๑. สุตฺตนฺตภาชนียํ
๑. สงฺคหวารวณฺณนา
๗๑๘. อิทานิ ตทนนฺตเร ปฏิสมฺภิทาวิภงฺเค จตสฺโสติ คณนปริจฺเฉโท. ปฏิสมฺภิทาติ ปเภทา. ยสฺมา ปน ปรโต อตฺเถ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทาติอาทิมาห, ตสฺมา น อญฺญสฺส กสฺสจิ ปเภทา, ญาณสฺเสว ปเภทาติ เวทิตพฺพา. อิติ ‘‘จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา’’ติ ปเทน จตฺตาโร ญาณปฺปเภทาติ อยมตฺโถ สงฺคหิโต. อตฺถปฏิสมฺภิทาติ อตฺเถ ปฏิสมฺภิทา; อตฺถปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนาววตฺถานกรณสมตฺถํ อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณนฺติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ธมฺมปฺปเภทสฺส หิ สลฺลกฺขณวิภาวนาววตฺถานกรณสมตฺถํ ธมฺเม ปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา นาม. นิรุตฺติปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนาววตฺถานกรณสมตฺถํ นิรุตฺตาภิลาเป ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา นาม. ปฏิภานปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนาววตฺถานกรณสมตฺถํ ปฏิภาเน ปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา นาม.
อิทานิ ยถานิกฺขิตฺตา ปฏิสมฺภิทา ภาเชตฺวา ทสฺเสนฺโต อตฺเถ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทาติอาทิมาห. ตตฺถ อตฺโถติ สงฺเขปโต เหตุผลํ. ตญฺหิ เหตุวเสน อรณียํ คนฺตพฺพํ ปตฺตพฺพํ, ตสฺมา อตฺโถติ วุจฺจติ. ปเภทโต ปน ยํกิญฺจิ ปจฺจยสมุปฺปนฺนํ, นิพฺพานํ, ภาสิตตฺโถ, วิปาโก, กิริยาติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา อตฺโถติ เวทิตพฺพา. ตํ อตฺถํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา.
ธมฺโมติ สงฺเขปโต ปจฺจโย. โส หิ ยสฺมา ตํ ตํ วิทหติ ปวตฺเตติ เจว ปาเปติ จ, ตสฺมา ธมฺโมติ วุจฺจติ. ปเภทโต ปน โย โกจิ ผลนิพฺพตฺตโก เหตุ, อริยมคฺโค, ภาสิตํ, กุสลํ, อกุสลนฺติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา ธมฺโมติ เวทิตพฺพา. ตํ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ ธมฺเม ปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา.
ตตฺร ธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป ญาณนฺติ ตสฺมึ อตฺเถ จ ธมฺเม จ ยา สภาวนิรุตฺติ, ตสฺสา อภิลาเป ตํ สภาวนิรุตฺตึ สทฺทํ อารมฺมณํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ สภาวนิรุตฺตาภิลาเป ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา. เอวมยํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา สทฺทารมฺมณา นาม ชาตา, น ปญฺญตฺติอารมฺมณา. กสฺมา? ยสฺมา สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺติ, อยํ น สภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานนฺติ. ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโต หิ ‘‘ผสฺโส’’ติ วุตฺเต ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานาติ, ‘‘ผสฺสา’’ติ วา ‘‘ผสฺส’’นฺติ วา วุตฺเต ปน ‘‘อยํ น สภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานาติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. อญฺญํ ปเนส นามอาขฺยาตอุปสคฺคพฺยญฺชนสทฺทํ ชานาติ น ชานาตีติ? ยทคฺเคน สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺติ, อยํ น สภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานาติ, ตทคฺเคน ตมฺปิ ชานิสฺสตีติ. ตํ ปน นยิทํ ปฏิสมฺภิทากิจฺจนฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทํ วตฺถุ กถิตํ –
ติสฺสทตฺตตฺเถโร กิร โพธิมณฺเฑ สุวณฺณสลากํ คเหตฺวา อฏฺฐารสสุ ภาสาสุ ‘กตรภาสาย กเถมี’ติ ปวาเรสิ. ตํ ปน เตน อตฺตโน อุคฺคเห ฐตฺวา ปวาริตํ, น ปฏิสมฺภิทาย ฐิเตน. โส หิ มหาปญฺญตาย ตํ ตํ ภาสํ กถาเปตฺวา กถาเปตฺวา อุคฺคณฺหิ; ตโต อุคฺคเห ฐตฺวา เอวํ ปวาเรสิ.
ภาสํ นาม สตฺตา อุคฺคณฺหนฺตีติ วตฺวา จ ปเนตฺถ อิทํ กถิตํ. มาตาปิตโร หิ ทหรกาเล กุมารเก มญฺเจ วา ปีเฐ วา นิปชฺชาเปตฺวา ตํ ตํ กถยมานา ตานิ ตานิ กิจฺจานิ กโรนฺติ. ทารกา เตสํ ตํ ตํ ภาสํ ววตฺถาเปนฺติ – อิมินา อิทํ วุตฺตํ, อิมินา อิทํ วุตฺตนฺติ. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล สพฺพมฺปิ ภาสํ ชานนฺติ. มาตา ทมิฬี, ปิตา อนฺธโก. เตสํ ชาโต ทารโก สเจ มาตุกถํ ปฐมํ สุณาติ, ทมิฬภาสํ ภาสิสฺสติ; สเจ ปิตุกถํ ปฐมํ สุณาติ, อนฺธกภาสํ ภาสิสฺสติ. อุภินฺนมฺปิ ปน กถํ อสฺสุณนฺโต มาคธภาสํ ภาสิสฺสติ.
โยปิ อคามเก มหารญฺเญ นิพฺพตฺโต, ตตฺถ อญฺโญ กเถนฺโต นาม นตฺถิ, โสปิ อตฺตโน ธมฺมตาย วจนํ สมุฏฺฐาเปนฺโต มาคธภาสเมว ภาสิสฺสติ. นิรเย, ติรจฺฉานโยนิยํ, เปตฺติวิสเย, มนุสฺสโลเก, เทวโลเกติ สพฺพตฺถ มาคธภาสาว อุสฺสนฺนา. ตตฺถ เสสา โอฏฺฏกิราตอนฺธกโยนกทมิฬภาสาทิกา อฏฺฐารส ภาสา ปริวตฺตนฺติ. อยเมเวกา ยถาภุจฺจพฺรหฺมโวหารอริยโวหารสงฺขาตา มาคธภาสา น ปริวตฺตติ. สมฺมาสพุทฺโธปิ เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ ตนฺตึ อาโรเปนฺโต มาคธภาสาย เอว อาโรเปสิ. กสฺมา? เอวญฺหิ อตฺถํ อาหริตุํ สุขํ โหติ. มาคธภาสาย หิ ตนฺตึ อารุฬฺหสฺส พุทฺธวจนสฺส ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตานํ โสตปถาคมนเมว ปปญฺโจ; โสเต ปน สงฺฆฏฺฏิตมตฺเตเยว นยสเตน นยสหสฺเสน อตฺโถ อุปฏฺฐาติ. อญฺญาย ปน ภาสาย ตนฺตึ อารุฬฺหํ โปเถตฺวา โปเถตฺวา อุคฺคเหตพฺพํ โหติ. พหุมฺปิ อุคฺคเหตฺวา ปน ปุถุชฺชนสฺส ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺติ นาม นตฺถิ. อริยสาวโก โน ปฏิสมฺภิทาปฺปโต นาม นตฺถิ.
ญาเณสุ ญาณนฺติ สพฺพตฺถกญาณํ อารมฺมณํ กตฺวา ญาณํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทาติ. อิมา ปน จตสฺโสปิ ปฏิสมฺภิทา ทฺวีสุ ฐาเนสุ ปเภทํ คจฺฉนฺติ, ปญฺจหิ การเณหิ วิสทา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. กตเมสุ ทฺวีสุ? เสกฺขภูมิยญฺจ อเสกฺขภูมิยญฺจ. ตตฺถ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส มหากสฺสปตฺเถรสฺส มหากจฺจายนตฺเถรสฺส มหาโกฏฺฐิตตฺเถรสฺสาติ อสีติยาปิ มหาเถรานํ ปฏิสมฺภิทา อเสกฺขภูมิยํ ปเภทํ คตา. อานนฺทตฺเถรสฺส จิตฺตสฺส คหปติโน ธมฺมิกสฺส อุปาสกสฺส อุปาลิสฺส คหปติโน ขุชฺชุตฺตราย อุปาสิกายาติ เอวมาทีนํ ปฏิสมฺภิทา เสกฺขภูมิยํ ปเภทํ คตาติ อิมาสุ ทฺวีสุ ภูมีสุ ปเภทํ คจฺฉนฺติ.
กตเมหิ ปญฺจหิ การเณหิ ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺตีติ? อธิคเมน, ปริยตฺติยา, สวเนน, ปริปุจฺฉาย, ปุพฺพโยเคนาติ. ตตฺถ ‘อธิคโม’ นาม อรหตฺตํ. ตญฺหิ ปตฺตสฺส ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺติ. ‘ปริยตฺติ’ นาม พุทฺธวจนํ. ตญฺหิ อุคฺคณฺหนฺตสฺส ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺติ. ‘สวนํ’ นาม ธมฺมสฺสวนํ. สกฺกจฺจญฺหิ ธมฺมํ สุณนฺตสฺส ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺติ. ‘ปริปุจฺฉา’ นาม อฏฺฐกถา. อุคฺคหิตปาฬิยา อตฺถํ กเถนฺตสฺส หิ ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺติ. ‘ปุพฺพโยโค’ นาม ปุพฺพโยคาวจรตา, อตีตภเว หรณปจฺจาหรณนเยน ปริคฺคหิตกมฺมฏฺฐานตา; ปุพฺพโยคาวจรสฺส หิ ปฏิสมฺภิทา วิสทา โหนฺติ. ตตฺถ อรหตฺตปฺปตฺติยา ปุนพฺพสุกุฏุมฺพิกปุตฺตสฺส ติสฺสตฺเถรสฺส ปฏิสมฺภิทา วิสทา อเหสุํ. โส กิร ตมฺพปณฺณิทีเป พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา ปรตีรํ คนฺตฺวา โยนกธมฺมรกฺขิตตฺเถรสฺส สนฺติเก พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา อาคจฺฉนฺโต นาวํ อภิรุหนติตฺเถ เอกสฺมึ ปเท อุปฺปนฺนกงฺโข โยชนสตมคฺคํ นิวตฺติตฺวา อาจริยสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค เอกสฺส กุฏุมฺพิกสฺส ปญฺหํ กเถสิ. โส ปสีทิตฺวา สตสหสฺสคฺฆนิกํ กมฺพลํ อทาสิ. โสปิ ตํ อาหริตฺวา อาจริยสฺส อทาสิ. เถโร วาสิยา โกฏฺเฏตฺวา นิสีทนฏฺฐาเน ปริภณฺฑํ กาเรสิ. กิมตฺถายาติ? ปจฺฉิมาย ชนตาย อนุคฺคหตฺถายาติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อมฺหากํ คตมคฺคํ อาวชฺเชตฺวา อนาคเต สพฺรหฺมจาริโน ปฏิปตฺตึ ปูเรตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี’’ติ. ติสฺสตฺเถโรปิ อาจริยสฺส สนฺติเก กงฺขํ ฉินฺทิตฺวา ชมฺพุโกลปฏฺฏเน โอรุยฺห เจติยงฺคณํ สมฺมชฺชนเวลาย วาลิกวิหารํ ปตฺวา สมฺมชฺชิ. ตสฺส สมฺมชฺชิตฏฺฐานํ ทิสฺวา ‘อิทํ วีตราคสฺส ภิกฺขุโน สมฺมฏฺฐฏฺฐาน’นฺติ เถรสฺส วีมํสนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉึสุ. เถโร ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตตาย ปุจฺฉิตปุจฺฉิเต ปเญฺห กเถสีติ.
ปริยตฺติยา ปน ติสฺสทตฺตตฺเถรสฺส เจว นาคเสนตฺเถรสฺส จ ปฏิสมฺภิทา วิสทา อเหสุํ. สกฺกจฺจธมฺมสวเนน สุธมฺมสามเณรสฺส ปฏิสมฺภิทา วิสทา อเหสุํ. โส กิร ตลงฺครวาสี ธมฺมทินฺนตฺเถรสฺส ภาคิเนยฺโย ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปตฺโต มาตุลตฺเถรสฺส ธมฺมวินิจฺฉยฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา สุณนฺโตเยว ตีณิ ปิฏกานิ ปคุณานิ อกาสิ. อุคฺคหิตปาฬิยา อตฺถํ กเถนฺตสฺส ปน ติสฺสทตฺตตฺเถรสฺส เอว ปฏิสมฺภิทา วิสทา อเหสุํ. คตปจฺจาคตวตฺตํ ปน ปูเรตฺวา ยาว อนุโลมํ กมฺมฏฺฐานํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อาคตานํ วิสทภาวปฺปตฺตปฏิสมฺภิทานํ ปุพฺพโยคาวจรานํ อนฺโต นตฺถิ.
เอเตสุ ปน การเณสุ ปริยตฺติ, สวนํ, ปริปุจฺฉาติ อิมานิ ตีณิ ปเภทสฺเสว พลวการณานิ. ปุพฺพโยโค อธิคมสฺส พลวปจฺจโย, ปเภทสฺส โหติ น โหตีติ? โหติ, น ปน ตถา. ปริยตฺติสวนปริปุจฺฉา หิ ปุพฺเพ โหนฺตุ วา มา วา, ปุพฺพโยเคน ปุพฺเพ เจว เอตรหิ จ สงฺขารสมฺมสนํ วินา ปฏิสมฺภิทา นาม นตฺถิ. อิเม ปน เทฺวปิ เอกโต หุตฺวา ปฏิสมฺภิทา อุปตฺถมฺเภตฺวา วิสทา กโรนฺตีติ.
สงฺคหวารวณฺณนา.
๒. สจฺจวาราทิวณฺณนา
๗๑๙. อิทานิ เย สงฺคหวาเร ปญฺจ อตฺถา จ ธมฺมา จ สงฺคหิตา, เตสํ ปเภททสฺสนนเยน ปฏิสมฺภิทา วิภชิตุํ ปุน จตสฺโสติอาทินา นเยน ปเภทวาโร อารทฺโธ. โส สจฺจวารเหตุวารธมฺมวารปจฺจยาการวารปริยตฺติวารวเสน ปญฺจวิโธ. ตตฺถ ปจฺจยสมุปฺปนฺนสฺส ทุกฺขสจฺจสฺส ปจฺจเยน ปตฺตพฺพสฺส นิพฺพานสฺส จ อตฺถภาวํ, ผลนิพฺพตฺตกสฺส สมุทยสฺส นิพฺพานสมฺปาปกสฺส อริยมคฺคสฺส จ ธมฺมภาวญฺจ ทสฺเสตุํ ‘สจฺจวาโร’ วุตฺโต. ยสฺส กสฺสจิ ปน เหตุผลนิพฺพตฺตกสฺส เหตุโน ธมฺมภาวํ, เหตุผลสฺส จ อตฺถภาวํ ทสฺเสตุํ ‘เหตุวาโร’ วุตฺโต. ตตฺถ จ เหตุผลกฺกมวเสน อุปฺปฏิปาฏิยา ปฐมํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา นิทฺทิฏฺฐา. เย ปน ธมฺมา ตมฺหา ตมฺหา รูปารูปปฺปเภทา เหตุโต ชาตา, เตสํ อตฺถภาวํ, ตสฺส ตสฺส จ รูปารูปธมฺมปฺปเภทสฺส เหตุโน ธมฺมภาวํ ทสฺเสตุํ ‘ธมฺมวาโร’ วุตฺโต. ชรามรณาทีนํ ปน อตฺถภาวํ, ชรามรณาทิสมุทยสงฺขาตานํ ชาติอาทีนญฺจ ธมฺมภาวํ ทสฺเสตุํ ‘ปจฺจยาการวาโร’ วุตฺโต. ตโต ปริยตฺติสงฺขาตสฺส ตสฺส ตสฺส ภาสิตสฺส ธมฺมภาวํ, ภาสิตสงฺขาเตน ปจฺจเยน ปตฺตพฺพสฺส ภาสิตตฺถสฺส จ อตฺถภาวํ ทสฺเสตุํ ‘ปริยตฺติวาโร’ วุตฺโต.
ตตฺถ จ ยสฺมา ภาสิตํ ญตฺวา ตสฺสตฺโถ ญายติ, ตสฺมา ภาสิตภาสิตตฺถกฺกเมน อุปฺปฏิปาฏิยา ปฐมํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา นิทฺทิฏฺฐา. ปริยตฺติธมฺมสฺส จ ปเภททสฺสนตฺถํ ‘‘ตตฺถ กตมา ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติ ปุจฺฉาปุพฺพงฺคโม ปฏินิทฺเทสวาโร วุตฺโต. ตตฺถ สุตฺตนฺติอาทีหิ นวหิ องฺเคหิ นิปฺปเทสโต ตนฺติ คหิตา. อยํ อิมสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ, อยํ อิมสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถติ อิมสฺมิมฺปิ ฐาเน ภาสิตวเสน นิปฺปเทสโต ตนฺติ เอว คหิตาติ.
สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา.