๑. สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา
๔๖๖. อิทานิ ตทนนฺตเร โพชฺฌงฺควิภงฺเค สตฺตาติ คณนปริจฺเฉโท. โพชฺฌงฺคาติ โพธิยา โพธิสฺส วา องฺคาติ โพชฺฌงฺคา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยา เอสา ธมฺมสามคฺคี ยาย โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชมานาย ลีนุทฺธจฺจปติฏฺฐานายูหนกามสุขตฺตกิลมถานุโยคอุจฺเฉทสสฺสตาภินิเวสาทีนํ อเนเกสํ อุปทฺทวานํ ปฏิปกฺขภูตาย สติธมฺมวิจยวีริยปีติปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสงฺขาตาย ธมฺมสามคฺคิยา อริยสาวโก พุชฺฌตีติ กตฺวา โพธีติ วุจฺจติ, พุชฺฌติ กิเลสสนฺตานนิทฺทาย อุฏฺฐหติ, จตฺตาริ วา อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ, นิพฺพานเมว วา สจฺฉิกโรติ, ตสฺสา ธมฺมสามคฺคีสงฺขาตาย โพธิยา องฺคาติปิ โพชฺฌงฺคา, ฌานงฺคมคฺคงฺคาทีนิ วิย. โย ปเนส ยถาวุตฺตปฺปการาย เอตาย ธมฺมสามคฺคิยา พุชฺฌตีติ กตฺวา อริยสาวโก โพธีติ วุจฺจติ, ตสฺส โพธิสฺส องฺคาติปิ โพชฺฌงฺคา, เสนงฺครถงฺคาทโย วิย. เตนาหุ อฏฺฐกถาจริยา – ‘‘พุชฺฌนกสฺส ปุคฺคลสฺส องฺคาติ วา โพชฺฌงฺคา’’ติ.
อปิจ ‘‘โพชฺฌงฺคาติ เกนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา? โพธาย สํวตฺตนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, อนุพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, ปฏิพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, สมฺพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา’’ติ อิมินา ปฏิสมฺภิทานเยนาปิ โพชฺฌงฺคตฺโถ เวทิตพฺโพ.
สติสมฺโพชฺฌงฺโคติอาทีสุ ปสตฺโถ สุนฺทโร จ โพชฺฌงฺโค สมฺโพชฺฌงฺโค, สติเยว สมฺโพชฺฌงฺโค สติสมฺโพชฺฌงฺโค. ตตฺถ อุปฏฺฐานลกฺขโณ สติสมฺโพชฺฌงฺโค, ปวิจยลกฺขโณ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค, ปคฺคหลกฺขโณ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค, ผรณลกฺขโณ ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค, อุปสมลกฺขโณ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค, อวิกฺเขปลกฺขโณ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค, ปฏิสงฺขานลกฺขโณ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค. เตสุ ‘‘สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔) วจนโต สพฺเพสํ โพชฺฌงฺคานํ อุปการกตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ปฐมํ วุตฺโต. ตโต ปรํ ‘‘โส ตถา สโต วิหรนฺโต ตํ ธมฺมํ ปญฺญาย ปวิจินตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑๕๐) นเยน เอวํ อนุกฺกเมเนว นิกฺเขปปโยชนํ ปาฬิยํ อาคตเมว.
กสฺมา ปเนเต สตฺเตว วุตฺตา, อนูนา อนธิกาติ? ลีนุทฺธจฺจปฏิปกฺขโต สพฺพตฺถิกโต จ. เอตฺถ หิ ตโย โพชฺฌงฺคา ลีนสฺส ปฏิปกฺขา, ยถาห – ‘‘ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย ลีนํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนายา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔). ตโย อุทฺธจฺจสฺส ปฏิปกฺขา, ยถาห – ‘‘ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนายา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔). เอโก ปเนตฺถ โลณธูปนํ วิย สพฺพพฺยญฺชเนสุ, สพฺพกมฺมิกอมจฺโจ วิย จ สพฺเพสุ ราชกิจฺเจสุ, สพฺพโพชฺฌงฺเคสุ อิจฺฉิตพฺพโต สพฺพตฺถิโก, ยถาห – ‘‘สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามี’’ติ. ‘‘สพฺพตฺถก’’นฺติปิ ปาฬิ. ทฺวินฺนมฺปิ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เอวํ ลีนุทฺธจฺจปฏิปกฺขโต สพฺพตฺถิกโต จ สตฺเตว วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.
๔๖๗. อิทานิ เนสํ เอกสฺมึเยวารมฺมเณ อตฺตโน อตฺตโน กิจฺจวเสน นานากรณํ ทสฺเสตุํ ตตฺถ กตโม สติสมฺโพชฺฌงฺโคติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อิธ ภิกฺขูติ อิมสฺมึ สาสเน ภิกฺขุ. สติมา โหตีติ ปญฺญาย ปญฺญวา, ยเสน ยสวา, ธเนน ธนวา วิย สติยา สติมา โหติ, สติสมฺปนฺโนติ อตฺโถ. ปรเมนาติ อุตฺตเมน; ตญฺหิ ปรมตฺถสจฺจสฺส นิพฺพานสฺส เจว มคฺคสฺส จ อนุโลมโต ปรมํ นาม โหติ อุตฺตมํ เสฏฺฐํ. สติเนปกฺเกนาติ เนปกฺกํ วุจฺจติ ปญฺญา; สติยา เจว เนปกฺเกน จาติ อตฺโถ.
กสฺมา ปน อิมสฺมึ สติภาชนีเย ปญฺญา สงฺคหิตาติ? สติยา พลวภาวทีปนตฺถํ. สติ หิ ปญฺญาย สทฺธิมฺปิ อุปฺปชฺชติ วินาปิ, ปญฺญาย สทฺธึ อุปฺปชฺชมานา พลวตี โหติ, วินา อุปฺปชฺชมานา ทุพฺพลา. เตนสฺสา พลวภาวทีปนตฺถํ ปญฺญา สงฺคหิตา. ยถา หิ ทฺวีสุ ทิสาสุ เทฺว ราชมหามตฺตา ติฏฺเฐยฺยุํ; เตสุ เอโก ราชปุตฺตํ คเหตฺวา ติฏฺเฐยฺย, เอโก อตฺตโน ธมฺมตาย เอกโกว เตสุ ราชปุตฺตํ คเหตฺวา ฐิโต อตฺตโนปิ เตเชน ราชปุตฺตสฺสปิ เตเชน เตชวา โหติ; อตฺตโน ธมฺมตาย ฐิโต น เตน สมเตโช โหติ; เอวเมว ราชปุตฺตํ คเหตฺวา ฐิตมหามตฺโต วิย ปญฺญาย สทฺธึ อุปฺปนฺนา สติ, อตฺตโน ธมฺมตาย ฐิโต วิย วินา ปญฺญาย อุปฺปนฺนา. ตตฺถ ยถา ราชปุตฺตํ คเหตฺวา ฐิโต อตฺตโนปิ เตเชน ราชปุตฺตสฺสปิ เตเชน เตชวา โหติ, เอวํ ปญฺญาย สทฺธึ อุปฺปนฺนา สติ พลวตี โหติ; ยถา อตฺตโน ธมฺมตาย ฐิโต น เตน สมเตโช โหติ, เอวํ วินา ปญฺญาย อุปฺปนฺนา ทุพฺพลา โหตีติ พลวภาวทีปนตฺถํ ปญฺญา คหิตาติ.
จิรกตมฺปีติ อตฺตโน วา ปรสฺส วา กาเยน จิรกตํ วตฺตํ วา กสิณมณฺฑลํ วา กสิณปริกมฺมํ วา. จิรภาสิตมฺปีติ อตฺตนา วา ปเรน วา วาจาย จิรภาสิตํ พหุกมฺปิ, วตฺตสีเส ฐตฺวา ธมฺมกถํ วา กมฺมฏฺฐานวินิจฺฉยํ วา, วิมุตฺตายตนสีเส วา ฐตฺวา ธมฺมกถเมว. สริตา โหตีติ ตํ กายวิญฺญตฺตึ วจีวิญฺญตฺติญฺจ สมุฏฺฐาเปตฺวา ปวตฺตํ อรูปธมฺมโกฏฺฐาสํ ‘เอวํ อุปฺปชฺชิตฺวา เอวํ นิรุทฺโธ’ติ สริตา โหติ. อนุสฺสริตาติ ปุนปฺปุนํ สริตา. อยํ วุจฺจติ สติสมฺโพชฺฌงฺโคติ อยํ เอวํ อุปฺปนฺนา เสสโพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปิกา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา สติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค นาม กถียติ.
โส ตถา สโต วิหรนฺโตติ โส ภิกฺขุ เตนากาเรน อุปฺปนฺนาย สติยา สโต หุตฺวา วิหรนฺโต. ตํ ธมฺมนฺติ ตํ จิรกตํ จิรภาสิตํ เหฏฺฐา วุตฺตปฺปการํ ธมฺมํ. ปญฺญาย ปวิจินตีติ ปญฺญาย ‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’ติ ปวิจินติ. ปวิจรตีติ ‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’ติ ตตฺถ ปญฺญํ จราเปนฺโต ปวิจรติ. ปริวีมํสํ อาปชฺชตีติ โอโลกนํ คเวสนํ อาปชฺชติ. อยํ วุจฺจตีติ อิทํ วุตฺตปฺปการํ โพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปกํ วิปสฺสนาญาณํ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค นาม วุจฺจติ.
ตสฺส ตํ ธมฺมนฺติ ตสฺส ภิกฺขุโน ตํ เหฏฺฐา วุตฺตปฺปการํ ธมฺมํ. อารทฺธํ โหตีติ ปริปุณฺณํ โหติ ปคฺคหิตํ. อสลฺลีนนฺติ อารทฺธตฺตาเยว อสลฺลีนํ. อยํ วุจฺจตีติ อิทํ โพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปกํ วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตํ วีริยํ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค นาม วุจฺจติ.
นิรามิสาติ กามามิสโลกามิสวฏฺฏามิสานํ อภาเวน นิรามิสา ปริสุทฺธา. อยํ วุจฺจตีติ อยํ โพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปิกา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา ปีติ ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค นาม วุจฺจติ.
ปีติมนสฺสาติ ปีติสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส. กาโยปิ ปสฺสมฺภตีติ ขนฺธตฺตยสงฺขาโต นามกาโย กิเลสทรถปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ปสฺสมฺภติ. จิตฺตมฺปีติ วิญฺญาณกฺขนฺโธปิ ตเถว ปสฺสมฺภติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ โพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปิกา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา ปสฺสทฺธิ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค นาม วุจฺจติ.
ปสฺสทฺธกายสฺส สุขิโนติ ปสฺสทฺธกายตาย อุปฺปนฺนสุเขน สุขิตสฺส. สมาธิยตีติ สมฺมา อาธิยติ, นิจฺจลํ หุตฺวา อารมฺมเณ ฐปียติ, อปฺปนาปฺปตฺตํ วิย โหติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ โพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปิกา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา จิตฺเตกคฺคตา สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค นาม วุจฺจติ.
ตถา สมาหิตนฺติ เตน อปฺปนาปฺปตฺเตน วิย สมาธินา สมาหิตํ. สาธุกํ อชฺฌุเปกฺขิตา โหตีติ สุฏฺฐุ อชฺฌุเปกฺขิตา โหติ; เตสํ ธมฺมานํ ปหานวฑฺฒเน อพฺยาวโฏ หุตฺวา อชฺฌุเปกฺขติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ ฉนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ อโนสกฺกนอนติวตฺตนภาวสาธโก มชฺฌตฺตากาโร อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค นาม วุจฺจติ.
เอตฺตาวตา กึ กถิตํ นาม โหติ? อปุพฺพํ อจริมํ เอกจิตฺตกฺขเณ นานารสลกฺขณา ปุพฺพภาควิปสฺสนา โพชฺฌงฺคา กถิตา โหนฺตีติ.
ปฐโม นโย.
๔๖๘-๔๖๙. อิทานิ เยน ปริยาเยน สตฺต โพชฺฌงฺคา จุทฺทส โหนฺติ, ตสฺส ปกาสนตฺถํ ทุติยนยํ ทสฺเสนฺโต ปุน สตฺต โพชฺฌงฺคาติอาทิมาห. ตตฺรายํ อนุปุพฺพปทวณฺณนา – อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ สตีติ อชฺฌตฺติกสงฺขาเร ปริคฺคณฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนา สติ. พหิทฺธา ธมฺเมสุ สตีติ พหิทฺธาสงฺขาเร ปริคฺคณฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนา สติ. ยทปีติ ยาปิ. ตทปีติ สาปิ. อภิญฺญายาติ อภิญฺเญยฺยธมฺเม อภิชานนตฺถาย. สมฺโพธายาติ สมฺโพธิ วุจฺจติ มคฺโค, มคฺคตฺถายาติ อตฺโถ. นิพฺพานายาติ วานํ วุจฺจติ ตณฺหา; สา ตตฺถ นตฺถีติ นิพฺพานํ, ตทตฺถาย, อสงฺขตาย อมตธาตุยา สจฺฉิกิริยตฺถาย สํวตฺตตีติ อตฺโถ. ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺเคปิ เอเสว นโย.
