๔. อาสวสุตฺตวณฺณนา
๕๘. จตุตฺเถ สํวรา ปหาตพฺพาติ สํวเรน ปหาตพฺพา. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. ปฏิสงฺขาติ ปฏิสญฺชานิตฺวา, ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ อตฺโถ. โยนิโสติ อุปาเยน ปเถน. เอตฺถ จ อสํวเร อาทีนวปฏิสงฺขา โยนิโส ปฏิสงฺขาติ เวทิตพฺพา. สา จายํ ‘‘วรํ, ภิกฺขเว, ตตฺตาย อโยสลากาย อาทิตฺตาย สมฺปชฺชลิตาย สโชติภูตาย จกฺขุนฺทฺริยํ สมฺปลิมฏฺฐํ, น เตฺวว จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ อนุพฺยญฺชนโส นิมิตฺตคฺคาโห’’ติอาทินา อาทิตฺตปริยาเยน (สํ. นิ. ๔.๒๓๕) เวทิตพฺพา. จกฺขุนฺทฺริยสํวรสํวุโต วิหรตีติ เอตฺถ จกฺขุเมว อินฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริยํ, สํวรณโต สํวโร, ปิทหนโต ถกนโตติ วุตฺตํ โหติ. สติยา เอตํ อธิวจนํ. จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร จกฺขุนฺทฺริยสํวโร. ชวเน อุปฺปชฺชมาโนปิ เหส ตสฺมึ ทฺวาเร กิเลสานํ อุปฺปตฺติวารณโต จกฺขุนฺทฺริยสํวโรติ วุจฺจติ. สํวุโตติ เตน สํวเรน อุเปโต. ตถา หิ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติ อิมสฺส วิภงฺเค ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ…เป… สมนฺนาคโต’’ติ วุตฺตํ. อถ วา สํวรีติ สํวุโต, ถเกสิ ปิทหีติ วุตฺตํ โหติ. จกฺขุนฺทฺริยสํวรสํวุโตติ จกฺขุนฺทฺริยสํวรสงฺขาตํ สติกวาฏํ จกฺขุทฺวาเร ฆรทฺวาเร กวาฏํ วิย สํวริ ถเกสิ ปิทหีติ วุตฺตํ โหติ. อยเมเวตฺถ อตฺโถ สุนฺทรตโร. ตถา หิ ‘‘จกฺขุนฺทฺริยสํวรํ อสํวุตสฺส วิหรโต, สํวุตสฺส วิหรโต’’ติ เอเตสุ ปเทสุ อยเมวตฺโถ ทิสฺสตีติ.
ยํ หิสฺสาติอาทิมฺหิ ยํ จกฺขุนฺทฺริยสํวรํ อสฺส ภิกฺขุโน อสํวุตสฺส อถเกตฺวา อปิทหิตฺวา วิหรนฺตสฺสาติ อตฺโถ. เยการสฺส วา เอส ยนฺติ อาเทโส, เย อสฺสาติ อตฺโถ. อาสวา วิฆาตปริฬาหาติ จตฺตาโร อาสวา จ อญฺเญ จ วิฆาตกรา กิเลสปริฬาหา วิปากปริฬาหา วา. จกฺขุทฺวารสฺมิญฺหิ อิฏฺฐารมฺมณํ อาปาถคตํ กามสฺสาทวเสน อสฺสาทยโต อภินนฺทโต กามาสโว อุปฺปชฺชติ, ‘‘อีทิสํ อญฺญสฺมิมฺปิ สุคติภเว ลภิสฺสามี’’ติ ภวปตฺถนาย อสฺสาทยโต ภวาสโว อุปฺปชฺชติ, สตฺโตติ วา สตฺตสฺสาติ วา คณฺหโต ทิฏฺฐาสโว อุปฺปชฺชติ, สพฺเพเหว สหชาตํ อญฺญาณํ อวิชฺชาสโวติ จตฺตาโร อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ. เอเตหิ สมฺปยุตฺตา อปเร กิเลสา วิฆาตปริฬาหา อายตึ วา เตสํ วิปากา เตหิปิ อสํวุตสฺเสว วิหรโต อุปฺปชฺเชยฺยุนฺติ วุจฺจนฺติ. เอวํส เตติ เอวํ อสฺส เต, เอเตนุปาเยน น โหนฺติ, โน อญฺญถาติ วุตฺตํ โหติ. ปฏิสงฺขา โยนิโส โสตินฺทฺริยสํวรสํวุโตติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อิเม วุจฺจนฺติ อาสวา สํวรา ปหาตพฺพาติ อิเมสุ ฉสุ ทฺวาเรสุ จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา จตุวีสติ อาสวา สํวเรน ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺติ.
ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรนฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘) สีลกถาย วุตฺตเมว. ยํ หิสฺสาติ ยญฺหิ จีวรํ ปิณฺฑปาตาทีสุ วา อญฺญตรํ อสฺส. อปฺปฏิเสวโตติ เอวํ โยนิโส อปฺปฏิเสวนฺตสฺส. อิมสฺมึ วาเร อลทฺธํ จีวราทึ ปตฺถยโต ลทฺธํ วา อสฺสาทยโต กามาสวสฺส อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา, อีทิสํ อญฺญสฺมิมฺปิ สุคติภเว ลภิสฺสามีติ ภวปตฺถนาย อสฺสาทยโต ภวาสวสฺส, อหํ ลภามิ น ลภามีติ วา มยฺหํ วา อิทนฺติ อตฺตสญฺญํ อธิฏฺฐหโต ทิฏฺฐาสวสฺส, สพฺเพเหว ปน สหชาโต อวิชฺชาสโวติ เอวํ จตุนฺนํ อาสวานํ อุปฺปตฺติ วิฆาตปริฬาหาว นวเวทนุปฺปาทนโตปิ เวทิตพฺพา. อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, อาสวา ปฏิเสวนา ปหาตพฺพาติ อิเม เอกเมกสฺมึ ปจฺจเย จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา โสฬส อาสวา อิมินา ญาณสํวรสงฺขาเตน ปจฺจเวกฺขณปฏิเสวเนน ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺติ.
ปฏิสงฺขา โยนิโส ขโม โหติ สีตสฺสาติ อุปาเยน ปเถน ปจฺจเวกฺขิตฺวา ขนฺตา โหติ สีตสฺส, สีตํ ขมติ สหติ, น อวีรปุริโส วิย อปฺปมตฺตเกนปิ สีเตน จลติ กมฺปติ กมฺมฏฺฐานํ วิชหติ. อุณฺหาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ วจนเมว วจนปโถติ เวทิตพฺโพ. ทุกฺขานนฺติอาทีสุ ทุกฺขมนฏฺเฐน ทุกฺขา, พหลฏฺเฐน ติพฺพา, ผรุสฏฺเฐน ขรา, ติขิณฏฺเฐน กฏุกา, อสฺสาทวิรหโต อสาตา, มนํ อวฑฺฒนโต อมนาปา, ปาณหรณสมตฺถตาย ปาณหราติ เวทิตพฺพา. ยํ หิสฺสาติ สีตาทีสุ ยํกิญฺจิ เอกธมฺมมฺปิ อสฺส. อนธิวาสโตติ อนธิวาเสนฺตสฺส อกฺขมนฺตสฺส. อาสวุปฺปตฺติ ปเนตฺถ เอวํ เวทิตพฺพา – สีเตน ผุฏฺฐสฺส อุณฺหํ ปตฺถยโต กามาสโว อุปฺปชฺชติ, เอวํ สพฺพตฺถ. ‘‘นตฺถิ สุคติภเว สีตํ วา อุณฺหํ วา’’ติ ภวํ ปตฺเถนฺตสฺส ภวาสโว, มยฺหํ สีตํ อุณฺหนฺติ คาโห ทิฏฺฐาสโว, สพฺเพเหว สมฺปยุตฺโต อวิชฺชาสโวติ. อิเม วุจฺจนฺตีติ อิเม สีตาทีสุ เอกเมกสฺส วเสน จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา อเนเก อาสวา อิมาย ขนฺติสํวรสงฺขาตาย อธิวาสนาย ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺตีติ อตฺโถ.
ปฏิสงฺขา โยนิโส จณฺฑํ หตฺถึ ปริวชฺเชตีติ อหํ สมโณติ น จณฺฑสฺส หตฺถิสฺส อาสนฺเน ฐาตพฺพํ. ตโตนิทานญฺหิ มรณมฺปิ มรณมตฺตมฺปิ ทุกฺขํ ภเวยฺยาติ เอวํ อุปาเยน ปเถน ปจฺจเวกฺขิตฺวา จณฺฑํ หตฺถึ ปริวชฺเชติ ปฏิกฺกมติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. จณฺฑนฺติ ทุฏฺฐํ วาฬํ. ขาณุนฺติ ขทิรขาณุกาทึ. กณฺฏกฏฺฐานนฺติ ยตฺถ กณฺฏกา วิชฺฌนฺติ, ตํ โอกาสํ. โสพฺภนฺติ สพฺพโต ฉินฺนตฏํ. ปปาตนฺติ เอกโต ฉินฺนตฏํ. จนฺทนิกนฺติ อุจฺฉิฏฺโฐทกคพฺภมลาทีนํ ฉฑฺฑนฏฺฐานํ. โอฬิคลฺลนฺติ เตสํเยว กทฺทมาทีนํ สนฺทโนกาสํ. ตํ ชณฺณุมตฺตมฺปิ อสุจิภริตํ โหติ. เทฺวปิ เจตานิ ฐานานิ อมนุสฺสุสฺสทฏฺฐานานิ โหนฺติ, ตสฺมา วชฺเชตพฺพานิ. อนาสเนติ เอตฺถ อยุตฺตํ อาสนํ อนาสนํ, ตํ อตฺถโต อนิยตวตฺถุภูตํ รโหปฏิจฺฉนฺนาสนนฺติ เวทิตพฺพํ. อโคจเรติ เอตฺถปิ อยุตฺโต โคจโร อโคจโร. โส เวสิยาทิเภทโต ปญฺจวิโธ. ปาปเก มิตฺเตติ ลามเก ทุสฺสีเล มิตฺตปติรูปเก อมิตฺเต. ปาปเกสูติ ลามเกสุ. โอกปฺเปยฺยุนฺติ สทฺทเหยฺยุํ อธิมุจฺเจยฺยุํ ‘‘อทฺธา อยมายสฺมา อกาสิ วา กริสฺสติ วา’’ติ. ยํ หิสฺสาติ หตฺถิอาทีสุ ยํกิญฺจิ เอกมฺปิ อสฺส. อาสวุปฺปตฺติ ปเนตฺถ เอวํ เวทิตพฺพา – หตฺถิอาทินิทาเนน ทุกฺเขน ผุฏฺฐสฺส สุขํ ปตฺถยโต กามาสโว อุปฺปชฺชติ, ‘‘นตฺถิ สุคติภเว อีทิสํ ทุกฺข’’นฺติ ภวํ ปตฺเถนฺตสฺส ภวาสโว, มํ หตฺถี มทฺทติ มํ อสฺโสติ คาโห ทิฏฺฐาสโว, สพฺเพเหว สมฺปยุตฺโต อวิชฺชาสโวติ. อิเม วุจฺจนฺตีติ อิเม หตฺถิอาทีสุ เอเกกสฺส วเสน จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา อเนเก อาสวา อิมินา สีลสํวรสงฺขาเตน ปริวชฺชเนน ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺติ.
ปฏิสงฺขา โยนิโส อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตีติ ‘‘อิติปายํ วิตกฺโก อกุสโล, อิติปิ สาวชฺโช, อิติปิ ทุกฺขวิปาโก, โส จ โข อตฺตพฺยาพาธาย สํวตฺตตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๐๗-๒๐๘) นเยน โยนิโส กามวิตกฺเก อาทีนวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ, จิตฺตํ อาโรเปตฺวา น วาเสติ, อพฺภนฺตเร วา น วาเสตีติ อตฺโถ. อนธิวาเสนฺโต กึ กโรตีติ? ปชหติ. กึ กจวรํ วิย ปิฏเกนาติ? น หิ, อปิ จ โข นํ วิโนเทติ ตุทติ วิชฺฌติ นีหรติ. กึ พลิพทฺทํ วิย ปโตเทนาติ? น หิ, อถ โข นํ พฺยนฺตีกโรติ วิคตนฺตํ กโรติ, ยถาสฺส อนฺโตปิ นาวสิสฺสติ อนฺตมโส ภงฺคมตฺตมฺปิ, ตถา นํ กโรติ. กถํ ปน นํ ตถา กโรตีติ? อนภาวํ คเมติ อนุ อนุ อภาวํ คเมติ, วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน ยถา สุวิกฺขมฺภิโต โหติ, ตถา กโรติ. เสสวิตกฺกทฺวเยปิ เอเสว นโย. อุปฺปนฺนุปฺปนฺเนติ อุปฺปนฺเน อุปฺปนฺเน, อุปฺปนฺนมตฺเตเยวาติ วุตฺตํ โหติ. สกึ วา อุปฺปนฺเน วิโนเทตฺวา ทุติเย วาเร อชฺฌุเปกฺขิตา น โหติ, สตกฺขตฺตุมฺปิ อุปฺปนฺเน อุปฺปนฺเน วิโนเทติเยว. ปาปเก อกุสเล ธมฺเมติ เตเยว กามวิตกฺกาทโย, สพฺเพปิ วา นว มหาวิตกฺเก. ตตฺถ ตโย วุตฺตา, อวเสสา ‘‘ญาติวิตกฺโก, ชนปทวิตกฺโก, อมราวิตกฺโก, ปรานุทฺทยตาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, ลาภสกฺการสิโลกปฺปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, อนวญฺญตฺติปฺปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก’’ติ (มหานิ. ๒๐๗) อิเม ฉ. ยํ หิสฺสาติ เอเตสุ วิตกฺเกสุ ยํกิญฺจิ อสฺส. กามวิตกฺโก ปเนตฺถ กามาสโว เอว, ตพฺพิเสโส ภวาสโว, ตํสมฺปยุตฺโต ทิฏฺฐาสโว, สพฺพวิตกฺเกสุ อวิชฺชา อวิชฺชาสโวติ เอวํ อาสวุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา. อิเม วุจฺจนฺตีติ อิเม กามวิตกฺกาทิวเสน วุตฺตปฺปการา อาสวา อิมินา ตสฺมึ ตสฺมึ วิตกฺเก อาทีนวปจฺจเวกฺขณสหิเตน วีริยสํวรสงฺขาเตน วิโนทเนน ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺติ.
ปฏิสงฺขา โยนิโส สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวตีติ อภาวนาย อาทีนวํ ภาวนาย จ อานิสํสํ อุปาเยน ปเถน ปจฺจเวกฺขิตฺวา สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ. เอเสว นโย สพฺพตฺถ. โพชฺฌงฺคานํ ภาวนา เหฏฺฐา วิตฺถาริตาว. ยํ หิสฺสาติ เอเตสุ โพชฺฌงฺเคสุ ยํกิญฺจิ อสฺส. อาสวุปฺปตฺติยํ ปเนตฺถ อิเมสํ อริยมคฺคสมฺปยุตฺตานํ โพชฺฌงฺคานํ อภาวิตตฺตา เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ กามาสวาทโย อาสวา, ภาวยโต เอวํส เต น โหนฺตีติ อยํ นโย เวทิตพฺโพ. อิเม วุจฺจนฺตีติ อิเม กามาสวาทโย อาสวา อิมาย โลกุตฺตราย โพชฺฌงฺคภาวนาย ปหาตพฺพาติ วุจฺจนฺติ. อิเมหิ ฉหากาเรหิ ปหีนาสวํ ภิกฺขุํ โถเมนฺโต ยโต โข, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ยโตติ สามิวจเน โต-กาโร, ยสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. โปราณา ปน ยมฺหิ กาเลติ วณฺณยนฺติ. เย อาสวา สํวรา ปหาตพฺพา, เต สํวรา ปหีนา โหนฺตีติ เย อาสวา สํวเรน ปหาตพฺพา, เต สํวเรเนว ปหีนา โหนฺติ, น อปฺปหีเนสุเยว ปหีนสญฺญี โหตีติ.