๑. สุตฺตนฺตภาชนียํ อุทฺเทสวารวณฺณนา

๒๒๕. อิทานิ ตทนนฺตเร ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺเค ยา ‘‘อยํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา นเยน ตนฺติ นิกฺขิตฺตา, ตสฺสา อตฺถสํวณฺณนํ กโรนฺเตน วิภชฺชวาทิมณฺฑลํ โอตริตฺวา อาจริเย อนพฺภาจิกฺขนฺเตน สกสมยํ อโวกฺกมนฺเตน ปรสมยํ อนายูหนฺเตน สุตฺตํ อปฺปฏิพาหนฺเตน วินยํ อนุโลเมนฺเตน มหาปเทเส โอโลเกนฺเตน ธมฺมํ ทีเปนฺเตน อตฺถํ สงฺคหนฺเตน ตเมวตฺถํ ปุน อาวตฺเตตฺวา อปเรหิปิ ปริยาเยหิ นิทฺทิสนฺเตน จ ยสฺมา อตฺถสํวณฺณนา กาตพฺพา โหติ, ปกติยาปิ จ ทุกฺกราว ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส อตฺถสํวณฺณนา, ยถาหุ โปราณา –

‘‘สจฺจํ สตฺโต ปฏิสนฺธิ, ปจฺจยาการเมว จ;

ทุทฺทสา จตุโร ธมฺมา, เทเสตุญฺจ สุทุกฺกรา’’ติ.

ตสฺมา ‘‘อญฺญตฺร อาคมาธิคมปฺปตฺเตหิ น สุกรา ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส อตฺถวณฺณนา’’ติ ปริตุลยิตฺวา –

วตฺตุกาโม อหํ อชฺช, ปจฺจยาการวณฺณนํ;

ปติฏฺฐํ นาธิคจฺฉามิ, อชฺโฌคาโฬฺหว สาครํ.

สาสนํ ปนิทํ นานา-เทสนานยมณฺฑิตํ;

ปุพฺพาจริยมคฺโค จ, อพฺโพจฺฉินฺโน ปวตฺตติ.

ยสฺมา ตสฺมา ตทุภยํ, สนฺนิสฺสายตฺถวณฺณนํ;

อารภิสฺสามิ เอตสฺส, ตํ สุณาถ สมาหิตา.

วุตฺตเญฺหตํ ปุพฺพาจริเยหิ –

‘‘โย โกจิมํ อฏฺฐึ กตฺวา สุเณยฺย,

ลเภถ ปุพฺพาปริยํ วิเสสํ;

ลทฺธาน ปุพฺพาปริยํ วิเสสํ,

อทสฺสนํ มจฺจุราชสฺส คจฺเฉ’’ติ.

อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติอาทีสุ หิ อาทิโตเยว ตาว –

เทสนาเภทโต อตฺถ-ลกฺขเณกวิธาทิโต;

องฺคานญฺจ ววตฺถานา, วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

ตตฺถ ‘เทสนาเภทโต’ติ ภควโต หิ วลฺลิหารกานํ จตุนฺนํ ปุริสานํ วลฺลิคฺคหณํ วิย อาทิโต วา มชฺฌโต วา ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานํ, ตถา ปริโยสานโต วา มชฺฌโต วา ปฏฺฐาย ยาว อาทีติ จตุพฺพิธา ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนา. ยถา หิ วลฺลิหารเกสุ จตูสุ ปุริเสสุ เอโก วลฺลิยา มูลเมว ปฐมํ ปสฺสติ, โส ตํ มูเล เฉตฺวา สพฺพํ อากฑฺฒิตฺวา อาทาย กมฺเม อุปเนติ, เอวํ ภควา ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา…เป… ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ อาทิโต (ม. นิ. ๑.๔๐๒) ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานาปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ เทเสติ.

ยถา ปน เตสุ ปุริเสสุ เอโก วลฺลิยา มชฺฌํ ปฐมํ ปสฺสติ, โส มชฺเฌ ฉินฺทิตฺวา อุปริภาคํเยว อากฑฺฒิตฺวา อาทาย กมฺเม อุปเนติ, เอวํ ภควา ‘‘ตสฺส ตํ เวทนํ อภินนฺทโต อภิวทโต อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต อุปฺปชฺชติ นนฺที; ยา เวทนาสุ นนฺที, ตทุปาทานํ, ตสฺสุปาทานปจฺจยา ภโว, ภวปจฺจยา ชาตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๙; สํ. นิ. ๓.๕) มชฺฌโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานาปิ เทเสติ.

ยถา จ เตสุ ปุริเสสุ เอโก วลฺลิยา อคฺคํ ปฐมํ ปสฺสติ, โส อคฺเค คเหตฺวา อคฺคานุสาเรน ยาว มูลา สพฺพํ อาทาย กมฺเม อุปเนติ, เอวํ ภควา ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ, ชาติปจฺจยา นุ โข, ภิกฺขเว, ชรามรณํ โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตี’’ติ? ‘‘ชาติปจฺจยา, ภนฺเต, ชรามรณํ; เอวํ โน เอตฺถ โหติ – ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ. ‘‘ภวปจฺจยา ชาติ…เป… อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ, อวิชฺชาปจฺจยา นุ โข, ภิกฺขเว, สงฺขารา โน วา กถํ วา เอตฺถ โหตี’’ติ? ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา, ภนฺเต, สงฺขารา; เอวํ โน เอตฺถ โหติ – อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ ปริโยสานโต ปฏฺฐาย ยาว อาทิโตปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ เทเสติ.

ยถา ปน เตสุ ปุริเสสุ เอโก วลฺลิยา มชฺฌเมว ปฐมํ ปสฺสติ, โส มชฺเฌ ฉินฺทิตฺวา เหฏฺฐา โอตรนฺโต ยาว มูลา อาทาย กมฺเม อุปเนติ, เอวํ ภควา ‘‘อิเม, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อาหารา กึ นิทานา, กึ สมุทยา, กึ ชาติกา, กึ ปภวา? อิเม จตฺตาโร อาหารา ตณฺหานิทานา, ตณฺหาสมุทยา, ตณฺหาชาติกา, ตณฺหาปภวา. ตณฺหา จายํ, ภิกฺขเว, กึ นิทานา? เวทนา, ผสฺโส, สฬายตนํ, นามรูปํ, วิญฺญาณํ. สงฺขารา กึ นิทานา…เป… สงฺขารา อวิชฺชานิทานา, อวิชฺชาสมุทยา, อวิชฺชาชาติกา, อวิชฺชาปภวา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๑) มชฺฌโต ปฏฺฐาย ยาว อาทิโต เทเสติ.

กสฺมา ปเนวํ เทเสตีติ? ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส สมนฺตภทฺทกตฺตา, สยญฺจ เทสนาวิลาสปฺปตฺตตฺตา. สมนฺตภทฺทโก หิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ตโต ตโต ญายปฺปฏิเวธาย สํวตฺตติเยว. เทสนาวิลาสปฺปตฺโต จ ภควา จตุเวสารชฺชปฺปฏิสมฺภิทาโยเคน จตุพฺพิธคมฺภีรภาวปฺปตฺติยา จ. โส เทสนาวิลาสปฺปตฺตตฺตา นานานเยเหว ธมฺมํ เทเสติ. วิเสสโต ปนสฺส ยา อาทิโต ปฏฺฐาย อนุโลมเทสนา, สา ปวตฺติการณวิภาคสมฺมูฬฺหํ เวเนยฺยชนํ สมนุปสฺสโต ยถาสเกหิ การเณหิ ปวตฺติสนฺทสฺสนตฺถํ อุปฺปตฺติกฺกมสนฺทสฺสนตฺถญฺจ ปวตฺติตาติ ญาตพฺพา.

ยา ปริโยสานโต ปฏฺฐาย ปฏิโลมเทสนา, สา ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน ชายติ จ ชียติ จ มียติ จา’’ติ (ที. นิ. ๒.๕๗) อาทินา นเยน กิจฺฉาปนฺนํ โลกมนุวิโลกยโต ปุพฺพภาคปฺปฏิเวธานุสาเรน ตสฺส ตสฺส ชรามรณาทิกสฺส ทุกฺขสฺส อตฺตนาธิคตการณสนฺทสฺสนตฺถํ. ยา ปน มชฺฌโต ปฏฺฐาย ยาว อาทิ, สา อาหารนิทานววตฺถาปนานุสาเรน ยาว อตีตํ อทฺธานํ อติหริตฺวา ปุน อตีตทฺธโต ปภุติ เหตุผลปฏิปาฏิสนฺทสฺสนตฺถํ. ยา ปน มชฺฌโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา ปวตฺตา, สา ปจฺจุปฺปนฺเน อทฺธาเน อนาคตทฺธเหตุสมุฏฺฐานโต ปภุติ อนาคตทฺธสนฺทสฺสนตฺถํ. ตาสุ ยา สา ปวตฺติการณสมฺมูฬฺหสฺส เวเนยฺยชนสฺส ยถาสเกหิ การเณหิ ปวตฺติสนฺทสฺสนตฺถํ อุปฺปตฺติกฺกมสนฺทสฺสนตฺถญฺจ อาทิโต ปฏฺฐาย อนุโลมเทสนา วุตฺตา, สา อิธ นิกฺขิตฺตาติ เวทิตพฺพา.

กสฺมา ปเนตฺถ อวิชฺชา อาทิโต วุตฺตา? กึ ปกติวาทีนํ ปกติ วิย อวิชฺชาปิ อการณํ มูลการณํ โลกสฺสาติ? น อการณํ. ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ หิ อวิชฺชาย การณํ วุตฺตํ. อตฺถิ ปน ปริยาโย เยน มูลการณํ สิยา. โก ปน โสติ? วฏฺฏกถาย สีสภาโว. ภควา หิ วฏฺฏกถํ กเถนฺโต เทฺว ธมฺเม สีสํ กตฺวา กเถสิ – อวิชฺชํ วา ภวตณฺหํ วา. ยถาห – ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชาย ‘อิโต ปุพฺเพ อวิชฺชา นาโหสิ, อถ ปจฺฉา สมภวี’ติ. เอวญฺเจตํ, ภิกฺขเว, วุจฺจติ, อถ จ ปน ปญฺญายติ ‘อิทปฺปจฺจยา อวิชฺชา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๖๑); ภวตณฺหํ วา, ยถาห – ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ ภวตณฺหาย ‘อิโต ปุพฺเพ ภวตณฺหา นาโหสิ, อถ ปจฺฉา สมภวี’ติ. เอวญฺเจตํ, ภิกฺขเว, วุจฺจติ, อถ จ ปน ปญฺญายติ ‘อิทปฺปจฺจยา ภวตณฺหา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๖๒).

กสฺมา ปน ภควา วฏฺฏกถํ กเถนฺโต อิเม เทฺวว ธมฺเม สีสํ กตฺวา กเถสีติ? สุคติทุคฺคติคามิโน กมฺมสฺส วิเสสเหตุภูตตฺตา. ทุคฺคติคามิโน หิ กมฺมสฺส วิเสสเหตุ อวิชฺชา. กสฺมา? ยสฺมา อวิชฺชาภิภูโต ปุถุชฺชโน, อคฺคิสนฺตาปลคุฬาภิฆาตปริสฺสมาภิภูตา วชฺฌคาวี ตาย ปริสฺสมาตุรตาย นิรสฺสาทมฺปิ อตฺตโน อนตฺถาวหมฺปิ จ อุโณฺหทกปานํ วิย, กิเลสสนฺตาปโต นิรสฺสาทมฺปิ ทุคฺคติวินิปาตโต จ อตฺตโน อนตฺถาวหมฺปิ ปาณาติปาตาทิมเนกปฺปการํ ทุคฺคติคามิกมฺมํ อารภติ. สุคติคามิโน ปน กมฺมสฺส วิเสสเหตุ ภวตณฺหา. กสฺมา? ยสฺมา ภวตณฺหาภิภูโต ปุถุชฺชโน, ยถา วุตฺตปฺปการา คาวี สีตุทกตณฺหาย สอสฺสาทํ อตฺตโน ปริสฺสมวิโนทนญฺจ สีตุทกปานํ วิย, กิเลสสนฺตาปวิรหโต สอสฺสาทํ สุคติสมฺปาปเนน อตฺตโน ทุคฺคติทุกฺขปริสฺสมวิโนทนญฺจ ปาณาติปาตาเวรมณีอาทิมเนกปฺปการํ สุคติคามิกมฺมํ อารภติ.

เอเตสุ ปน วฏฺฏกถาย สีสภูเตสุ ธมฺเมสุ กตฺถจิ ภควา เอกธมฺมมูลิกํ เทสนํ เทเสติ, เสยฺยถิทํ – ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, อวิชฺชูปนิสา สงฺขารา, สงฺขารูปนิสํ วิญฺญาณ’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๒๓). ตถา ‘‘อุปาทานีเยสุ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิโน วิหรโต ตณฺหา ปวฑฺฒติ, ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาน’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๕๒). กตฺถจิ อุภยมูลิกมฺปิ, เสยฺยถิทํ – ‘‘อวิชฺชานีวรณสฺส, ภิกฺขเว, พาลสฺส ตณฺหาย สมฺปยุตฺตสฺส เอวมยํ กาโย สมุทาคโต. อิติ อยญฺเจว กาโย พหิทฺธา จ นามรูปํ อิตฺเถตํ ทฺวยํ, ทฺวยํ ปฏิจฺจ ผสฺโส, สเฬวายตนานิ เยหิ ผุฏฺโฐ พาโล สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๑๙). ตาสุ ตาสุ เทสนาสุ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ อยมิธ อวิชฺชาวเสน เอกธมฺมมูลิกา เทสนาติ เวทิตพฺพา. เอวํ ตาเวตฺถ เทสนาเภทโต วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘อตฺถโต’ติ อวิชฺชาทีนํ ปทานํ อตฺถโต, เสยฺยถิทํ – ปูเรตุํ อยุตฺตฏฺเฐน กายทุจฺจริตาทิ อวินฺทิยํ นาม; อลทฺธพฺพนฺติ อตฺโถ. ตํ อวินฺทิยํ วินฺทตีติ อวิชฺชา. ตพฺพิปรีตโต กายสุจริตาทิ วินฺทิยํ นาม. ตํ วินฺทิยํ น วินฺทตีติ อวิชฺชา. ขนฺธานํ ราสฏฺฐํ, อายตนานํ อายตนฏฺฐํ, ธาตูนํ สุญฺญฏฺฐํ, สจฺจานํ ตถฏฺฐํ, อินฺทฺริยานํ อาธิปเตยฺยฏฺฐํ อวิทิตํ กโรตีติ อวิชฺชา. ทุกฺขาทีนํ ปีฬนาทิวเสน วุตฺตํ จตุพฺพิธํ จตุพฺพิธํ อตฺถํ อวิทิตํ กโรตีติปิ อวิชฺชา. อนฺตวิรหิเต สํสาเร สพฺพโยนิคติภววิญฺญาณฏฺฐิติสตฺตาวาเสสุ สตฺเต ชวาเปตีติ อวิชฺชา. ปรมตฺถโต อวิชฺชมาเนสุ อิตฺถิปุริสาทีสุ ชวติ, วิชฺชมาเนสุปิ ขนฺธาทีสุ น ชวตีติ อวิชฺชา. อปิจ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ วตฺถารมฺมณานํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทปฏิจฺจสมุปฺปนฺนานญฺจ ธมฺมานํ ฉาทนโตปิ อวิชฺชา.

ยํ ปฏิจฺจ ผลเมติ โส ปจฺจโย. ปฏิจฺจาติ น วินา เตน; ตํ อปจฺจกฺขิตฺวาติ อตฺโถ. เอตีติ อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จาติ อตฺโถ. อปิ จ อุปการกฏฺโฐ ปจฺจยฏฺโฐ. อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย. ตสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา.

สงฺขตมภิสงฺขโรนฺตีติ สงฺขารา. อปิจ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขารา จาติ ทุวิธา สงฺขารา. ตตฺถ ปุญฺญาปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขารา ตโย, กายวจีจิตฺตสงฺขารา ตโยติ อิเม ฉ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา. เต สพฺเพปิ โลกิยกุสลากุสลเจตนามตฺตเมว โหนฺติ.

สงฺขตสงฺขาโร, อภิสงฺขตสงฺขาโร, อภิสงฺขรณสงฺขาโร, ปโยคาภิสงฺขาโรติ อิเม ปน จตฺตาโร สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขารา. ตตฺถ ‘‘อนิจฺจา วต สงฺขารา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๒๑, ๒๗๒; สํ. นิ. ๑.๑๘๖; ๒.๑๔๓) วุตฺตา สพฺเพปิ สปฺปจฺจยา ธมฺมา ‘สงฺขตสงฺขารา’ นาม. กมฺมนิพฺพตฺตา เตภูมกา รูปารูปธมฺมา ‘อภิสงฺขตสงฺขารา’ติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตา. เตปิ ‘‘อนิจฺจา วต สงฺขารา’’ติ เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. วิสุํ ปน เนสํ อาคตฏฺฐานํ น ปญฺญายติ. เตภูมกกุสลากุสลเจตนา ปน ‘อภิสงฺขรณกสงฺขาโร’ติ วุจฺจติ. ตสฺส ‘‘อวิชฺชาคโตยํ, ภิกฺขเว, ปุริสปุคฺคโล ปุญฺญญฺเจ อภิสงฺขโรตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๕๑) อาคตฏฺฐานํ ปญฺญายติ. กายิกเจตสิกํ ปน วีริยํ ‘ปโยคาภิสงฺขาโร’ติ วุจฺจติ. โส ‘‘ยาวติกา อภิสงฺขารสฺส คติ, ตาวติกํ คนฺตฺวา อกฺขาหตํ มญฺเญ อฏฺฐาสี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๑๕) อาคโต.

น เกวลญฺจ เอเตเยว, อญฺเญปิ ‘‘สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺชนฺตสฺส โข, อาวุโส วิสาข, ภิกฺขุโน ปฐมํ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร, ตโต กายสงฺขาโร, ตโต จิตฺตสงฺขาโร’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๖๔) นเยน สงฺขารสทฺเทน อาคตา อเนกสงฺขารา. เตสุ นตฺถิ โส สงฺขาโร, โย สงฺขตสงฺขาเร สงฺคหํ น คจฺเฉยฺย. อิโต ปรํ สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณนฺติอาทีสุ ยํ วุตฺตํ ตํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

อวุตฺเต ปน วิชานาตีติ วิญฺญาณํ. นมตีติ นามํ. รุปฺปตีติ รูปํ. อาเย ตโนติ, อายตญฺจ นยตีติ อายตนํ. ผุสตีติ ผสฺโส. เวทยตีติ เวทนา. ปริตสฺสตีติ ตณฺหา. อุปาทิยตีติ อุปาทานํ. ภวติ ภาวยติ จาติ ภโว. ชนนํ ชาติ. ชีรณํ ชรา. มรนฺติ เอเตนาติ มรณํ. โสจนํ โสโก. ปริเทวนํ ปริเทโว. ทุกฺขยตีติ ทุกฺขํ; อุปฺปาทฏฺฐิติวเสน วา เทฺวธา ขณตีติ ทุกฺขํ. ทุมฺมนสฺส ภาโว โทมนสฺสํ. ภุโส อายาโส อุปายาโส.

สมฺภวนฺตีติ นิพฺพตฺตนฺติ. น เกวลญฺจ โสกาทีเหว, อถ โข สพฺพปเทหิ ‘สมฺภวนฺตี’ติ สทฺทสฺส โยชนา กาตพฺพา. อิตรถา หิ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ วุตฺเต กึ กโรนฺตีติ น ปญฺญาเยยฺยุํ. ‘‘สมฺภวนฺตี’’ติ ปน โยชนาย สติ ‘‘อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย; ตสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สมฺภวนฺตี’’ติ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนววตฺถานํ กตํ โหติ. เอส นโย สพฺพตฺถ.

เอวนฺติ นิทฺทิฏฺฐนยนิทสฺสนํ. เตน อวิชฺชาทีเหว การเณหิ, น อิสฺสรนิมฺมานาทีหีติ ทสฺเสติ. เอตสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส. เกวลสฺสาติ อสมฺมิสฺสสฺส สกลสฺส วา. ทุกฺขกฺขนฺธสฺสาติ ทุกฺขสมูหสฺส, น สตฺตสฺส, น สุขสุภาทีนํ. สมุทโยติ นิพฺพตฺติ. โหตีติ สมฺภวติ. เอวเมตฺถ อตฺถโต วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘ลกฺขณาทิโต’ติ อวิชฺชาทีนํ ลกฺขณาทิโต, เสยฺยถิทํ – อญฺญาณลกฺขณา อวิชฺชา, สมฺโมหนรสา, ฉาทนปจฺจุปฏฺฐานา, อาสวปทฏฺฐานา. อภิสงฺขรณลกฺขณา สงฺขารา, อายูหนรสา, เจตนาปจฺจุปฏฺฐานา, อวิชฺชาปทฏฺฐานา. วิชานนลกฺขณํ วิญฺญาณํ, ปุพฺพงฺคมรสํ, ปฏิสนฺธิปจฺจุปฏฺฐานํ, สงฺขารปทฏฺฐานํ, วตฺถารมฺมณปทฏฺฐานํ วา. นมนลกฺขณํ นามํ, สมฺปโยครสํ, อวินิพฺโภคปจฺจุปฏฺฐานํ, วิญฺญาณปทฏฺฐานํ. รุปฺปนลกฺขณํ รูปํ, วิกิรณรสํ, อพฺยากตปจฺจุปฏฺฐานํ, วิญฺญาณปทฏฺฐานํ. อายตนลกฺขณํ สฬายตนํ, ทสฺสนาทิรสํ, วตฺถุทฺวารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, นามรูปปทฏฺฐานํ. ผุสนลกฺขโณ ผสฺโส, สงฺฆฏฺฏนรโส, สงฺคติปจฺจุปฏฺฐาโน, สฬายตนปทฏฺฐาโน. อนุภวนลกฺขณา เวทนา, วิสยรสสมฺโภครสา, สุขทุกฺขปจฺจุปฏฺฐานา, ผสฺสปทฏฺฐานา. เหตุลกฺขณา ตณฺหา, อภินนฺทนรสา, อติตฺติภาวปจฺจุปฏฺฐานา, เวทนาปทฏฺฐานา. คหณลกฺขณํ อุปาทานํ, อมุญฺจนรสํ, ตณฺหาทฬฺหตฺตทิฏฺฐิปจฺจุปฏฺฐานํ, ตณฺหาปทฏฺฐานํ. กมฺมกมฺมผลลกฺขโณ ภโว, ภาวนภวนรโส, กุสลากุสลาพฺยากตปจฺจุปฏฺฐาโน, อุปาทานปทฏฺฐาโน. ชาติอาทีนํ ลกฺขณาทีนิ สจฺจวิภงฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. เอวเมตฺถ ลกฺขณาทิโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘เอกวิธาทิโต’ติ เอตฺถ อวิชฺชา อญฺญาณาทสฺสนโมหาทิภาวโต เอกวิธา, อปฺปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺติโต ทุวิธา ตถา สงฺขาราสงฺขารโต, เวทนาตฺตยสมฺปโยคโต ติวิธา, จตุสจฺจอปฺปฏิเวธโต จตุพฺพิธา, คติปญฺจกาทีนวจฺฉาทนโต ปญฺจวิธา, ทฺวารารมฺมณโต ปน สพฺเพสุปิ อรูปธมฺเมสุ ฉพฺพิธตา เวทิตพฺพา.

สงฺขารา สาสววิปากธมฺมธมฺมาทิภาวโต เอกวิธา, กุสลากุสลโต ทุวิธา ตถา ปริตฺตมหคฺคตหีนมชฺฌิมมิจฺฉตฺตนิยตานิยตโต, ติวิธา ปุญฺญาภิสงฺขาราทิภาวโต, จตุพฺพิธา จตุโยนิสํวตฺตนโต, ปญฺจวิธา ปญฺจคติคามิโต.

วิญฺญาณํ โลกิยวิปากาทิภาวโต เอกวิธํ, สเหตุกาเหตุกาทิโต ทุวิธํ, ภวตฺตยปริยาปนฺนโต เวทนาตฺตยสมฺปโยคโต อเหตุกทุเหตุกติเหตุกโต จ ติวิธํ, โยนิคติวเสน จตุพฺพิธํ ปญฺจวิธญฺจ.

นามรูปํ วิญฺญาณสนฺนิสฺสยโต กมฺมปจฺจยโต จ เอกวิธํ, สารมฺมณานารมฺมณโต ทุวิธํ, อตีตาทิโต ติวิธํ, โยนิคติวเสน จตุพฺพิธํ ปญฺจวิธญฺจ.

สฬายตนํ สญฺชาติสโมสรณฏฺฐานโต เอกวิธํ, ภูตปฺปสาทวิญฺญาณาทิโต ทุวิธํ, สมฺปตฺตาสมฺปตฺตโนภยโคจรโต ติวิธํ, โยนิคติปริยาปนฺนโต จตุพฺพิธํ ปญฺจวิธญฺจาติ อิมินา นเยน ผสฺสาทีนมฺปิ เอกวิธาทิภาโว เวทิตพฺโพติ. เอวเมตฺถ เอกวิธาทิโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘องฺคานญฺจ ววตฺถานา’ติ โสกาทโย เจตฺถ ภวจกฺกสฺส อวิจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺตา. ชรามรณพฺภาหตสฺส หิ พาลสฺส เต สมฺภวนฺติ. ยถาห – ‘‘อสฺสุตวา, ภิกฺขเว, ปุถุชฺชโน สารีริกาย ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน โสจติ กิลมติ ปริเทวติ อุรตฺตาฬึ กนฺทติ สมฺโมหมาปชฺชตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๕๒). ยาว จ เตสํ ปวตฺติ ตาว อวิชฺชายาติ ปุนปิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ สมฺพนฺธเมว โหติ ภวจกฺกํ. ตสฺมา เตสมฺปิ ชรามรเณเนว เอกสงฺเขปํ กตฺวา ทฺวาทเสว ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานีติ เวทิตพฺพานิ. เอวเมตฺถ องฺคานํ ววตฺถานโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย. อยํ ตาเวตฺถ อุทฺเทสวารวเสน สงฺเขปกถา.

อุทฺเทสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อวิชฺชาปทนิทฺเทโส

๒๒๖. อิทานิ นิทฺเทสวารวเสน วิตฺถารกถา โหติ. ‘‘อวิชฺชา ปจฺจยา สงฺขารา’’ติ หิ วุตฺตํ. ตตฺถ อวิชฺชาปจฺจเยสุ สงฺขาเรสุ ทสฺเสตพฺเพสุ ยสฺมา ปุตฺเต กเถตพฺเพ ปฐมํ ปิตา กถียติ. เอวญฺหิ สติ ‘มิตฺตสฺส ปุตฺโต, ทตฺตสฺส ปุตฺโต’ติ ปุตฺโต สุกถิโต โหติ. ตสฺมา เทสนากุสโล สตฺถา สงฺขารานํ ชนกตฺเถน ปิตุสทิสํ อวิชฺชํ ตาว ทสฺเสตุํ ตตฺถ กตมา อวิชฺชา? ทุกฺเข อญฺญาณนฺติอาทิมาห.

ตตฺถ ยสฺมา อยํ อวิชฺชา ทุกฺขสจฺจสฺส ยาถาวสรสลกฺขณํ ชานิตุํ ปสฺสิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ, ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา คนฺเถตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺมา ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. ตถา ยสฺมา ทุกฺขสมุทยสฺส ทุกฺขนิโรธสฺส ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ยาถาวสรสลกฺขณํ ชานิตุํ ปสฺสิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ, ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา คนฺเถตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺมา ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณนฺติ วุจฺจติ. อิเมสุ จตูสุ ฐาเนสุ สุตฺตนฺติกปริยาเยน อญฺญาณํ อวิชฺชาติ กถิตํ.

นิกฺเขปกณฺเฑ (ธ. ส. ๑๐๖๗) ปน อภิธมฺมปริยาเยน ‘‘ปุพฺพนฺเต อญฺญาณ’’นฺติ อปเรสุปิ จตูสุ ฐาเนสุ อญฺญาณํ คหิตํ. ตตฺถ ปุพฺพนฺเตติ อตีโต อทฺธา, อตีตานิ ขนฺธธาตุอายตนานิ. อปรนฺเตติ อนาคโต อทฺธา, อนาคตานิ ขนฺธธาตุอายตนานิ. ปุพฺพนฺตาปรนฺเตติ ตทุภยํ. อิทปฺปจฺจยตาติ สงฺขาราทีนํ การณานิ อวิชฺชาทีนิ องฺคานิ. ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺมาติ อวิชฺชาทีหิ นิพฺพตฺตา สงฺขาราทโย ธมฺมา. ตตฺรายํ อวิชฺชา ยสฺมา อตีตานํ ขนฺธาทีนํ ยาถาวสรสลกฺขณํ ชานิตุํ ปสฺสิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ, ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา คนฺเถตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺมา ‘‘ปุพฺพนฺเต อญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. ตถา ยสฺมา อนาคตานํ ขนฺธาทีนํ, อตีตานาคตานํ ขนฺธาทีนํ อิทปฺปจฺจยตาย เจว ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺมานญฺจ ยาถาวสรสลกฺขณํ ชานิตุํ ปสฺสิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ, ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา คนฺเถตฺวา ติฏฺฐติ, ตสฺมา อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ อญฺญาณนฺติ วุจฺจติ. อิเมสุ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อภิธมฺมปริยาเยน อญฺญาณํ อวิชฺชาติ กถิตํ.

เอวํ กึ กถิตํ โหติ? กิจฺจโต เจว ชาติโต จ อวิชฺชา กถิตา นาม โหติ. กถํ? อยญฺหิ อวิชฺชา อิมานิ อฏฺฐ ฐานานิ ชานิตุํ ปสฺสิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทตีติ กิจฺจโต กถิตา; อุปฺปชฺชมานาปิ อิเมสุ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อุปฺปชฺชตีติ ชาติโตปิ กถิตา. เอวํ กเถตฺวา ปุน ‘‘ยํ เอวรูปํ อญฺญาณํ อทสฺสน’’นฺติอาทีนิ ปญฺจวีสติ ปทานิ อวิชฺชาย ลกฺขณํ ทสฺเสตุํ คหิตานิ.

ตตฺถ ยสฺมา อยํ อวิชฺชา อิเมหิ อฏฺฐหิ ปเทหิ กถิตาปิ ปุน ปญฺจวีสติยา ปเทหิ ลกฺขเณ อกถิเต สุกถิตา นาม น โหติ, ลกฺขเณ ปน กถิเตเยว สุกถิตา นาม โหติ. ยถา ปุริโส นฏฺฐํ โคณํ ปริเยสมาโน มนุสฺเส ปุจฺเฉยฺย – ‘‘อปิ, อยฺยา, เสตํ โคณํ ปสฺสถ, รตฺตํ โคณํ ปสฺสถา’’ติ? เต เอวํ วเทยฺยุํ – ‘‘อิมสฺมึ รฏฺเฐ เสตรตฺตานํ โคณานํ อนฺโต นตฺถิ, กึ เต โคณสฺส ลกฺขณ’’นฺติ? อถ เตน ‘สงฺฆาฏิ’ วา ‘นงฺคลํ’ วาติ วุตฺเต โคโณ สุกถิโต นาม ภเวยฺย; เอวเมว ยสฺมา อยํ อวิชฺชา อฏฺฐหิ ปเทหิ กถิตาปิ ปุน ปญฺจวีสติยา ปเทหิ ลกฺขเณ อกถิเต สุกถิตา นาม น โหติ, ลกฺขเณ ปน กถิเตเยว สุกถิตา นาม โหติ. ตสฺมา ยานสฺสา ลกฺขณทสฺสนตฺถํ ปญฺจวีสติ ปทานิ กถิตานิ, เตสมฺปิ วเสน เวทิตพฺพา.

เสยฺยถิทํ – ญาณํ นาม ปญฺญา. สา อตฺถตฺถํ การณการณํ จตุสจฺจธมฺมํ วิทิตํ ปากฏํ กโรติ. อยํ ปน อวิชฺชา อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ วิทิตํ ปากฏํ กาตุํ น เทตีติ ญาณปจฺจนีกโต อญฺญาณํ. ทสฺสนนฺติปิ ปญฺญา. สาปิ ตํ อาการํ ปสฺสติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ ปสฺสิตุํ น เทตีติ อทสฺสนํ. อภิสมโยติปิ ปญฺญา. สา ตํ อาการํ อภิสเมติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ อภิสเมตุํ น เทตีติ อนภิสมโย. อนุโพโธ สมฺโพโธ ปฏิเวโธติปิ ปญฺญา. สา ตํ อาการํ อนุพุชฺฌติ สมฺพุชฺฌติ ปฏิวิชฺฌติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ อนุพุชฺฌิตุํ สํพุชฺฌิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทตีติ อนนุโพโธ อสมฺโพโธ อปฺปฏิเวโธ. สงฺคาหนาติปิ ปญฺญา. สา ตํ อาการํ คเหตฺวา ฆํสิตฺวา คณฺหาติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ คเหตฺวา ฆํสิตฺวา คณฺหิตุํ น เทตีติ อสงฺคาหนา. ปริโยคาหนาติปิ ปญฺญา. สา ตํ อาการํ โอคาหิตฺวา อนุปวิสิตฺวา คณฺหาติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ โอคาหิตฺวา อนุปวิสิตฺวา คณฺหิตุํ น เทตีติ อปริโยคาหนา. สมเปกฺขนาติปิ ปญฺญา. สา ตํ อาการํ สมํ สมฺมา จ เปกฺขติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ สมํ สมฺมา จ เปกฺขิตุํ น เทตีติ อสมเปกฺขนา. ปจฺจเวกฺขณาติปิ ปญฺญา. สา ตํ อาการํ ปจฺจเวกฺขติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขิตุํ น เทตีติ อปจฺจเวกฺขณา. นาสฺสา กิญฺจิ กมฺมํ ปจฺจกฺขํ อตฺถิ, สยญฺจ อปจฺจเวกฺขิตฺวา กตํ กมฺมนฺติ อปจฺจกฺขกมฺมํ. ทุมฺเมธภาวตาย ทุมฺเมชฺฌํ. พาลภาวตาย พาลฺยํ.

สมฺปชญฺญนฺติปิ ปญฺญา. สา อตฺถตฺถํ การณการณํ จตุสจฺจธมฺมํ สมฺมา ปชานาติ. อวิชฺชา ปน อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ อาการํ ปชานิตุํ น เทตีติ อสมฺปชญฺญํ. โมหนวเสน โมโห. ปโมหนวเสน ปโมโห. สมฺโมหนวเสน สมฺโมโห. อวินฺทิยํ วินฺทตีติอาทิวเสน อวิชฺชา. วฏฺฏสฺมึ โอหนติ โอสีทาเปตีติ อวิชฺโชโฆ. วฏฺฏสฺมึ โยเชตีติ อวิชฺชาโยโค. อปฺปหีนวเสน ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต จ อวิชฺชานุสโย. มคฺเค ปริยุฏฺฐิตโจรา อทฺธิเก วิย กุสลจิตฺตํ ปริยุฏฺฐาติ คณฺหาติ วิลุมฺปตีติ อวิชฺชาปริยุฏฺฐานํ. ยถา นครทฺวาเร ปลิฆสงฺขาตาย ลงฺคิยา ปติตาย อนฺโตนคเร มนุสฺสานํ พหินครคมนมฺปิ พหินคเร มนุสฺสานํ อนฺโตนครปเวสนมฺปิ ปจฺฉิชฺชติ, เอวเมว ยสฺส สกฺกายนคเร อยํ ปติตา ตสฺส นิพฺพานสมฺปาปกํ ญาณคมนํ ปจฺฉิชฺชตีติ อวิชฺชาลงฺคี นาม โหติ. อกุสลญฺจ ตํ มูลญฺจ, อกุสลานํ วา มูลนฺติ อกุสลมูลํ. ตํ ปน น อญฺญํ, อิธาธิปฺเปโต โมโหติ โมโห อกุสลมูลํ. อยํ วุจฺจติ อวิชฺชาติ อยํ เอวํลกฺขณา อวิชฺชา นามาติ วุจฺจติ. เอวํ ปญฺจวีสติปทวเสน อวิชฺชาย ลกฺขณํ เวทิตพฺพํ.

เอวํลกฺขณา ปนายํ อวิชฺชา ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณนฺติ วุตฺตาปิ ทุกฺขสจฺจสฺส เอกเทโส โหติ, สหชาตา โหติ, ตํ อารมฺมณํ กโรติ, ฉาเทติ; สมุทยสจฺจสฺส น เอกเทโส โหติ, สหชาตา โหติ, ตํ อารมฺมณํ กโรติ, ฉาเทติ; นิโรธสจฺจสฺส เนว เอกเทโส โหติ, น สหชาตา, น ตํ อารมฺมณํ กโรติ, เกวลํ ฉาเทติ; มคฺคสจฺจสฺสาปิ น เอกเทโส, น สหชาตา, น ตํ อารมฺมณํ กโรติ, เกวลํ ฉาเทติ. ทุกฺขารมฺมณตา อวิชฺชา อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ ฉาเทติ. สมุทยารมฺมณตา อวิชฺชา อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ ฉาเทติ. นิโรธารมฺมณตา อวิชฺชา นุปฺปชฺชติ, ตญฺจ ฉาเทติ. มคฺคารมฺมณตา อวิชฺชา นูปฺปชฺชติ, ตญฺจ ฉาเทติ.

เทฺว สจฺจา ทุทฺทสตฺตา คมฺภีรา. เทฺว สจฺจา คมฺภีรตฺตา ทุทฺทสา. อปิจ โข ปน ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจํ คมฺภีรญฺเจว ทุทฺทสญฺจ. ตตฺถ ทุกฺขํ นาม ปากฏํ, ลกฺขณสฺส ปน ทุทฺทสตฺตา คมฺภีรํ นาม ชาตํ. สมุทเยปิ เอเสว นโย. ยถา ปน มหาสมุทฺทํ มนฺเถตฺวา โอชาย นีหรณํ นาม ภาโร, สิเนรุปาทโต วาลิกาย อุทฺธรณํ นาม ภาโร, ปพฺพตํ ปีเฬตฺวา รสสฺส นีหรณํ นาม ภาโร; เอวเมว เทฺว สจฺจานิ คมฺภีรตาย เอว ทุทฺทสานิ, นิโรธสจฺจํ ปน อติคมฺภีรญฺจ อติทุทฺทสญฺจาติ. เอวํ ทุทฺทสตฺตา คมฺภีรานํ คมฺภีรตฺตา จ ทุทฺทสานํ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ ปฏิจฺฉาทกํ โมหนฺธการํ อยํ วุจฺจติ อวิชฺชาติ.

อวิชฺชาปทนิทฺเทโส.

สงฺขารปทนิทฺเทโส

สงฺขารปเท เหฏฺฐา วุตฺตสงฺขาเรสุ สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขาเร อนามสิตฺวา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาเรเยว ทสฺเสนฺโต ตตฺถ กตเม อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา? ปุญฺญาภิสงฺขาโรติอาทิมาห. ตตฺถ ปุนาติ อตฺตโน การกํ, ปูเรติ จสฺส อชฺฌาสยํ, ปุชฺชญฺจ ภวํ นิพฺพตฺเตตีติ ปุญฺโญ. อภิสงฺขโรติ วิปากํ กฏตฺตารูปญฺจาติ อภิสงฺขาโร. ปุญฺโญว อภิสงฺขาโร ปุญฺญาภิสงฺขาโร. ปุญฺญปฏิปกฺขโต อปุญฺโญ. อปุญฺโญว อภิสงฺขาโร อปุญฺญาภิสงฺขาโร. น อิญฺชตีติ อาเนญฺชํ. อาเนญฺชเมว อภิสงฺขาโร, อาเนญฺชญฺจ ภวํ อภิสงฺขโรตีติ อาเนญฺชาภิสงฺขาโร. กาเยน ปวตฺติโต, กายโต วา ปวตฺโต, กายสฺส วา สงฺขาโรติ กายสงฺขาโร. วจีสงฺขารจิตฺตสงฺขาเรสุปิ เอเสว นโย.

ตตฺถ ปฐมตฺติโก ปริวีมํสนสุตฺตวเสน คหิโต. ตตฺถ หิ ‘‘ปุญฺญญฺเจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, ปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺญาณํ. อปุญฺญญฺเจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, อปุญฺญุปคํ โหติ วิญฺญาณํ. อาเนญฺชญฺเจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, อาเนญฺชุปคํ โหติ วิญฺญาณ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๕๑) วุตฺตํ. ทุติยตฺติโก ตทนนฺตรสฺส วิภงฺคสุตฺตสฺส วเสน คหิโต, สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตปริยาเยน (ม. นิ. ๑.๑๐๒) คหิโตติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. ตตฺถ หิ ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, สงฺขารา. กตเม ตโย? กายสงฺขาโร, วจีสงฺขาโร, จิตฺตสงฺขาโร’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒) วุตฺตํ. กสฺมา ปเนเตสํ สุตฺตานํ วเสน เต คหิตาติ? อยํ อภิธมฺโม นาม น อธุนากโต, นาปิ พาหิรกอิสีหิ วา สาวเกหิ วา เทวตาหิ วา ภาสิโต. สพฺพญฺญุชินภาสิโต ปน อยํ. อภิธมฺเมปิ หิ สุตฺเตปิ เอกสทิสาว ตนฺติ นิทฺทิฏฺฐาติ อิมสฺสตฺถสฺส ทีปนตฺถํ.

อิทานิ เต สงฺขาเร ปเภทโต ทสฺเสตุํ ตตฺถ กตโม ปุญฺญาภิสงฺขาโรติอาทิมาห. ตตฺถ กุสลา เจตนาติ อนิยมโต จตุภูมิกเจตนาปิ วุตฺตา. กามาวจรา รูปาวจราติ นิยมิตตฺตา ปน อฏฺฐ กามาวจรกุสลเจตนา, ปญฺจ รูปาวจรกุสลเจตนาติ เตรส เจตนา ปุญฺญาภิสงฺขาโร นาม. ทานมยาติอาทีหิ ตาสํเยว เจตนานํ ปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน ปวตฺติ ทสฺสิตา. ตตฺถ อฏฺฐ กามาวจราว ทานสีลมยา โหนฺติ. ภาวนามยา ปน เตรสปิ. ยถา หิ ปคุณํ ธมฺมํ สชฺฌายมาโน เอกํ เทฺว อนุสนฺธิคเตปิ น ชานาติ, ปจฺฉา อาวชฺชนฺโต ชานาติ; เอวเมว กสิณปริกมฺมํ กโรนฺตสฺส ปคุณชฺฌานํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปคุณกมฺมฏฺฐานญฺจ มนสิกโรนฺตสฺส ญาณวิปฺปยุตฺตาปิ ภาวนา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภาวนามยา ปน เตรสปี’’ติ.

ตตฺถ ทานมยาทีสุ ‘‘ทานํ อารพฺภ ทานมธิกิจฺจ ยา อุปฺปชฺชติ เจตนา สญฺเจตนา เจตยิตตฺตํ – อยํ วุจฺจติ ทานมโย ปุญฺญาภิสงฺขาโรติ. สีลํ อารพฺภ…เป… ภาวนํ อารพฺภ ภาวนมธิกิจฺจ ยา อุปฺปชฺชติ เจตนา สญฺเจตนา เจตยิตตฺตํ – อยํ วุจฺจติ ภาวนามโย ปุญฺญาภิสงฺขาโร’’ติ (วิภ. ๗๖๙) อยํ สงฺเขปเทสนา.

จีวราทีสุ ปน จตูสุ ปจฺจเยสุ รูปาทีสุ วา ฉสุ อารมฺมเณสุ อนฺนาทีสุ วา ทสสุ ทานวตฺถูสุ ตํ ตํ เทนฺตสฺส เตสํ อุปฺปาทนโต ปฏฺฐาย ปุพฺพภาเค ปริจฺจาคกาเล ปจฺฉา โสมนสฺสจิตฺเตน อนุสฺสรเณ จาติ ตีสุ กาเลสุ ปวตฺตา เจตนา ทานมยา นาม. สีลํ ปริปูรณตฺถาย ปน ‘ปพฺพชิสฺสามี’ติ วิหารํ คจฺฉนฺตสฺส ปพฺพชนฺตสฺส มโนรถํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ‘ปพฺพชิโต วตมฺหิ, สาธุ สุฏฺฐู’ติ อาวชฺชนฺตสฺส ปาติโมกฺขํ สํวรนฺตสฺส จีวราทโย ปจฺจเย ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อาปาถคเตสุ รูปาทีสุ จกฺขุทฺวาราทีนิ สํวรนฺตสฺส อาชีวํ โสเธนฺตสฺส จ ปวตฺตา เจตนา สีลมยา นาม. ปฏิสมฺภิทายํ วุตฺเตน วิปสฺสนามคฺเคน จกฺขุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต ภาเวนฺตสฺส รูเป…เป… ธมฺเม, จกฺขุวิญฺญาณํ…เป… มโนวิญฺญาณํ, จกฺขุสมฺผสฺสํ…เป… มโนสมฺผสฺสํ, จกฺขุสมฺผสฺสชํ เวทนํ…เป… มโนสมฺผสฺสชํ เวทนํ, รูปสญฺญํ …เป… ธมฺมสญฺญํ ชรามรณํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต ภาเวนฺตสฺส ปวตฺตา เจตนา ภาวนามยา นามาติ อยํ วิตฺถารกถา.

อปุญฺญาภิสงฺขารนิทฺเทเส อกุสลา เจตนาติ ทฺวาทสอกุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตา เจตนา. กามาวจราติ กิญฺจาปิ ตตฺถ ฐเปตฺวา เทฺว โทมนสฺสสหคตเจตนา เสสา รูปารูปภเวปิ อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ ปน ปฏิสนฺธึ น อากฑฺฒนฺติ, กามาวจเรเยว ปฏิสนฺธิวเสน วิปากํ อวจาเรนฺตีติ กามาวจราเตฺวว วุตฺตา.

อาเนญฺชาภิสงฺขารนิทฺเทเส กุสลา เจตนา อรูปาวจราติ จตสฺโส อรูปาวจรกุสลเจตนา. เอตา หิ จตสฺโส อนิญฺชนฏฺเฐน อนิญฺชนสฺส จ อภิสงฺขรณฏฺเฐน อาเนญฺชาภิสงฺขาโรติ วุจฺจนฺติ. รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานโต หิ ติสฺโส กุสลวิปากกิริยาเจตนา ทฺวาทส อรูปาวจรเจตนาติ ปญฺจทส ธมฺมา อนิจฺจลฏฺเฐน อผนฺทนฏฺเฐน อาเนญฺชา นาม. ตตฺถ รูปาวจรา กุสลา เจตนา อนิญฺชา สมานาปิ อตฺตนา สริกฺขกมฺปิ อสริกฺขกมฺปิ สอิญฺชนมฺปิ อนิญฺชนมฺปิ รูปารูปํ ชเนตีติ อาเนญฺชาภิสงฺขาโร นาม น โหติ. วิปากกิริยเจตนา ปน อวิปากตฺตา วิปากํ น อภิสงฺขโรนฺติ, ตถา อรูปาวจรา วิปากกิริยเจตนาปีติ เอกาทสาปิ เอตา เจตนา อาเนญฺชาว น อภิสงฺขารา. จตุพฺพิธา ปน อรูปาวจรกุสลเจตนา ยถา หตฺถิอสฺสาทีนํ สทิสาว ฉายา โหนฺติ, เอวํ อตฺตนา สทิสํ นิจฺจลํ อรูปเมว ชเนตีติ อาเนญฺชาภิสงฺขาโรติ วุจฺจตีติ.

เอวํ ปุญฺชาภิสงฺขารวเสน เตรส, อปุญฺญาภิสงฺขารวเสน ทฺวาทส, อาเนญฺชาภิสงฺขารวเสน จตสฺโสติ สพฺพาเปตา ปริปิณฺฑิตา เอกูนตึส เจตนา โหนฺติ. อิติ ภควา อปริมาเณสุ จกฺกวาเฬสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ อุปฺปชฺชนกกุสลากุสลเจตนา มหาตุลาย ธารยมาโน วิย, นาฬิยํ ปกฺขิปิตฺวา มินมาโน วิย จ สพฺพญฺญุตญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา เอกูนตึสเมว ทสฺเสสิ.

อิทานิ อปริมาเณสุ จกฺกวาเฬสุ อปริมาณา สตฺตา กุสลากุสลกมฺมํ อายูหมานา เยหิ ทฺวาเรหิ อายูหนฺติ, ตานิ ตีณิ กมฺมทฺวารานิ ทสฺเสนฺโต ตตฺถ กตโม กายสงฺขาโร? กายสญฺเจตนาติอาทิมาห. ตตฺถ กายสญฺเจตนาติ กายวิญฺญตฺตึ สมุฏฺฐาเปตฺวา กายทฺวารโต ปวตฺตา อฏฺฐ กามาวจรกุสลเจตนา ทฺวาทส อกุสลเจตนาติ สมวีสติ เจตนา; กายทฺวาเร อาทานคฺคหณโจปนํ ปาปยมานา อุปฺปนฺนา วีสติ กุสลากุสลเจตนาติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ.

วจีสญฺเจตนาติ วจีวิญฺญตฺตึ สมุฏฺฐาเปตฺวา วจีทฺวารโต ปวตฺตา ตาเยว วีสติ เจตนา; วจีทฺวาเร หนุสญฺโจปนํ วากฺยเภทํ ปาปยมานา อุปฺปนฺนา วีสติ เจตนาติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อภิญฺญาเจตนา ปเนตฺถ ปรโต วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย น โหตีติ น คหิตา. ยถา จ อภิญฺญาเจตนา, เอวํ อุทฺธจฺจเจตนาปิ น โหติ. ตสฺมา สาปิ วิญฺญาณสฺส ปจฺจยภาเว อปเนตพฺพา. อวิชฺชาปจฺจยา ปน สพฺพาเปตา โหนฺติ.

มโนสญฺเจตนาติ อุโภปิ วิญฺญตฺติโย อสมุฏฺฐาเปตฺวา มโนทฺวาเร อุปฺปนฺนา สพฺพาปิ เอกูนตึส เจตนา. อิติ ภควา อปริมาเณสุ จกฺกวาเฬสุ อปริมาณา สตฺตา กุสลากุสลกมฺมํ อายูหมานา อิเมหิ ตีหิ ทฺวาเรหิ อายูหนฺตีติ อายูหนกมฺมทฺวารํ ทสฺเสสิ.

อิเมสํ ปน ทฺวินฺนมฺปิ ติกานํ อญฺญมญฺญํ สมฺปโยโค เวทิตพฺโพ. กถํ? ปุญฺญาภิสงฺขาโร หิ กายทุจฺจริตา วิรมนฺตสฺส สิยา กายสงฺขาโร, วจีทุจฺจริตา วิรมนฺตสฺส สิยา วจีสงฺขาโร. เอวํ อฏฺฐ กุสลเจตนา กามาวจรา ปุญฺญาภิสงฺขาโร จ โหติ กายสงฺขาโร จ วจีสงฺขาโร จ. มโนทฺวาเร อุปฺปนฺนา ปน เตรส เจตนา ปุญฺญาภิสงฺขาโร จ โหติ จิตฺตสงฺขาโร จ. อปุญฺญาภิสงฺขาโรปิ กายทุจฺจริตวเสน ปวตฺติยํ สิยา กายสงฺขาโร, วจีทุจฺจริตวเสน ปวตฺติยํ สิยา วจีสงฺขาโร, เทฺว ทฺวารานิ มุญฺจิตฺวา มโนทฺวาเร ปวตฺติยํ สิยา จิตฺตสงฺขาโรติ. เอวํ อปุญฺญาภิสงฺขาโร กายสงฺขาโรปิ โหติ วจีสงฺขาโรปิ จิตฺตสงฺขาโรปิ.

กายสงฺขาโร ปน สิยา ปุญฺญาภิสงฺขาโร, สิยา อปุญฺญาภิสงฺขาโร, น อาเนญฺชาภิสงฺขาโร. ตถา วจีสงฺขาโร. จิตฺตสงฺขาโร ปน สิยา ปุญฺญาภิสงฺขาโร, สิยา อปุญฺญาภิสงฺขาโร, สิยา อาเนญฺชาภิสงฺขาโรติ. อิเม อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา นาม.

กถํ ปเนตํ ชานิตพฺพํ – อิเม สงฺขารา อวิชฺชาปจฺจยา โหนฺตีติ? อวิชฺชาภาเว ภาวโต. ยสฺส หิ ทุกฺขาทีสุ อวิชฺชาสงฺขาตํ อญฺญาณํ อปฺปหีนํ โหติ, โส ทุกฺเข ตาว ปุพฺพนฺตาทีสุ จ อญฺญาเณน สํสารทุกฺขํ สุขสญฺญาย คเหตฺวา ตสฺส เหตุภูเต ติวิเธปิ สงฺขาเร อารภติ, สมุทเย อญฺญาเณน ทุกฺขเหตุภูเตปิ ตณฺหาปริกฺขาเร สงฺขาเร สุขเหตุโต มญฺญมาโน อารภติ, นิโรเธ ปน มคฺเค จ อญฺญาเณน ทุกฺขสฺส อนิโรธภูเตปิ คติวิเสเส ทุกฺขนิโรธสญฺญี หุตฺวา นิโรธสฺส จ อมคฺคภูเตสุปิ ยญฺญามรตปาทีสุ นิโรธมคฺคสญฺญี หุตฺวา ทุกฺขนิโรธํ ปตฺถยมาโน ยญฺญามรตปาทิมุเขน ติวิเธปิ สงฺขาเร อารภติ.

อปิจ โส ตาย จตูสุ สจฺเจสุ อปฺปหีนาวิชฺชตาย วิเสสโต ชาติชราโรคมรณาทิอเนกาทีนวโวกิณฺณํ ปุญฺญผลสงฺขาตํ ทุกฺขํ ทุกฺขโต อชานนฺโต ตสฺส อธิคมาย กายวจีจิตฺตสงฺขารเภทํ ปุญฺญาภิสงฺขารํ อารภติ เทวจฺฉรกามโก วิย มรุปปาตํ; สุขสมฺมตสฺสาปิ จ ตสฺส ปุญฺญผลสฺส อนฺเต มหาปริฬาหชนกํ วิปริณามทุกฺขตํ อปฺปสฺสาทตญฺจ อปสฺสนฺโตปิ ตปฺปจฺจยํ วุตฺตปฺปการเมว ปุญฺญาภิสงฺขารํ อารภติ สลโภ วิย ทีปสิขาภินิปาตํ, มธุพินฺทุคิทฺโธ วิย จ มธุลิตฺตสตฺถธาราเลหนํ.

กามูปเสวนาทีสุ จ สวิปาเกสุ อาทีนวํ อปสฺสนฺโต สุขสญฺญาย เจว กิเลสาภิภูตตาย จ ทฺวารตฺตยปฺปวตฺตมฺปิ อปุญฺญาภิสงฺขารํ อารภติ พาโล วิย คูถกีฬนํ, มริตุกาโม วิย จ วิสขาทนํ. อารุปฺปวิปาเกสุ จาปิ สงฺขารวิปริณามทุกฺขตํ อนวพุชฺฌมาโน สสฺสตาทิวิปลฺลาเสน จิตฺตสงฺขารภูตํ อาเนญฺชาภิสงฺขารํ อารภติ ทิสามูโฬฺห วิย ปิสาจนคราภิมุขมคฺคคมนํ.

เอวํ ยสฺมา อวิชฺชาภาวโตว สงฺขารภาโว, น อภาวโต; ตสฺมา ชานิตพฺพเมตํ – อิเม สงฺขารา อวิชฺชาปจฺจยา โหนฺตีติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘อวิทฺวา, ภิกฺขเว, อวิชฺชาคโต ปุญฺญาภิสงฺขารมฺปิ อภิสงฺขโรติ, อปุญฺญาภิสงฺขารมฺปิ อภิสงฺขโรติ, อาเนญฺชาภิสงฺขารมฺปิ อภิสงฺขโรติ. ยโต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อวิชฺชา ปหีนา, วิชฺชา อุปฺปนฺนา, โส อวิชฺชาวิราคา วิชฺชุปฺปาทา เนว ปุญฺญาภิสงฺขารํ อภิสงฺขโรตี’’ติ.

เอตฺถาห – คณฺหาม ตาว เอตํ ‘อวิชฺชา สงฺขารานํ ปจฺจโย’ติ. อิทํ ปน วตฺตพฺพํ – ‘กตเมสํ สงฺขารานํ กถํ ปจฺจโย โหตี’ติ? ตตฺริทํ วุจฺจติ –

ปจฺจโย โหติ ปุญฺญานํ, ทุวิธาเนกธา ปน;

ปเรสํ ปจฺฉิมานํ สา, เอกธา ปจฺจโย มตา.

ตตฺถ ‘ปุญฺญานํ ทุวิธา’ติ อารมฺมณปจฺจเยน จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน จาติ เทฺวธา ปจฺจโย โหติ. สา หิ อวิชฺชํ ขยโต วยโต สมฺมสนกาเล กามาวจรานํ ปุญฺญาภิสงฺขารานํ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ, อภิญฺญาจิตฺเตน สโมหจิตฺตชานนกาเล รูปาวจรานํ, อวิชฺชาสมติกฺกมนตฺถาย ปน ทานาทีนิ เจว กามาวจรปุญฺญกิริยวตฺถูนิ ปูเรนฺตสฺส รูปาวจรชฺฌานานิ จ อุปฺปาเทนฺตสฺส ทฺวินฺนมฺปิ เตสํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ; ตถา อวิชฺชาสมฺมูฬฺหตฺตา กามภวรูปภวสมฺปตฺติโย ปตฺเถตฺวา ตาเนว ปุญฺญานิ กโรนฺตสฺส.

‘อเนกธา ปน ปเรส’นฺติ อปุญฺญาภิสงฺขารานํ อเนกธา ปจฺจโย โหติ. กถํ? เอสา หิ อวิชฺชํ อารพฺภ ราคาทีนํ อุปฺปชฺชนกาเล อารมฺมณปจฺจเยน, ครุํ กตฺวา อสฺสาทนกาเล อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสเยหิ, อวิชฺชาสมฺมูฬฺหสฺส อนาทีนวทสฺสาวิโน ปาณาติปาตาทีนิ กโรนฺตสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน, ทุติยชวนาทีนํ อนนฺตรสมนนฺตรานนฺตรูปนิสฺสยาเสวนนตฺถิวิคตปจฺจเยหิ, ยํ กิญฺจิ อกุสลํ กโรนฺตสฺส เหตุสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหีติ อเนกธา ปจฺจโย โหติ.

‘ปจฺฉิมานํ สา เอกธา ปจฺจโย มตา’ติ อาเนญฺชาภิสงฺขารานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยเนว เอกธา ปจฺจโย มตา. โส ปนสฺสา อุปนิสฺสยภาโว ปุญฺญาภิสงฺขาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ.

เอตฺถาห – ‘กึ ปนายเมกาว อวิชฺชา สงฺขารานํ ปจฺจโย อุทาหุ อญฺเญปิ ปจฺจยา โหนฺตี’ติ? กิญฺเจตฺถ ยทิ ตาว เอกาว เอกการณวาโท อาปชฺชติ. อถ ‘อญฺเญปิ สนฺติ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’ติ เอกการณนิทฺเทโส นุปปชฺชตีติ? น นุปปชฺชติ. กสฺมา? ยสฺมา –

เอกํ น เอกโต อิธ, นาเนกมเนกโตปิ โน เอกํ;

ผลมตฺถิ อตฺถิ ปน เอก-เหตุผลทีปเน อตฺโถ.

เอกโต หิ การณโต น อิธ กิญฺจิ เอกํ ผลมตฺถิ, น อเนกํ. นาปิ อเนเกหิ การเณหิ เอกํ. อเนเกหิ ปน การเณหิ อเนกเมว โหติ. ตถา หิ อเนเกหิ อุตุปถวีพีชสลิลสงฺขาเตหิ การเณหิ อเนกเมว รูปคนฺธรสาทิองฺกุรสงฺขาตํ ผลมุปฺปชฺชมานํ ทิสฺสติ. ยํ ปเนตํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ เอเกกเหตุผลทีปนํ กตํ, ตตฺถ อตฺโถ อตฺถิ, ปโยชนํ วิชฺชติ.

ภควา หิ กตฺถจิ ปธานตฺตา, กตฺถจิ ปากฏตฺตา, กตฺถจิ อสาธารณตฺตา, เทสนาวิลาสสฺส จ เวเนยฺยานญฺจ อนุรูปโต เอกเมวเหตุํ วา ผลํ วา ทีเปติ; ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติ (ที. นิ. ๒.๙๗) หิ เอกเมว เหตุํ ผลญฺจาห. ผสฺโส หิ เวทนาย ปธานเหตุ ยถาผสฺสํ เวทนาววตฺถานโต. เวทนา จ ผสฺสสฺส ปธานผลํ ยถาเวทนํ ผสฺสววตฺถานโต.

‘‘เสมฺหสมุฏฺฐานา อาพาธา’’ติ (มหานิ. ๕) ปากฏตฺตา เอกํ เหตุมาห. ปากโฏ เหตฺถ เสโมฺห, น กมฺมาทโย. ‘‘เย เกจิ, ภิกฺขเว, อกุสลา ธมฺมา, สพฺเพเต อโยนิโสมนสิการมูลกา’’ติ อสาธารณตฺตา เอกํ เหตุมาห; อสาธารโณ หิ อโยนิโสมนสิกาโร อกุสลานํ, สาธารณานิ วตฺถารมฺมณาทีนีติ.

ตสฺมา อยมิธ อวิชฺชา วิชฺชมาเนสุปิ อญฺเญสุ วตฺถารมฺมณสหชาตธมฺมาทีสุ สงฺขารการเณสุ ‘‘อสฺสาทานุปสฺสิโน ตณฺหา ปวฑฺฒตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๕๒) จ ‘‘อวิชฺชาสมุทยา อาสวสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๔) จ วจนโต อญฺเญสมฺปิ ตณฺหาทีนํ สงฺขารเหตูนํ เหตูติ ปธานตฺตา, ‘‘อวิทฺวา, ภิกฺขเว, อวิชฺชาคโต ปุญฺญาภิสงฺขารมฺปิ อภิสงฺขโรตี’’ติ ปากฏตฺตา อสาธารณตฺตา จ สงฺขารานํ เหตุภาเวน ทีปิตาติ เวทิตพฺพา. เอเตเนว จ เอเกกเหตุผลทีปนปริหารวจเนน สพฺพตฺถ เอเกกเหตุผลทีปเน ปโยชนํ เวทิตพฺพนฺติ.

เอตฺถาห – เอวํ สนฺเตปิ เอกนฺตานิฏฺฐผลาย สาวชฺชาย อวิชฺชาย กถํ ปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขารปจฺจยตฺตํ ยุชฺชติ? น หิ นิมฺพพีชโต อุจฺฉุ อุปฺปชฺชตีติ. กถํ น ยุชฺชิสฺสติ? โลกสฺมิญฺหิ –

วิรุทฺโธ จาวิรุทฺโธ จ, สทิสาสทิโส ตถา;

ธมฺมานํ ปจฺจโย สิทฺโธ, วิปากา เอว เต จ น.

ธมฺมานญฺหิ ฐานสภาวกิจฺจาทิวิรุทฺโธ จ อวิรุทฺโธ จ ปจฺจโย โลเก สิทฺโธ. ปุริมจิตฺตญฺหิ อปรจิตฺตสฺส ฐานวิรุทฺโธ ปจฺจโย, ปุริมสิปฺปาทิสิกฺขา จ ปจฺฉาปวตฺตมานานํ สิปฺปาทิกิริยานํ. กมฺมํ รูปสฺส สภาววิรุทฺโธ ปจฺจโย, ขีราทีนิ จ ทธิอาทีนํ. อาโลโก จกฺขุวิญฺญาณสฺส กิจฺจวิรุทฺโธ, คุฬาทโย จ อาสวาทีนํ. จกฺขุรูปาทโย ปน จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ฐานาวิรุทฺธา ปจฺจยา. ปุริมชวนาทโย ปจฺฉิมชวนาทีนํ สภาวาวิรุทฺธา กิจฺจาวิรุทฺธา จ.

ยถา จ วิรุทฺธาวิรุทฺธา ปจฺจยา สิทฺธา, เอวํ สทิสาสทิสาปิ. สทิสเมว หิ อุตุอาหารสงฺขาตํ รูปํ รูปสฺส ปจฺจโย โหติ, สาลิพีชาทีนิ จ สาลิผลาทีนํ. อสทิสมฺปิ รูปํ อรูปสฺส, อรูปญฺจ รูปสฺส ปจฺจโย โหติ; โคโลมาวิโลมวิสาณทธิติลปิฏฺฐาทีนิ จ ทพฺพภูติณกาทีนํ. เยสญฺจ ธมฺมานํ เย วิรุทฺธาวิรุทฺธา สทิสาสทิสา ปจฺจยา, น เต ธมฺมา เตสํ ธมฺมานํ วิปากาเยว. อิติ อยํ อวิชฺชา วิปากวเสน เอกนฺตานิฏฺฐผลสภาววเสน จ สาวชฺชาปิ สมานา สพฺเพสมฺปิ เอเตสํ ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ ยถานุรูปํ ฐานกิจฺจสภาววิรุทฺธาวิรุทฺธปจฺจยวเสน สทิสาสทิสปจฺจยวเสน จ ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺพา.

โส จสฺสา ปจฺจยภาโว ‘‘ยสฺส หิ ทุกฺขาทีสุ อวิชฺชาสงฺขาตํ อญฺญาณํ อปฺปหีนํ โหติ, โส ทุกฺเข ตาว ปุพฺพนฺตาทีสุ จ อญฺญาเณน สํสารทุกฺขํ สุขสญฺญาย คเหตฺวา ตสฺส เหตุภูเต ติวิเธปิ สงฺขาเร อารภตี’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต เอว.

อปิจ อยํ อญฺโญปิ ปริยาโย –

จุตูปปาเต สํสาเร, สงฺขารานญฺจ ลกฺขเณ;

โย ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน-ธมฺเมสุ จ วิมุยฺหติ.

อภิสงฺขโรติ โส เอเต, สงฺขาเร ติวิเธ ยโต;

อวิชฺชา ปจฺจโย เตสํ, ติวิธานมฺปิ ยํ ตโตติ.

กถํ ปน โย เอเตสุ วิมุยฺหติ, โส ติวิเธเปเต สงฺขาเร กโรตีติ เจ? จุติยา ตาว วิมูโฬฺห สพฺพตฺถ ‘‘ขนฺธานํ เภโท มรณ’’นฺติ จุตึ อคณฺหนฺโต ‘สตฺโต มรติ, สตฺตสฺส เทสนฺตรสงฺกมน’นฺติอาทีนิ วิกปฺเปติ. อุปปาเต วิมูโฬฺห สพฺพตฺถ ‘‘ขนฺธานํ ปาตุภาโว ชาตี’’ติ อุปปาตํ อคณฺหนฺโต ‘สตฺโต อุปปชฺชติ, สตฺตสฺส นวสรีรปาตุภาโว’ติอาทีนิ วิกปฺเปติ. สํสาเร วิมูโฬฺห โย เอส –

‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;

อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, สํสาโรติ ปวุจฺจตี’’ติ.

เอวํ วณฺณิโต สํสาโร. ตํ เอวํ อคณฺหนฺโต ‘อยํ สตฺโต อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ คจฺฉติ, ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกํ อาคจฺฉตี’ติอาทีนิ วิกปฺเปติ. สงฺขารานํ ลกฺขเณ วิมูโฬฺห สงฺขารานํ สภาวลกฺขณํ สามญฺญลกฺขณญฺจ อคณฺหนฺโต สงฺขาเร อตฺตโต อตฺตนิยโต ธุวโต สุภโต สุขโต จ วิกปฺเปติ. ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺเมสุ วิมูโฬฺห อวิชฺชาทีหิ สงฺขาราทีนํ ปวตฺตึ อคณฺหนฺโต ‘‘อตฺตา ชานาติ วา น ชานาติ วา, โส เอว กโรติ จ กาเรติ จ โส ปฏิสนฺธิยํ อุปปชฺชติ, ตสฺส อณุอิสฺสราทโย กลลาทิภาเวน สรีรํ สณฺฐเปตฺวา อินฺทฺริยานิ สมฺปาเทนฺติ, โส อินฺทฺริยสมฺปนฺโน ผุสติ เวทิยติ ตณฺหิยติ อุปาทิยติ ฆฏิยติ, โส ปุน ภวนฺตเร ภวตี’’ติ วา ‘‘สพฺเพ สตฺตา นิยติสงฺคติภาวปริณตา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘) วา วิกปฺเปติ. โส เอวํ อวิชฺชาย อนฺธีกโต เอวํ วิกปฺเปนฺโต ยถา นาม อนฺโธ ปถวิยํ วิจรนฺโต มคฺคมฺปิ อมคฺคมฺปิ ถลมฺปิ นินฺนมฺปิ สมมฺปิ วิสมมฺปิ ปฏิปชฺชติ, เอวํ ปุญฺญมฺปิ อปุญฺญมฺปิ อาเนญฺชมฺปิ สงฺขารํ อภิสงฺขโรตีติ. เตเนตํ วุจฺจติ –

ยถาปิ นาม ชจฺจนฺโธ, นโร อปรินายโก;

เอกทา ยาติ มคฺเคน, กุมฺมคฺเคนาปิ เอกทา.

สํสาเร สํสรํ พาโล, ตถา อปรินายโก;

กโรติ เอกทา ปุญฺญํ, อปุญฺญมปิ เอกทา.

ยทา ญตฺวา จ โส ธมฺมํ, สจฺจานิ อภิสเมสฺสติ;

ตทา อวิชฺชูปสมา, อุปสนฺโต จริสฺสตีติ.

อยํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ปทสฺมึ วิตฺถารกถา.

อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารปทนิทฺเทโส.

วิญฺญาณปทนิทฺเทโส

๒๒๗. สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณปทนิทฺเทเส จกฺขุวิญฺญาณนฺติอาทีสุ จกฺขุวิญฺญาณํ กุสลวิปากํ อกุสลวิปากนฺติ ทุวิธํ โหติ. ตถา โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณานิ. มโนวิญฺญาณํ ปน กุสลากุสลวิปากา เทฺว มโนธาตุโย, ติสฺโส อเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุโย, อฏฺฐ สเหตุกานิ กามาวจรวิปากจิตฺตานิ, ปญฺจ รูปาวจรานิ, จตฺตาริ อรูปาวจรานีติ พาวีสติวิธํ โหติ. อิติ อิเมหิ ฉหิ วิญฺญาเณหิ สพฺพานิปิ พาตฺตึส โลกิยวิปากวิญฺญาณานิ สงฺคหิตานิ โหนฺติ. โลกุตฺตรานิ ปน วฏฺฏกถายํ น ยุชฺชนฺตีติ น คหิตานิ.

ตตฺถ สิยา – กถํ ปเนตํ ชานิตพฺพํ ‘อิทํ วุตฺตปฺปการํ วิญฺญาณํ สงฺขารปจฺจยา โหตี’ติ? อุปจิตกมฺมาภาเว วิปากาภาวโต. วิปากเญฺหตํ, วิปากญฺจ น อุปจิตกมฺมาภาเว อุปฺปชฺชติ. ยทิ อุปฺปชฺเชยฺย, สพฺเพสํ สพฺพวิปากานิ อุปฺปชฺเชยฺยุํ; น จ อุปฺปชฺชนฺตีติ ชานิตพฺพเมตํ – ‘สงฺขารปจฺจยา อิทํ วิญฺญาณํ โหตี’ติ.

กตรสงฺขารปจฺจยา กตรวิญฺญาณนฺติ เจ? กามาวจรปุญฺญาภิสงฺขารปจฺจยา ตาว กุสลวิปากานิ ปญฺจ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ, มโนวิญฺญาเณ เอกา มโนธาตุ, เทฺว มโนวิญฺญาณธาตุโย, อฏฺฐ กามาวจรมหาวิปากานีติ โสฬส. ยถาห –

‘‘กามาวจรสฺส กุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา วิปากํ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปนฺนํ โหติ. ตถา โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณํ อุปฺปนฺนํ โหติ, วิปากา มโนธาตุ อุปฺปนฺนา โหติ, มโนวิญฺญาณธาตุ อุปฺปนฺนา โหติ โสมนสฺสสหคตา, มโนวิญฺญาณธาตุ อุปฺปนฺนา โหติ อุเปกฺขาสหคตา, มโนวิญฺญาณธาตุ อุปฺปนฺนา โหติ โสมนสฺสสหคตา ญาณสมฺปยุตฺตา, โสมนสฺสสหคตา ญาณสมฺปยุตฺตา สสงฺขาเรน, โสมนสฺสสหคตา ญาณวิปฺปยุตฺตา, โสมนสฺสสหคตา ญาณวิปฺปยุตฺตา สสงฺขาเรน, อุเปกฺขาสหคตา ญาณสมฺปยุตฺตา, อุเปกฺขาสหคตา ญาณสมฺปยุตฺตา สสงฺขาเรน, อุเปกฺขาสหคตา ญาณวิปฺปยุตฺตา, อุเปกฺขาสหคตา ญาณวิปฺปยุตฺตา สสงฺขาเรนา’’ติ (ธ. ส. ๔๓๑, ๔๙๘).

รูปาวจรปุญฺญาภิสงฺขารปจฺจยา ปน ปญฺจ รูปาวจรวิปากานิ. ยถาห –

‘‘ตสฺเสว รูปาวจรสฺส กุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา วิปากํ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ…เป… ปญฺจมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ (ธ. ส. ๔๙๙).

เอวํ ปุญฺญาภิสงฺขารปจฺจยา เอกวีสติวิธํ วิญฺญาณํ โหติ.

อปุญฺญาภิสงฺขารปจฺจยา ปน อกุสลวิปากานิ ปญฺจ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ, เอกา มโนธาตุ, เอกา มโนวิญฺญาณธาตูติ เอวํ สตฺตวิธํ วิญฺญาณํ โหติ. ยถาห –

‘‘อกุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา วิปากํ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปนฺนํ โหติ. ตถา โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณํ, วิปากา มโนธาตุ, วิปากา มโนวิญฺญาณธาตุ อุปฺปนฺนา โหตี’’ติ (ธ. ส. ๕๕๖).

อาเนญฺชาภิสงฺขารปจฺจยา ปน จตฺตาริ อรูปวิปากานีติ เอวํ จตุพฺพิธํ วิญฺญาณํ โหตีติ. ยถาห –

‘‘ตสฺเสว อรูปาวจรสฺส กุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา วิปากํ สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา อากาสานญฺจายตนสญฺญาสหคตํ…เป… วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญาสหคตํ…เป… อากิญฺจญฺญายตนสญฺญาสหคตํ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนสญฺญาสหคตํ สุขสฺส จ ปหานา…เป… จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ (ธ. ส. ๕๐๑).

เอวํ ยํ สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ โหติ, ตํ ญตฺวา อิทานิสฺส เอวํ ปวตฺติ เวทิตพฺพา – สพฺพเมว หิ อิทํ ปวตฺติปฏิสนฺธิวเสน ทฺวิธา ปวตฺตติ. ตตฺถ เทฺว ปญฺจวิญฺญาณานิ, เทฺว มโนธาตุโย, โสมนสฺสสหคตาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตูติ อิมานิ เตรส ปญฺจโวการภเว ปวตฺติยํเยว ปวตฺตนฺติ. เสสานิ เอกูนวีสติ ตีสุ ภเวสุ ยถานุรูปํ ปวตฺติยมฺปิ ปฏิสนฺธิยมฺปิ ปวตฺตนฺติ.

กถํ? กุสลวิปากานิ ตาว จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ ปญฺจ กุสลวิปาเกน วา อกุสลวิปาเกน วา นิพฺพตฺตสฺส ยถากฺกมํ ปริปากมุปคตินฺทฺริยสฺส จกฺขาทีนํ อาปาถคตํ อิฏฺฐํ วา อิฏฺฐมชฺฌตฺตํ วา รูปาทิอารมฺมณํ อารพฺภ จกฺขาทิปสาทํ นิสฺสาย ทสฺสนสวนฆายนสายนผุสนกิจฺจํ สาธยมานานิ ปวตฺตนฺติ. ตถา อกุสลวิปากานิ ปญฺจ. เกวลญฺหิ เตสํ อนิฏฺฐํ อนิฏฺฐมชฺฌตฺตํ วา รูปาทิอารมฺมณํ โหติ, อยเมว วิเสโส. ทสาปิ เจตานิ นิยตทฺวารารมฺมณวตฺถุฏฺฐานานิ นิยตกิจฺจาเนว จ ภวนฺติ.

ตโต กุสลวิปากานํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อนนฺตรํ กุสลวิปากมโนธาตุ เตสญฺเญว อารมฺมณมารพฺภ หทยวตฺถุํ นิสฺสาย สมฺปฏิจฺฉนกิจฺจํ สาธยมานา ปวตฺตติ. ตถา อกุสลวิปากานํ อนนฺตรํ อกุสลวิปากา. อิทญฺจ ปน ทฺวยํ อนิยตทฺวารารมฺมณํ นิยตวตฺถุฏฺฐานํ นิยตกิจฺจญฺจ โหติ.

โสมนสฺสสหคตา ปน อเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ กุสลวิปากมโนธาตุยา อนนฺตรํ ตสฺสา เอว อารมฺมณํ อารพฺภ หทยวตฺถุํ นิสฺสาย สนฺตีรณกิจฺจํ สาธยมานา จ ฉสุ ทฺวาเรสุ พลวารมฺมเณ กามาวจรสตฺตานํ เยภุยฺเยน โลภสมฺปยุตฺตชวนาวสาเน ภวงฺควีถึ ปจฺฉินฺทิตฺวา ชวเนน คหิตารมฺมเณ ตทารมฺมณวเสน จ สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา ปวตฺตติ. จิตฺตปฺปวตฺติคณนายํ ปน สพฺพทฺวาเรสุ ตทารมฺมเณ เทฺว เอว จิตฺตวารา อาคตา. อิทํ ปน จิตฺตํ ตทารมฺมณนฺติ จ ปิฏฺฐิภวงฺคนฺติ จาติ เทฺว นามานิ ลภติ, อนิยตทฺวารารมฺมณํ นิยตวตฺถุกํ อนิยตฏฺฐานกิจฺจญฺจ โหตีติ. เอวํ ตาว เตรส ปญฺจโวการภเว ปวตฺติยํเยว ปวตฺตนฺตีติ เวทิตพฺพานิ. เสเสสุ เอกูนวีสติยา จิตฺเตสุ น กิญฺจิ อตฺตโน อนุรูปาย ปฏิสนฺธิยา น ปวตฺตติ.

ปวตฺติยํ ปน กุสลากุสลวิปากา ตาว เทฺว อเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุโย ปญฺจทฺวาเร กุสลากุสลวิปากมโนธาตูนํ อนนฺตรํ สนฺตีรณกิจฺจํ, ฉสุ ทฺวาเรสุ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ตทารมฺมณกิจฺจํ, อตฺตนา ทินฺนปฏิสนฺธิโต อุทฺธํ อสติ ภวงฺคุปจฺเฉทเก จิตฺตุปฺปาเท ภวงฺคกิจฺจํ, อนฺเต จุติกิจฺจญฺจาติ จตฺตาริ กิจฺจานิ สาธยมานา นิยตวตฺถุกา อนิยตทฺวารารมฺมณฏฺฐานกิจฺจา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ.

อฏฺฐ กามาวจรสเหตุกจิตฺตานิ ปวตฺติยํ วุตฺตนเยเนว ฉสุ ทฺวาเรสุ ตทารมฺมณกิจฺจํ, อตฺตนา ทินฺนปฏิสนฺธิโต อุทฺธํ อสติ ภวงฺคุปจฺเฉทเก จิตฺตุปฺปาเท ภวงฺคกิจฺจํ, อนฺเต จุติกิจฺจญฺจาติ ตีณิ กิจฺจานิ สาธยมานานิ นิยตวตฺถุกานิ อนิยตทฺวารารมฺมณฏฺฐานกิจฺจานิ หุตฺวา ปวตฺตนฺติ.

ปญฺจ รูปาวจรานิ จตฺตาริ จ อรูปาวจรานิ อตฺตนา ทินฺนปฏิสนฺธิโต อุทฺธํ อสติ ภวงฺคุปจฺเฉทเก จิตฺตุปฺปาเท ภวงฺคกิจฺจํ, อนฺเต จุติกิจฺจญฺจาติ กิจฺจทฺวยํ สาธยมานานิ ปวตฺตนฺติ. เตสุ รูปาวจรานิ นิยตวตฺถารมฺมณานิ อนิยตฏฺฐานกิจฺจานิ, อิตรานิ อวตฺถุกานิ นิยตารมฺมณานิ อนิยตฏฺฐานกิจฺจานิ หุตฺวา ปวตฺตนฺตีติ. เอวํ ตาว พาตฺตึสวิธมฺปิ วิญฺญาณํ ปวตฺติยํ สงฺขารปจฺจยา ปวตฺตติ. ตตฺรสฺส เต เต สงฺขารา กมฺมปจฺจเยน จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน จ ปจฺจยา โหนฺติ.

ตตฺถ ยาเนตานิ เอกาทส ตทารมฺมณจิตฺตานิ วุตฺตานิ, เตสุ เอกมฺปิ รูปารูปภเว ตทารมฺมณํ หุตฺวา น ปวตฺตติ. กสฺมา? พีชาภาวา. ตตฺถ หิ กามาวจรวิปากสงฺขาตํ ปฏิสนฺธิพีชํ นตฺถิ, ยํ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ ปวตฺติยํ ตสฺส ชนกํ ภเวยฺย. จกฺขุวิญฺญาณาทีนมฺปิ รูปภเว อภาโว อาปชฺชตีติ เจ? น; อินฺทฺริยปฺปวตฺติอานุภาวโต ทฺวารวีถิเภเท จิตฺตนิยมโต จ.

ยถา เจตํ ตทารมฺมณํ เอกนฺเตน รูปารูปภเว นปฺปวตฺตติ ตถา สพฺเพปิ อกามาวจเร ธมฺเม นานุพนฺธติ. กสฺมา? อชนกตฺตา เจว ชนกสฺส จ อสทิสตฺตา. ตญฺหิ ยถา นาม เคหา นิกฺขมิตฺวา พหิ คนฺตุกาโม ตรุณทารโก อตฺตโน ชนกํ ปิตรํ วา อญฺญํ วา ปิตุสทิสํ หิตกามํ ญาตึ องฺคุลิยํ คเหตฺวา อนุพนฺธติ, น อญฺญํ ราชปุริสาทึ, ตถา เอตมฺปิ ภวงฺคารมฺมณโต พหิ นิกฺขมิตุกามํ สภาคตาย อตฺตโน ชนกํ ปิตรํ วา ปิตุสทิสํ วา กามาวจรชวนเมว อนุพนฺธติ, น อญฺญํ มหคฺคตํ อนุตฺตรํ วา.

ยถา เจตํ มหคฺคตโลกุตฺตเร ธมฺเม นานุพนฺธติ, ตถา ยทา เอเต กามาวจรธมฺมาปิ มหคฺคตารมฺมณา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ ตทา เตปิ นานุพนฺธติ. กสฺมา? อปริจิตเทสตฺตา อจฺจนฺตปริตฺตารมฺมณตฺตา จ. ตญฺหิ ยถา ปิตรํ วา ปิตุสทิสํ วา ญาตึ อนุพนฺธนฺโตปิ ตรุณทารโก ฆรทฺวารอนฺตรวีถิจตุกฺกาทิมฺหิ ปริจิเตเยว เทเส อนุพนฺธติ, น อรญฺญํ วา ยุทฺธภูมึ วา คจฺฉนฺตํ; เอวํ กามาวจรธมฺเม อนุพนฺธนฺตมฺปิ อมหคฺคตาทิมฺหิ ปริจิเตเยว เทเส ปวตฺตมาเน ธมฺเม อนุพนฺธติ, น มหคฺคตโลกุตฺตรธมฺเม อารพฺภ ปวตฺตมาเนติ.

ยสฺมา จสฺส ‘‘สพฺโพ กามาวจรวิปาโก กิริยมโนธาตุ กิริยอเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ โสมนสฺสสหคตา อิเม ธมฺมา ปริตฺตารมฺมณา’’ติ เอวํ อจฺจนฺตปริตฺตเมว อารมฺมณํ วุตฺตํ, ตสฺมาเปตํ มหคฺคตโลกุตฺตรารมฺมเณ กามาวจรธมฺเมปิ นานุพนฺธตีติ เวทิตพฺพํ.

กึ วา อิมาย ยุตฺติกถาย? อฏฺฐกถายญฺหิ เอกนฺเตเนว วุตฺตํ – เอกาทส ตทารมฺมณจิตฺตานิ นามโคตฺตํ อารพฺภ ชวเน ชวิเต ตทารมฺมณํ น คณฺหนฺติ. ปณฺณตฺตึ อารพฺภ ชวเน ชวิเต ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ. ติลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาย ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ. วุฏฺฐานคามินิยา พลววิปสฺสนาย ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ. รูปารูปธมฺเม อารพฺภ ชวเน ชวิเต ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ. มิจฺฉตฺตนิยตธมฺเมสุ ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ. สมฺมตฺตนิยตธมฺเมสุ ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ. โลกุตฺตรธมฺเม อารพฺภ ชวเน ชวิเต ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ. อภิญฺญาญาณํ อารพฺภ ชวเน ชวิเต ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ. ปฏิสมฺภิทาญาณํ อารพฺภ ชวเน ชวิเต ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ. กามาวจเร ทุพฺพลารมฺมเณ ตทารมฺมณํ น ลพฺภติ, ฉสุ ทฺวาเรสุ พลวารมฺมเณ อาปาถคเตเยว ลพฺภติ, ลพฺภมานญฺจ กามาวจเรเยว ลพฺภติ. รูปารูปภเว ตทารมฺมณํ นาม นตฺถีติ.

ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘เสเสสุ เอกูนวีสติยา จิตฺเตสุ น กิญฺจิ อตฺตโน อนุรูปาย ปฏิสนฺธิยา น ปวตฺตตี’’ติ, ตํ อติสํขิตฺตตฺตา ทุพฺพิชานํ. เตนสฺส วิตฺถารนยทสฺสนตฺถํ วุจฺจติ – ‘‘กติ ปฏิสนฺธิโย? กติ ปฏิสนฺธิจิตฺตานิ? เกน กตฺถ ปฏิสนฺธิ โหติ? กึ ปฏิสนฺธิยา อารมฺมณ’’นฺติ?

อสญฺญปฏิสนฺธิยา สทฺธึ วีสติ ปฏิสนฺธิโย. วุตฺตปฺปการาเนว เอกูนวีสติ ปฏิสนฺธิจิตฺตานิ. ตตฺถ อกุสลวิปากาย อเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุยา อปาเยสุ ปฏิสนฺธิ โหติ, กุสลวิปากาย มนุสฺสโลเก ชจฺจนฺธชาติพธิรชาติอุมฺมตฺตกเอฬมูคนปุํสกาทีนํ. อฏฺฐหิ สเหตุกมหาวิปาเกหิ กามาวจรเทเวสุ เจว มนุสฺเสสุ จ ปุญฺญวนฺตานํ ปฏิสนฺธิ โหติ, ปญฺจหิ รูปาวจรวิปาเกหิ รูปีพฺรหฺมโลเก, จตูหิ อรูปาวจรวิปาเกหิ อรูปโลเกติ. เยน จ ยตฺถ ปฏิสนฺธิ โหติ, สา เอว ตสฺสา อนุรูปปฏิสนฺธิ นาม.

สงฺเขปโต ปฏิสนฺธิยา ตีณิ อารมฺมณานิ โหนฺติ – กมฺมํ, กมฺมนิมิตฺตํ, คตินิมิตฺตนฺติ. ตตฺถ กมฺมํ นาม อายูหิตา กุสลากุสลเจตนา. กมฺมนิมิตฺตํ นาม ยํ วตฺถุํ อารมฺมณํ กตฺวา กมฺมํ อายูหติ. ตตฺถ อตีเต กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถกสฺมิมฺปิ กมฺเม กเต ตสฺมึ ขเณ กมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา อาคนฺตฺวา อุปฏฺฐาติ.

ตตฺริทํ กมฺมนิมิตฺตสฺส อุปฏฺฐาเน วตฺถุ – โคปกสีวลี กิร นาม ตาลปิฏฺฐิกวิหาเร เจติยํ กาเรสิ. ตสฺส มรณมญฺเจ นิปนฺนสฺส เจติยํ อุปฏฺฐาสิ. โส ตเทว นิมิตฺตํ คณฺหิตฺวา กาลํกตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติ. อญฺญา สมฺมูฬฺหกาลกิริยา นาม โหติ. ปรมฺมุขํ คจฺฉนฺตสฺส หิ ปจฺฉโต ติขิเณน อสินา สีสํ ฉินฺทนฺติ. นิปชฺชิตฺวา นิทฺทายนฺตสฺสาปิ ติขิเณน อสินา สีสํ ฉินฺทนฺติ. อุทเก โอสีทาเปตฺวา มาเรนฺติ. เอวรูเปปิ กาเล อญฺญตรํ กมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา อุปฏฺฐาติ. อญฺญํ ลหุกมรณํ นาม อตฺถิ. นิขาทนทณฺฑกมตฺถกสฺมิญฺหิ นิลีนมกฺขิกํ มุคฺคเรน ปหริตฺวา ปิสนฺติ. เอวรูเปปิ กาเล กมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา อุปฏฺฐาติ. เอวํ ปิสิยมานาย ปน มกฺขิกาย ปฐมํ กายทฺวาราวชฺชนํ ภวงฺคํ นาวฏฺเฏติ, มโนทฺวาราวชฺชนเมว อาวฏฺเฏติ. อถ ชวนํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. ทุติยวาเร กายทฺวาราวชฺชนํ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏติ. ตโต กายวิญฺญาณํ, สมฺปฏิจฺฉนํ, สนฺตีรณํ, โวฏฺฐปนนฺติ วีถิจิตฺตานิ ปวตฺตนฺติ. ชวนํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. ตติยวาเร มโนทฺวาราวชฺชนํ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏติ. อถ ชวนํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. เอตสฺมึ ฐาเน กาลกิริยํ กโรติ. อิทํ กิมตฺถํ อาภตํ? อรูปธมฺมานํ วิสโย นาม เอวํ ลหุโกติ ทีปนตฺถํ.

คตินิมิตฺตํ นาม นิพฺพตฺตนกโอกาเส เอโก วณฺโณ อุปฏฺฐาติ. ตตฺถ นิรเย อุปฏฺฐหนฺเต โลหกุมฺภิสทิโส หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. มนุสฺสโลเก อุปฏฺฐหนฺเต มาตุกุจฺฉิกมฺพลยานสทิสา หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. เทวโลเก อุปฏฺฐหนฺเต กปฺปรุกฺขวิมานสยนาทีนิ อุปฏฺฐหนฺติ. เอวํ กมฺมํ, กมฺมนิมิตฺตํ, คตินิมิตฺตนฺติ สงฺเขปโต ปฏิสนฺธิยา ตีณิ อารมฺมณานิ โหนฺติ.

อปโร นโย – ปฏิสนฺธิยา ตีณิ อารมฺมณานิ โหนฺติ? อตีตํ, ปจฺจุปฺปนฺนํ, นวตฺตพฺพญฺจ. อสญฺญีปฏิสนฺธิ อนารมฺมณาติ. ตตฺถ วิญฺญาณญฺจายตนเนวสญฺญานาสญฺญายตนปฏิสนฺธีนํ อตีตเมว อารมฺมณํ. ทสนฺนํ กามาวจรานํ อตีตํ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ วา. เสสานํ นวตฺตพฺพํ. เอวํ ตีสุ อารมฺมเณสุ ปวตฺตมานา ปน ปฏิสนฺธิ ยสฺมา อตีตารมฺมณสฺส วา นวตฺตพฺพารมฺมณสฺส วา จุติจิตฺตสฺส อนนฺตรเมว โหติ. ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณํ ปน จุตฺติจิตฺตํ นาม นตฺถิ. ตสฺมา ทฺวีสุ อารมฺมเณสุ อญฺญตรารมฺมณาย จุติยา อนนฺตรํ ตีสุ อารมฺมเณสุ อญฺญตรารมฺมณาย ปฏิสนฺธิยา สุคติทุคฺคติวเสน ปวตฺตนากาโร เวทิตพฺโพ.

เสยฺยถิทํ – กามาวจรสุคติยํ ตาว ฐิตสฺส ปาปกมฺมิโน ปุคฺคลสฺส ‘‘ตานิสฺส ตมฺหิ สมเย โอลมฺพนฺตี’’ติอาทิวจนโต (ม. นิ. ๓.๒๔๘) มรณมญฺเจ นิปนฺนสฺส ยถูปจิตํ ปาปกมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ. ตํ อารพฺภ อุปฺปนฺนาย ตทารมฺมณปริโยสานาย สุทฺธาย วา ชวนวีถิยา อนนฺตรํ ภวงฺควิสยํ อารมฺมณํ กตฺวา จุติจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ตสฺมึ นิรุทฺเธ ตเทว อาปาถคตํ กมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา อารพฺภ อนุปจฺฉินฺนกิเลสพลวินามิตํ ทุคฺคติปริยาปนฺนํ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อยํ อตีตารมฺมณาย จุติยา อนนฺตรา อตีตารมฺมณา ปฏิสนฺธิ.

อปรสฺส มรณสมเย วุตฺตปฺปการกมฺมวเสน นรกาทีสุ อคฺคิชาลวณฺณาทิกํ ทุคฺคตินิมิตฺตํ มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ. ตสฺส ทฺวิกฺขตฺตุํ ภวงฺเค อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺเธ ตํ อารมฺมณํ อารพฺภ เอกํ อาวชฺชนํ, มรณสฺส อาสนฺนภาเวน มนฺทีภูตเวคตฺตา ปญฺจ ชวนานิ, เทฺว ตทารมฺมณานีติ ตีณิ วีถิจิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. ตโต ภวงฺควิสยํ อารมฺมณํ กตฺวา เอกํ จุติจิตฺตํ. เอตฺตาวตา เอกาทส จิตฺตกฺขณา อตีตา โหนฺติ. อถาวเสสปญฺจจิตฺตกฺขณายุเก ตสฺมึเยว อารมฺมเณ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อยํ อตีตารมฺมณาย จุติยา อนนฺตรา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ปฏิสนฺธิ.

อปรสฺส มรณสมเย ปญฺจนฺนํ ทฺวารานํ อญฺญตรสฺมึ ทฺวาเร ราคาทิเหตุภูตํ หีนารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ. ตสฺส ยถากฺกเมน อุปฺปนฺนโวฏฺฐพฺพนาวสาเน มรณสฺส อาสนฺนภาเวน มนฺทีภูตเวคตฺตา ปญฺจ ชวนานิ เทฺว ตทารมฺมณานิ จ อุปฺปชฺชนฺติ. ตโต ภวงฺควิสยมารมฺมณํ กตฺวา เอกํ จุติจิตฺตํ. เอตฺตาวตา เทฺว ภวงฺคานิ, อาวชฺชนํ, ทสฺสนํ, สมฺปฏิจฺฉนํ, สนฺตีรณํ, โวฏฺฐพฺพนํ, ปญฺจ ชวนานิ, เทฺว ตทารมฺมณานิ, เอกํ จุติจิตฺตนฺติ ปญฺจทส จิตฺตกฺขณา อตีตา โหนฺติ. อถาวเสสเอกจิตฺตกฺขณายุเก ตสฺมึ เยว อารมฺมเณ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อยมฺปิ อตีตารมฺมณาย จุติยา อนนฺตรา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ปฏิสนฺธิ. เอส ตาว อตีตารมฺมณาย สุคติจุติยา อนนฺตรา อตีตปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาย ทุคฺคติปฏิสนฺธิยา ปวตฺตนากาโร.

ทุคฺคติยํ ฐิตสฺส ปน อุปจิตานวชฺชกมฺมสฺส วุตฺตนเยเนว ตํ อนวชฺชกมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉตีติ กณฺหปกฺเข สุกฺกปกฺขํ ฐเปตฺวา สพฺพํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ อตีตารมฺมณาย ทุคฺคติจุติยา อนนฺตรา อตีตปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาย สุคติปฏิสนฺธิยา ปวตฺตนากาโร.

สุคติยํ ฐิตสฺส ปน อุปจิตานวชฺชกมฺมสฺส ‘‘ตานิสฺส ตมฺหิ สมเย โอลมฺพนฺตี’’ติอาทิวจนโต มรณมญฺเจ นิปนฺนสฺส ยถูปจิตํ อนวชฺชกมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ. ตญฺจ โข อุปจิตกามาวจรานวชฺชกมฺมสฺเสว. อุปจิตมหคฺคตกมฺมสฺส ปน กมฺมนิมิตฺตเมว อาปาถมาคจฺฉติ. ตํ อารพฺภ อุปฺปนฺนาย ตทารมฺมณปริโยสานาย สุทฺธาย วา ชวนวีถิยา อนนฺตรํ ภวงฺควิสยํ อารมฺมณํ กตฺวา จุติจิตฺตมุปฺปชฺชติ. ตสฺมึ นิรุทฺเธ ตเทว อาปาถคตํ กมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา อารพฺภ อนุปจฺฉินฺนกิเลสพลวินามิตํ สุคติปริยาปนฺนํ ปฏิสนฺธิจิตฺตมุปฺปชฺชติ. อยํ อตีตารมฺมณาย จุติยา อนนฺตรา อตีตารมฺมณา นวตฺตพฺพารมฺมณา วา ปฏิสนฺธิ.

อปรสฺส มรณสมเย กามาวจรานวชฺชกมฺมวเสน มนุสฺสโลเก มาตุกุจฺฉิวณฺณสงฺขาตํ วา เทวโลเก อุยฺยานกปฺปรุกฺขาทิวณฺณสงฺขาตํ วา สุคตินิมิตฺตํ มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ. ตสฺส ทุคฺคตินิมิตฺเต ทสฺสิตานุกฺกเมเนว จุติจิตฺตานนฺตรํ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อยํ อตีตารมฺมณาย จุติยา อนนฺตรา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ปฏิสนฺธิ.

อปรสฺส มรณสมเย ญาตกา ‘อยํ, ตาต, ตวตฺถาย พุทฺธปูชา กรียติ, จิตฺตํ ปสาเทหี’ติ วตฺวา ปุปฺผทามธชปฏากาทิวเสน รูปารมฺมณํ วา ธมฺมสฺสวนตูริยปูชาทิวเสน สทฺทารมฺมณํ วา ธูมวาสคนฺธาทิวเสน คนฺธารมฺมณํ วา ‘อิทํ, ตาต, สายสฺสุ, ตวตฺถาย ทาตพฺพํ เทยฺยธมฺม’นฺติ วตฺวา มธุผาณิตาทิวเสน รสารมฺมณํ วา ‘อิทํ, ตาต, ผุสสฺสุ, ตวตฺถาย ทาตพฺพํ เทยฺยธมฺม’นฺติ วตฺวา จีนปฏโสมารปฏาทิวเสน โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ วา ปญฺจทฺวาเร อุปสํหรนฺติ. ตสฺส ตสฺมึ อาปาถคเต รูปาทิอารมฺมเณ ยถากฺกเมน อุปฺปนฺนโวฏฺฐปนาวสาเน มรณสฺส อาสนฺนภาเวน มนฺทีภูตเวคตฺตา ปญฺจ ชวนานิ เทฺว ตทารมฺมณานิ จ อุปฺปชฺชนฺติ. ตโต ภวงฺควิสยํ อารมฺมณํ กตฺวา เอกํ จุติจิตฺตํ, ตทวสาเน ตสฺมิญฺเญว เอกจิตฺตกฺขณฏฺฐิติเก อารมฺมเณ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อยมฺปิ อตีตารมฺมณาย จุติยา อนนฺตรา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ปฏิสนฺธิ.

อปรสฺส ปน ปถวีกสิณชฺฌานาทิวเสน ปฏิลทฺธมหคฺคตสฺส สุคติยํ ฐิตสฺส มรณสมเย กามาวจรกุสลกมฺม-กมฺมนิมิตฺต-คตินิมิตฺตานํ อญฺญตรํ ปถวีกสิณาทิกํ วา นิมิตฺตํ มหคฺคตจิตฺตํ วา มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ. จกฺขุโสตานํ วา อญฺญตรสฺมึ กุสลุปฺปตฺติเหตุภูตํ ปณีตมารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ. ตสฺส ยถากฺกเมน อุปฺปนฺนโวฏฺฐพฺพนาวสาเน มรณสฺส อาสนฺนภาเวน มนฺทีภูตเวคตฺตา ปญฺจ ชวนานิ อุปฺปชฺชนฺติ. มหคฺคตคติกานํ ปน ตทารมฺมณํ นตฺถิ. ตสฺมา ชวนานนฺตรํเยว ภวงฺควิสยํ อารมฺมณํ กตฺวา เอกํ จุติจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ตสฺสาวสาเน กามาวจรมหคฺคตสุคตีนํ อญฺญตรสุคติปริยาปนฺนํ ยถูปฏฺฐิเตสุ อารมฺมเณสุ อญฺญตรารมฺมณํ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อยํ นวตฺตพฺพารมฺมณาย สุคติจุติยา อนนฺตรา อตีตปจฺจุปฺปนฺนนวตฺตพฺพานํ อญฺญตรารมฺมณา ปฏิสนฺธิ.

เอเตนานุสาเรน อารุปฺปจุติยาปิ อนนฺตรา ปฏิสนฺธิ เวทิตพฺพา. อยํ อตีตนวตฺตพฺพารมฺมณาย สุคติจุติยา อนนฺตรา อตีตนวตฺตพฺพปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาย ปฏิสนฺธิยา ปวตฺตนากาโร.

ทุคฺคติยํ ฐิตสฺส ปน ปาปกมฺมิโน วุตฺตนเยเนว ตํ กมฺมํ กมฺมนิมิตฺตํ คตินิมิตฺตํ วา มโนทฺวาเร, ปญฺจทฺวาเร ปน อกุสลุปฺปตฺติเหตุภูตํ อารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ. อถสฺส ยถากฺกเมน จุติจิตฺตาวสาเน ทุคฺคติปริยาปนฺนํ เตสุ อารมฺมเณสุ อญฺญตรารมฺมณํ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อยํ อตีตารมฺมณาย ทุคฺคติจุติยา อนนฺตรา อตีตปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาย ปฏิสนฺธิยา ปวตฺตนากาโรติ. เอตฺตาวตา เอกูนวีสติวิธสฺสาปิ วิญฺญาณสฺส ปฏิสนฺธิวเสน ปวตฺติ ทีปิตา โหติ.

ตยิทํ สพฺพมฺปิ เอวํ –