กายิกํ วีริยนฺติ จงฺกมํ อธิฏฺฐหนฺตสฺส อุปฺปนฺนวีริยํ. เจตสิกํ วีริยนฺติ ‘‘น ตาวาหํ อิมํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามิ ยาว เม น อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจิสฺสตี’’ติ เอวํ กายปโยคํ วินา อุปฺปนฺนวีริยํ. กายปสฺสทฺธีติ ติณฺณํ ขนฺธานํ ทรถปสฺสทฺธิ. จิตฺตปสฺสทฺธีติ วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส ทรถปสฺสทฺธิ. อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺเค สติสมฺโพชฺฌงฺคสทิโสว วินิจฺฉโย. อิมสฺมึ นเย สตฺต โพชฺฌงฺคา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา กถิตา.
โปราณกตฺเถรา ปน ‘เอตฺตเกน ปากฏํ น โหตี’ติ วิภชิตฺวา ทสฺเสสุํ. เอเตสุ หิ อชฺฌตฺตธมฺเมสุ สติ ปวิจโย อุเปกฺขาติ อิเม ตโย อตฺตโน ขนฺธารมฺมณตฺตา โลกิยาว โหนฺติ. ตถา มคฺคํ อปฺปตฺตํ กายิกวีริยํ. อวิตกฺกอวิจารา ปน ปีติสมาธิโย โลกุตฺตรา โหนฺติ. เสสา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกาติ.
ตตฺถ อชฺฌตฺตํ ตาว ธมฺเมสุ สติปวิจยอุเปกฺขา อชฺฌตฺตารมฺมณา, โลกุตฺตรา ปน พหิทฺธารมฺมณาติ เตสํ โลกุตฺตรภาโว มา ยุชฺชิตฺถ. จงฺกมปฺปโยเคน นิพฺพตฺตวีริยมฺปิ โลกิยนฺติ วทนฺโต น กิลมติ. อวิตกฺกอวิจารา ปน ปีติสมาธิโย กทา โลกุตฺตรา โหนฺตีติ? กามาวจเร ตาว ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค ลพฺภติ, อวิตกฺกอวิจารา ปีติ น ลพฺภติ. รูปาวจเร อวิตกฺกอวิจารา ปีติ ลพฺภติ, ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค ปน น ลพฺภติ. อรูปาวจเร สพฺเพน สพฺพํ น ลพฺภติ. เอตฺถ ปน อลพฺภมานกํ อุปาทาย ลพฺภมานกาปิ ปฏิกฺขิตฺตา. เอวมยํ อวิตกฺกอวิจาโร ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค กามาวจรโตปิ นิกฺขนฺโต รูปาวจรโตปิ อรูปาวจรโตปีติ นิพฺพตฺติตโลกุตฺตโร เยวาติ กถิโต.
ตถา กามาวจเร สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค ลพฺภติ, อวิตกฺกอวิจาโร ปน สมาธิ น ลพฺภติ. รูปาวจรอรูปาวจเรสุ อวิตกฺกอวิจาโร สมาธิ ลพฺภติ, สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค ปน น ลพฺภติ. เอตฺถ ปน อลพฺภมานกํ อุปาทาย ลพฺภมานโกปิ ปฏิกฺขิตฺโต. เอวมยํ อวิตกฺกอวิจาโร สมาธิ กามาวจรโตปิ นิกฺขนฺโต รูปาวจรโตปิ อรูปาวจรโตปีติ นิพฺพตฺติตโลกุตฺตโร เยวาติ กถิโต.
อปิจ โลกิยํ คเหตฺวา โลกุตฺตโร กาตพฺโพ; โลกุตฺตรํ คเหตฺวา โลกิโย กาตพฺโพ. อชฺฌตฺตธมฺเมสุ หิ สติปวิจยอุเปกฺขานํ โลกุตฺตรภาวนากาโลปิ อตฺถิ. ตตฺริทํ สุตฺตํ – ‘‘อชฺฌตฺตวิโมกฺขํ ขฺวาหํ, อาวุโส, สพฺพุปาทานกฺขยํ วทามิ; เอวมสฺสิเม อาสวา นานุเสนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๓๒ โถกํ วิสทิสํ) อิมินา สุตฺเตน โลกุตฺตรา โหนฺติ. ยทา ปน จงฺกมปโยเคน นิพฺพตฺเต กายิกวีริเย อนุปสนฺเตเยว วิปสฺสนา มคฺเคน ฆฏียติ, ตทา ตํ โลกุตฺตรํ โหติ. เย ปน เถรา ‘‘กสิณชฺฌาเน, อานาปานชฺฌาเน, พฺรหฺมวิหารชฺฌาเน จ โพชฺฌงฺโค อุทฺธรนฺโต น วาเรตพฺโพ’’ติ วทนฺติ, เตสํ วาเท อวิตกฺกอวิจารา ปีติสมาธิสมฺโพชฺฌงฺคา โลกิยา โหนฺตีติ.
ทุติโย นโย.
๔๗๐-๔๗๑. อิทานิ โพชฺฌงฺคานํ ภาวนาวเสน ปวตฺตํ ตติยนยํ ทสฺเสนฺโต ปุน สตฺต โพชฺฌงฺคาติอาทิมาห. ตตฺถาปิ อยํ อนุปุพฺพปทวณฺณนา – ภาเวตีติ วฑฺเฒติ; อตฺตโน สนฺตาเน ปุนปฺปุนํ ชเนติ อภินิพฺพตฺเตติ. วิเวกนิสฺสิตนฺติ วิเวเก นิสฺสิตํ. วิเวโกติ วิวิตฺตตา. โส จายํ ตทงฺควิเวโก, วิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสทฺธินิสฺสรณวิเวโกติ ปญฺจวิโธ. ตตฺถ ตทงฺควิเวโก นาม วิปสฺสนา. วิกฺขมฺภนวิเวโก นาม อฏฺฐ สมาปตฺติโย. สมุจฺเฉทวิเวโก นาม มคฺโค. ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิเวโก นาม ผลํ. นิสฺสรณวิเวโก นาม สพฺพนิมิตฺตนิสฺสฏํ นิพฺพานํ. เอวเมตสฺมึ ปญฺจวิเธ วิเวเก นิสฺสิตํ วิเวกนิสฺสิตนฺติ ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตญฺจ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวตีติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ตถา หิ อยํ สติสมฺโพชฺฌงฺคภาวนานุโยคมนุยุตฺโต โยคี วิปสฺสนากฺขเณ กิจฺจโต ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ, อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ, มคฺคกาเล ปน กิจฺจโต สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ, อารมฺมณโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ, สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ. ปญฺจวิเวกนิสฺสิตมฺปีติ เอเก. เต หิ น เกวลํ พลววิปสฺสนามคฺคผลกฺขเณสุ เอว โพชฺฌงฺคํ อุทฺธรนฺติ, วิปสฺสนาปาทกกสิณชฺฌานอานาปานาสุภพฺรหฺมวิหารชฺฌาเนสุปิ อุทฺธรนฺติ, น จ ปฏิสิทฺธา อฏฺฐกถาจริเยหิ. ตสฺมา เตสํ มเตน เอเตสํ ฌานานํ ปวตฺติกฺขเณ กิจฺจโต เอว วิกฺขมฺภนวิเวกนิสฺสิตํ. ยถา จ วิปสฺสนากฺขเณ ‘‘อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิต’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ ‘‘ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิเวกนิสฺสิตมฺปิ ภาเวตี’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอส นโย วิราคนิสฺสิตาทีสุ. วิเวกตฺถา เอว หิ วิราคาทโย.
เกวลญฺเจตฺถ โวสฺสคฺโค ทุวิโธ – ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค จ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค จาติ. ตตฺถ ‘ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค’ติ วิปสฺสนากฺขเณ จ ตทงฺควเสน มคฺคกฺขเณ จ สมุจฺเฉทวเสน กิเลสปฺปหานํ. ‘ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค’ติ วิปสฺสนากฺขเณ ตนฺนินฺนภาเวน, มคฺคกฺขเณ ปน อารมฺมณกรเณน นิพฺพานปกฺขนฺทนํ. ตทุภยมฺปิ อิมสฺมึ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสเก อตฺถวณฺณนานเย วฏฺฏติ. ตถา หิ อยํ สติ สมฺโพชฺฌงฺโค ยถาวุตฺเตน ปกาเรน กิเลเส ปริจฺจชติ, นิพฺพานญฺจ ปกฺขนฺทติ.
โวสฺสคฺคปริณามินฺติ อิมินา ปน สกเลน วจเนน โวสฺสคฺคตฺถํ ปริณมนฺตํ ปริณตญฺจ, ปริปจฺจนฺตํ ปริปกฺกญฺจาติ อิทํ วุตฺตํ โหติ. อยญฺหิ โพชฺฌงฺคภาวนมนุยุตฺโต ภิกฺขุ ยถา สติสมฺโพชฺฌงฺโค กิเลสปริจฺจาคโวสฺสคฺคตฺถํ นิพฺพานปกฺขนฺทนโวสฺสคฺคตฺถญฺจ ปริปจฺจติ, ยถา จ ปริปกฺโก โหติ, ตถา นํ ภาเวตีติ. เอส นโย เสสโพชฺฌงฺเคสุปิ. อิมสฺมิมฺปิ นเย โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา โพชฺฌงฺคา กถิตาติ.
สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา.