี’ติ กิญฺจิ อวตฺวา ปิณฺฑาย ปาวิสิ.
สามเณโร คนฺตฺวา ปทุมสฺสรตีเร อฏฺฐาสิ ตสฺสา ปจฺจุตฺตรณํ อาคมยมาโน. สาปิ สามเณรํ อากาเสน คจฺฉนฺตญฺจ ปุนาคนฺตฺวา ฐิตญฺจ ทิสฺวา ‘อทฺธา เอส มํ นิสฺสาย อุกฺกณฺฐิโต’ติ ญตฺวา ‘ปฏิกฺกม สามเณรา’ติ อาห. โสปิ ปฏิปกฺกมิ. อิตรา ปจฺจุตฺตริตฺวา สาฏกํ นิวาเสตฺวา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘กึ, ภนฺเต’ติ ปุจฺฉิ. โส ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สา พหูหิ การเณหิ ฆราวาเส อาทีนวํ พฺรหฺมจริยวาเส อานิสํสญฺจ ทสฺเสตฺวา โอวทมานาปิ ตสฺส อุกฺกณฺฐํ วิโนเทตุํ อสกฺโกนฺตี ‘อยํ มม การณา เอวรูปาย อิทฺธิยา ปริหีโน; น ทานิ ยุตฺตํ ปริจฺจชิตุ’นฺติ. ‘อิเธว ติฏฺฐา’ติ วตฺวา ฆรํ คนฺตฺวา มาตาปิตูนํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. เตปิ อาคนฺตฺวา นานปฺปการํ โอวทมานา วจนํ อคฺคณฺหนฺตํ อาหํสุ – ‘‘ตฺวํ อเมฺห อุจฺจากุลาติ มา สลฺลกฺเขสิ. มยํ เปสการา. สกฺขิสฺสสิ เปสการกมฺมํ กาตุ’’นฺติ? สามเณโร อาห – ‘‘อุปาสก, คิหีภูโต นาม เปสการกมฺมํ วา กเรยฺย นฬการกมฺมํ วา, กึ อิมินา, มา สาฏกมตฺเต โลภํ กโรถา’’ติ. เปสการโก อุทเร พทฺธสาฏกํ ทตฺวา ฆรํ เนตฺวา ธีตรํ อทาสิ.
โส เปสการกมฺมํ อุคฺคณฺหิตฺวา เปสกาเรหิ สทฺธึ สาลาย กมฺมํ กโรติ. อญฺเญสํ อิตฺถิโย ปาโตว ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา อาหรึสุ. ตสฺส ภริยา น ตาว อาคจฺฉติ. โส อิตเรสุ กมฺมํ วิสฺสชฺเชตฺวา ภุญฺชมาเนสุ ตสรํ วฏฺเฏนฺโต นิสีทิ. สา ปจฺฉา อาคมาสิ. อถ นํ โส ‘อติจิเรน อาคตาสี’ติ ตชฺเชสิ. มาตุคาโม จ นาม อปิ จกฺกวตฺติราชานํ อตฺตนิ ปฏิพทฺธจิตฺตํ ญตฺวา ทาสํ วิย สลฺลกฺเขติ. ตสฺมา สา เอวมาห – ‘‘อญฺเญสํ ฆเร ทารุปณฺณโลณาทีนิ สนฺนิหิตานิ; พาหิรโต อาหริตฺวา ทายกา เปสการกาปิ อตฺถิ. อหํ ปน เอกิกา; ตฺวมฺปิ ‘มยฺหํ ฆเร อิทํ อตฺถิ, อิทํ นตฺถี’ติ น ชานาสิ. สเจ อิจฺฉสิ ภุญฺช, โน เจ อิจฺฉสิ มา ภุญฺชา’’ติ. โส ‘น เกวลํ อุสฺสูเร ภตฺตํ อาหรสิ, วาจายปิ มํ ฆฏฺเฏสี’ติ กุชฺฌิตฺวา อญฺญํ ปหรณํ อปสฺสนฺโต ตเมว ตสรทณฺฑกํ ตสรโต ลุญฺจิตฺวา ขิปิ. สา ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อีสกํ ปริวตฺติ. ตสรทณฺฑกสฺส จ โกฏิ นาม ติขิณา โหติ. สา ตสฺสา ปริวตฺตมานาย อกฺขิโกฏิยํ ปวิสิตฺวา อฏฺฐาสิ. สา อุโภหิ หตฺเถหิ เวเคน อกฺขึ อคฺคเหสิ. ภินฺนฏฺฐานโต โลหิตํ ปคฺฆรติ.
โส ตสฺมึ กาเล อุปชฺฌายสฺส วจนํ อนุสฺสริ ‘อิทํ สนฺธาย มํ อุปชฺฌาโย ‘‘อนาคเต กาเล กาณเปสการิยา หตฺเถน มทฺทิตํ กญฺชิยํ ปิวิสฺสสี’’ติ อาห. อิทํ เถเรน ทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ. อโห ทีฆทสฺสี อยฺโย’ติ มหาสทฺเทน โรทิตุํ อารภิ. ตเมนํ อญฺเญ ‘‘อลํ, อาวุโส, มา โรทิ; อกฺขิ นาม ภินฺนํ น สกฺกา โรทเนน ปฏิปากติกํ กาตุ’’นฺติ อาหํสุ. โส ‘‘นาหํ เอตมตฺถํ โรทามิ; อปิจ โข อิทํ สนฺธาย โรทามี’’ติ สพฺพํ ปวตฺตึ ปฏิปาฏิยา กเถสิ. เอวํ อุปฺปนฺนา สมถวิปสฺสนา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺตนฺติ.
อปรมฺปิ วตฺถุ – ตึสมตฺตา ภิกฺขู กลฺยาณิยํ มหาเจติยํ วนฺทิตฺวา อฏวิมคฺเคน มหามคฺคํ โอตรมานา อนฺตรามคฺเค ฌามกฺเขตฺเต กมฺมํ กตฺวา อาคจฺฉนฺตํ เอกํ มนุสฺสํ อทฺทสํสุ. ตสฺส สรีรํ มสิมกฺขิตํ โหติ, มสิมกฺขิตเมว จ เอกํ กาสาวํ กจฺฉํ ปีเฬตฺวา นิวตฺถํ. โอโลกิยมาโน ฌามขาณุโก วิย ขายติ. โส ทิวสภาเค กมฺมํ กตฺวา อุปฑฺฒฌายมานานํ ทารูนํ กลาปํ อุกฺขิปิตฺวา ปิฏฺฐิยํ วิปฺปกิณฺเณหิ เกเสหิ กุมฺมคฺเคน อาคนฺตฺวา ภิกฺขูนํ สมฺมุเข อฏฺฐาสิ. สามเณรา ทิสฺวา อญฺญมญฺญํ โอโลกยมานา ‘‘อาวุโส, ตุยฺหํ ปิตา, ตุยฺหํ มหาปิตา, ตุยฺหํ มาตุโล’’ติ หสมานา คนฺตฺวา ‘‘โก นาโมสิ ตฺวํ, อุปาสกา’’ติ นามํ ปุจฺฉึสุ. โส นามํ ปุจฺฉิโต วิปฺปฏิสารี หุตฺวา ทารุกลาปํ ฉฑฺเฑตฺวา วตฺถํ สํวิธาย นิวาเสตฺวา มหาเถเร วนฺทิตฺวา ‘‘ติฏฺฐถ ตาว, ภนฺเต’’ติ อาห. มหาเถรา อฏฺฐํสุ.
ทหรสามเณรา อาคนฺตฺวา มหาเถรานํ สมฺมุขาปิ ปริหาสํ กโรนฺติ. อุปาสโก อาห – ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห มํ ปสฺสิตฺวา ปริหสถ; เอตฺตเกเนว มตฺถกํ ปตฺตมฺหาติ สลฺลกฺเขถ. อหมฺปิ ปุพฺเพ ตุมฺหาทิโสว สมโณ อโหสึ. ตุมฺหากํ ปน จิตฺเตกคฺคตามตฺตมฺปิ นตฺถิ. อหํ อิมสฺมึ สาสเน มหิทฺธิโก มหานุภาโว อโหสึ; อากาสํ คเหตฺวา ปถวึ กโรมิ, ปถวึ อากาสํ; ทูรํ คณฺหิตฺวา สนฺติกํ กโรมิ, สนฺติกํ ทูรํ; จกฺกวาฬสหสฺสํ ขเณน วินิวิชฺฌามิ. หตฺเถ เม ปสฺสถ; อิทานิ ปน มกฺกฏหตฺถสทิสา. อหํ อิเมเหว หตฺเถหิ อิธ นิสินฺโนว จนฺทิมสูริเย ปรามสึ. อิเมสํเยว ปาทานํ จนฺทิมสูริเย ปาทกถลิกํ กตฺวา นิสีทึ. เอวรูปา เม อิทฺธิ ปมาเทน อนฺตรหิตา. ตุเมฺห มา ปมชฺชิตฺถ. ปมาเทน หิ เอวรูปํ พฺยสนํ ปาปุณนฺติ. อปฺปมตฺตา วิหรนฺตา ชาติชรามรณสฺส อนฺตํ กโรนฺติ. ตสฺมา ตุเมฺห มญฺเญว อารมฺมณํ กริตฺวา อปฺปมตฺตา โหถ, ภนฺเต’’ติ ตชฺเชตฺวา โอวาทมทาสิ. เต ตสฺส กเถนฺตสฺเสว สํเวคํ อาปชฺชิตฺวา วิปสฺสมานา ตึส ชนา ตตฺเถว อรหตฺตํ ปาปุณึสูติ. เอวมฺปิ อุปฺปนฺนา สมถวิปสฺสนา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺตนฺตีติ เวทิตพฺพา. อยํ ตาว โลกิยสมฺมปฺปธานกถาย วินิจฺฉโย.
โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ ปเนตํ เอกเมว วีริยํ จตุกิจฺจสาธนวเสน จตฺตาริ นามานิ ลภติ. ตตฺถ อนุปฺปนฺนานนฺติ อสมุทาจารวเสน วา อนนุภูตารมฺมณวเสน วา อนุปฺปนฺนานํ; อญฺญถา หิ อนมตคฺเค สํสาเร อนุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา นาม นตฺถิ. อนุปฺปนฺนา ปน อุปฺปชฺชมานาปิ เอเตเยว อุปฺปชฺชนฺติ, ปหียมานาปิ เอเตเยว ปหียนฺติ.
ตตฺถ เอกจฺจสฺส วตฺตวเสน กิเลสา น สมุทาจรนฺติ. เอกจฺจสฺส คนฺถธุตงฺคสมาธิวิปสฺสนา นวกมฺมิกานํ อญฺญตรวเสน. กถํ? เอกจฺโจ หิ วตฺตสมฺปนฺโน โหติ. ตสฺส ทฺวาสีติขุทฺทกวตฺตานิ (จูฬว. ๒๔๓ อาทโย), จุทฺทส มหาวตฺตานิ (จูฬว. ๓๕๖ อาทโย), เจติยงฺคณโพธิยงฺคณปานียมาฬอุโปสถาคารอาคนฺตุกคมิกวตฺตานิ จ กโรนฺตสฺเสว กิเลสา โอกาสํ น ลภนฺติ; อปรภาเค ปนสฺส วตฺตํ วิสฺสชฺเชตฺวา ภินฺนวตฺตสฺส วิจรโต อโยนิโสมนสิการญฺเจว สติโวสฺสคฺคญฺจ อาคมฺม อุปฺปชฺชนฺติ. เอวํ อสมุทาจารวเสน อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺติ นาม.
เอกจฺโจ คนฺถยุตฺโต โหติ; เอกมฺปิ นิกายํ คณฺหาติ, เทฺวปิ, ตโยปิ, จตฺตาโรปิ, ปญฺจปิ. ตสฺเสว เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อตฺถวเสน ปาฬิวเสน อนุสนฺธิวเสน ปุพฺพาปรวเสน คณฺหนฺตสฺส สชฺฌายนฺตสฺส จินฺเตนฺตสฺส วาเจนฺตสฺส เทเสนฺตสฺส ปกาเสนฺตสฺส กิเลสา โอกาสํ น ลภนฺติ; อปรภาเค ปนสฺส คนฺถกมฺมํ ปหาย กุสีตสฺส วิจรโต อโยนิโสมนสิการสติโวสฺสคฺเค อาคมฺม อุปฺปชฺชนฺติ. เอวมฺปิ อสมุทาจารวเสน อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺติ นาม.
เอกจฺโจ ปน ธุตงฺคธโร โหติ, เตรส ธุตงฺคคุเณ สมาทาย วตฺตติ. ตสฺส ธุตงฺคคุเณ ปริหรนฺตสฺส กิเลสา โอกาสํ น ลภนฺติ; อปรภาเค ปนสฺส ธุตงฺคานิ วิสฺสชฺเชตฺวา พาหุลฺลาย อาวฏฺฏสฺส วิจรโต อโยนิโสมนสิการสติโวสฺสคฺเค อาคมฺม อุปฺปชฺชนฺติ. เอวมฺปิ อสมุทาจารวเสน อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺติ นาม.
เอกจฺโจ ปน อฏฺฐสุ สมาปตฺตีสุ จิณฺณวสี โหติ. ตสฺส ปฐมชฺฌานาทีสุ อาวชฺชนวสีอาทีนํ วเสน วิหรนฺตสฺส กิเลสา โอกาสํ น ลภนฺติ; อปรภาเค ปนสฺส ปริหีนชฺฌานสฺส วา วิสฺสฏฺฐชฺฌานสฺส วา ภสฺสาทีสุ อนุยุตฺตสฺส วิหรโต อโยนิโสมนสิการสติโวสฺสคฺเค อาคมฺม อุปฺปชฺชนฺติ. เอวมฺปิ อสมุทาจารวเสน อนุปฺปนฺนา กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ นาม.
เอกจฺโจ ปน วิปสฺสโก โหติ; สตฺตสุ วา วิปสฺสนาสุ อฏฺฐารสสุ วา มหาวิปสฺสนาสุ กมฺมํ กโรนฺโต วิหรติ. ตสฺเสวํ วิหรโต กิเลสา โอกาสํ น ลภนฺติ; อปรภาเค ปนสฺส วิปสฺสนากมฺมํ ปหาย กายทฬฺหีพหุลสฺส วิหรโต อโยนิโสมนสิการสติโวสฺสคฺเค อาคมฺม อุปฺปชฺชนฺติ. เอวมฺปิ อสมุทาจารวเสน อนุปฺปนฺนา กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ นาม.
เอกจฺโจ ปน นวกมฺมิโก โหติ, อุโปสถาคารโภชนสาลาทีนิ กโรติ. ตสฺส เตสํ อุปกรณานิ จินฺเตนฺตสฺส กิเลสา โอกาสํ น ลภนฺติ; อปรภาเค ปนสฺส นวกมฺเม นิฏฺฐิเต วา วิสฺสฏฺเฐ วา อโยนิโสมนสิการสติโวสฺสคฺเค อาคมฺม อุปฺปชฺชนฺติ. เอวมฺปิ อสมุทาจารวเสน อนุปฺปนฺนา กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ นาม.
เอกจฺโจ ปน พฺรหฺมโลกา อาคโต สุทฺธสตฺโต โหติ. ตสฺส อนาเสวนาย กิเลสา โอกาสํ น ลภนฺติ; อปรภาเค ปนสฺส ลทฺธาเสวนสฺส อโยนิโสมนสิการสติโวสฺสคฺเค อาคมฺม อุปฺปชฺชนฺติ. เอวมฺปิ อสมุทาจารวเสน อนุปฺปนฺนา กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ นาม. เอวํ ตาว อสมุจารวเสน อนุปฺปนฺนตา เวทิตพฺพา.
กถํ อนนุภูตารมฺมณวเสน? อิเธกจฺโจ อนนุภูตปุพฺพํ มนาปิยาทิเภทํ อารมฺมณํ ลภติ. ตสฺส ตตฺถ อโยนิโสมนสิการสติโวสฺสคฺเค อาคมฺม ราคาทโย กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ. เอวํ อนนุภูตารมฺมณวเสน อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชนฺติ นาม. โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ ปน เอกเมว วีริยํ.
เย จ เอวํ อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เต ยถา เนว อุปฺปชฺชนฺติ, เอวํ เนสํ อนุปฺปาทกิจฺจํ อุปฺปนฺนานญฺจ ปหานกิจฺจํ สาเธติ. ตสฺมา อุปฺปนฺนานํ ปาปกานนฺติ เอตฺถ ปน จตุพฺพิธํ อุปฺปนฺนํ – วตฺตมานุปฺปนฺนํ, ภุตฺวา วิคตุปฺปนฺนํ, โอกาสกตุปฺปนฺนํ, ภูมิลทฺธุปฺปนฺนนฺติ. ตตฺถ เย กิเลสา วิชฺชมานา อุปฺปาทาทิสมงฺคิโน – อิทํ วตฺตมานุปฺปนฺนํ นาม. กมฺเม ปน ชวิเต อารมฺมณรสํ อนุภวิตฺวา นิรุทฺธวิปาโก ภุตฺวา วิคตํ นาม. กมฺมํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธํ ภุตฺวา วิคตํ นาม. ตทุภยมฺปิ ภุตฺวา วิคตุปฺปนฺนนฺติ สงฺขํ คจฺฉติ. กุสลากุสลกมฺมํ อญฺญสฺส กมฺมสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กโรติ. เอวํ กเต โอกาเส วิปาโก อุปฺปชฺชมาโน โอกาสกรณโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺโนติ วุจฺจติ. อิทํ โอกาสกตุปฺปนฺนํ นาม.
ปญฺจกฺขนฺธา ปน วิปสฺสนาย ภูมิ นาม. เต อตีตาทิเภทา โหนฺติ. เตสุ อนุสยิตกิเลสา ปน อตีตา วา อนาคตา วา ปจฺจุปฺปนฺนา วาติ น วตฺตพฺพา. อตีตกฺขนฺเธสุ อนุสยิตาปิ หิ อปฺปหีนาว โหนฺติ. อนาคตกฺขนฺเธสุ, ปจฺจุปฺปนฺนกฺขนฺเธสุ อนุสยิตาปิ อปฺปหีนาว โหนฺติ. อิทํ ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นาม. เตนาหุ โปราณา – ‘‘ตาสุ ตาสุ ภูมีสุ อสมุคฺฆาติตา กิเลสา ภูมิลทฺธุปฺปนฺนาติ สงฺขํ คจฺฉนฺตี’’ติ.
อปรมฺปิ จตุพฺพิธํ อุปฺปนฺนํ – สมุทาจารุปฺปนฺนํ, อารมฺมณาธิคหิตุปฺปนฺนํ, อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺนํ, อสมุคฺธาติตุปฺปนฺนนฺติ. ตตฺถ สมฺปติ วตฺตมานํเยว ‘สมุทาจารุปฺปนฺนํ’ นาม. สกึ จกฺขูนิ อุมฺมีเลตฺวา อารมฺมเณ นิมิตฺเต คหิเต อนุสฺสริตานุสฺสริตกฺขเณ กิเลสา นุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ น วตฺตพฺพา. กสฺมา? อารมฺมณสฺส อธิคหิตตฺตา. ยถา กึ? ยถา ขีรรุกฺขสฺส กุฐาริยา อาหตาหตฏฺฐาเน ขีรํ น นิกฺขมิสฺสตีติ น วตฺตพฺพํ, เอวํ. อิทํ ‘อารมฺมณาธิคหิตุปฺปนฺนํ’ นาม. สมาปตฺติยา อวิกฺขมฺภิตกิเลสา ปน อิมสฺมึ นาม ฐาเน นุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ น วตฺตพฺพา. กสฺมา? อวิกฺขมฺภิตตฺตา. ยถา กึ? ยถา สเจ ขีรรุกฺขํ กุฐาริยา อาหเนยฺยุํ, ‘อิมสฺมึ นาม ฐาเน ขีรํ น นิกฺขเมยฺยา’ติ น วตฺตพฺพํ, เอวํ. อิทํ ‘อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺนํ’ นาม. มคฺเคน อสมุคฺฆาติตกิเลสา ปน ภวคฺเค นิพฺพตฺตสฺสาปิ นุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ. อิทํ ‘อสมุคฺฆาติตุปฺปนฺนํ’ นาม.
อิเมสุ อุปฺปนฺเนสุ วตฺตมานุปฺปนฺนํ, ภุตฺวาวิคตุปฺปนฺนํ, โอกาสกตุปฺปนฺนํ, สมุทาจารุปฺปนฺนนฺติ จตุพฺพิธํ อุปฺปนฺนํ น มคฺควชฺฌํ; ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ, อารมฺมณาธิคฺคหิตุปฺปนฺนํ, อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺนํ, อสมุคฺฆาติตุปฺปนฺนนฺติ จตุพฺพิธํ มคฺควชฺฌํ. มคฺโค หิ อุปฺปชฺชมาโน เอเต กิเลเส ปชหติ. โส เย กิเลเส ปชหติ, เต อตีตา วา อนาคตา วา ปจฺจุปฺปนฺนา วาติ น วตฺตพฺพา. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘หญฺจิ อตีเต กิเลเส ปชหติ, เตน หิ ขีณํ เขเปติ, นิรุทฺธํ นิโรเธติ, วิคตํ วิคเมติ, อตฺถงฺคตํ อตฺถํ คเมติ, อตีตํ ยํ นตฺถิ ตํ ปชหติ. หญฺจิ อนาคเต กิเลเส ปชหติ, เตน หิ อชาตํ ปชหติ, อนิพฺพตฺตํ อนุปฺปนฺนํ อปาตุภูตํ ปชหติ, อนาคตํ ยํ นตฺถิ ตํ ปชหติ. หญฺจิ ปจฺจุปฺปนฺเน กิเลเส ปชหติ, เตน หิ รตฺโต ราคํ ปชหติ, ทุฏฺโฐ โทสํ, มูโฬฺห โมหํ, วินิพทฺโธ มานํ, ปรามฏฺโฐ ทิฏฺฐึ, วิกฺเขปคโต อุทฺธจฺจํ, อนิฏฺฐงฺคโต วิจิกิจฺฉํ, ถามคโต อนุสยํ ปชหติ; กณฺหสุกฺกธมฺมา ยุคนทฺธา สมเมว วตฺตนฺติ; สํกิเลสิกา มคฺคภาวนา โหติ…เป… เตน หิ นตฺถิ มคฺคภาวนา, นตฺถิ ผลสจฺฉิกิริยา, นตฺถิ กิเลสปฺปหานํ, นตฺถิ ธมฺมาภิสมโย’ติ. ‘อตฺถิ มคฺคภาวนา…เป… อตฺถิ ธมฺมาภิสมโย’ติ. ยถา กถํ วิย? เสยฺยถาปิ ตรุโณ รุกฺโข…เป… อปาตุภูตาเนว น ปาตุภวนฺติ’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๒๑).
อิติ ปาฬิยํ อชาตผลรุกฺโข อาคโต; ชาตผลรุกฺเขน ปน ทีเปตพฺพํ. ยถา หิ สผโล ตรุณอมฺพรุกฺโข. ตสฺส ผลานิ มนุสฺสา ปริภุญฺเชยฺยุํ, เสสานิ ปาเตตฺวา ปจฺฉิโย ปูเรยฺยุํ. อถญฺโญ ปุริโส ตํ ผรสุนา ฉินฺเทยฺย. เตนสฺส เนว อตีตานิ ผลานิ นาสิตานิ โหนฺติ, น อนาคตปจฺจุปฺปนฺนานิ จ นาสิตานิ; อตีตานิ หิ มนุสฺเสหิ ปริภุตฺตานิ, อนาคตานิ อนิพฺพตฺตานิ น สกฺกา นาเสตุํ. ยสฺมึ ปน สมเย โส ฉินฺโน ตทา ผลานิเยว นตฺถีติ ปจฺจุปฺปนฺนานิปิ อนาสิตานิ. สเจ ปน รุกฺโข อจฺฉินฺโน อสฺส, อถสฺส ปถวีรสญฺจ อาโปรสญฺจ อาคมฺม ยานิ ผลานิ นิพฺพตฺเตยฺยุํ, ตานิ นาสิตานิ โหนฺติ. ตานิ หิ อชาตาเนว น ชายนฺติ, อนิพฺพตฺตาเนว น นิพฺพตฺตนฺติ, อปาตุภูตาเนว น ปาตุภวนฺติ. เอวเมว มคฺโค นาปิ อตีตาทิเภเท กิเลเส ปชหติ, นาปิ น ปชหติ. เยสญฺหิ กิเลสานํ มคฺเคน ขนฺเธสุ อปริญฺญาเตสุ อุปฺปตฺติ สิยา, มคฺเคน อุปฺปชฺชิตฺวา ขนฺธานํ ปริญฺญาตตฺตา เต กิเลสา อชาตาว น ชายนฺติ, อนิพฺพตฺตาว น นิพฺพตฺตนฺติ, อปาตุภูตาว น ปาตุภวนฺติ. ตรุณปุตฺตาย อิตฺถิยา ปุน อวิชายนตฺถํ พฺยาธิตานํ โรควูปสมตฺถํ ปีตเภสชฺเชหิ จาปิ อยมตฺโถ วิภาเวตพฺโพ. เอวํ มคฺโค เย กิเลเส ปชหติ, เต อตีตา วา อนาคตา วา ปจฺจุปฺปนฺนา วาติ น วตฺตพฺพา. น จ มคฺโค กิเลเส น ปชหติ. เย ปน มคฺโค กิเลเส ปชหติ, เต สนฺธาย ‘อุปฺปนฺนานํ ปาปกาน’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
น เกวลญฺจ มคฺโค กิเลเสเยว ปชหติ, กิเลสานํ ปน อปฺปหีนตฺตา เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ อุปาทินฺนกฺขนฺธา, เตปิ ปชหติเยว. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘โสตาปตฺติมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธน สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อนมตคฺเค สํสาเร เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ นามญฺจ รูปญฺจ เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺตี’’ติ (จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๖) วิตฺถาโร. อิติ มคฺโค อุปาทินฺนโต อนุปาทินฺนโต จ วุฏฺฐาติ. ภววเสน ปน โสตาปตฺติมคฺโค อปายภวโต วุฏฺฐาติ. สกทาคามิมคฺโค สุคติภเวกเทสโต; อนาคามิมคฺโค สุคติกามภวโต; วุฏฺฐาติ อรหตฺตมคฺโค รูปารูปภวโต วุฏฺฐาติ, สพฺพภเวหิ วุฏฺฐาติเยวาติปิ วทนฺติ.
อถ มคฺคกฺขเณ กถํ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทาย ภาวนา โหติ? กถํ วา อุปฺปนฺนานํ ฐิติยาติ? มคฺคปฺปวตฺติยา เอว. มคฺโค หิ ปวตฺตมาโน ปุพฺเพ อนุปฺปนฺนปุพฺพตฺตา อนุปฺปนฺโน นาม วุจฺจติ. อนาคตปุพฺพญฺหิ ฐานํ คนฺตฺวา อนนุภูตปุพฺพํ วา อารมฺมณํ อนุภวิตฺวา วตฺตาโร ภวนฺติ – ‘อนาคตฏฺฐานํ อาคตมฺห, อนนุภูตํ อารมฺมณํ อนุภวามา’ติ. ยา จสฺส ปวตฺติ, อยเมว ฐิติ นามาติ ฐิติยา ภาเวตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอวเมตสฺส ภิกฺขุโน อิทํ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ วีริยํ ‘‘อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทายา’’ติอาทีนิ จตฺตาริ นามานิ ลภติ. อยํ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ สมฺมปฺปธานกถา. เอวเมตฺถ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา สมฺมปฺปธานา นิทฺทิฏฺฐาติ.
สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา.