(๑๘) ๓. อุปาสกวคฺโค

๑-๓. สารชฺชสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๗๑-๑๗๓. ตติยสฺส ปฐมทุติยตติเยสุ อคาริยปฺปฏิปตฺติ กถิตา. โสตาปนฺนสกทาคามิโนปิ โหนฺตุ, วฏฺฏนฺติเยว.

๔. เวรสุตฺตวณฺณนา

๑๗๔. จตุตฺเถ ภยานีติ จิตฺตุตฺราสภยานิ. เวรานีติ อกุสลเวรานิปิ ปุคฺคลเวรานิปิ. เจตสิกนฺติ จิตฺตนิสฺสิตํ. ทุกฺขนฺติ กายปสาทวตฺถุกํ ทุกฺขํ. โทมนสฺสนฺติ โทมนสฺสเวทนํ. อิมสฺมึ สุตฺเต วิรติปหานํ กถิตํ.

๕. จณฺฑาลสุตฺตวณฺณนา

๑๗๕. ปญฺจเม อุปาสกปติกุฏฺโฐติ อุปาสกปจฺฉิมโก. โกตูหลมงฺคลิโกติ ‘‘อิมินา อิทํ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ ปวตฺตตฺตา โกตูหลสงฺขาเตน ทิฏฺฐสุตมุตมงฺคเลน สมนฺนาคโต. มงฺคลํ ปจฺเจติ โน กมฺมนฺติ มงฺคลํ โอโลเกติ, กมฺมํ น โอโลเกติ. อิโต จ พหิทฺธาติ อิมมฺหา สาสนา พหิทฺธา. ปุพฺพการํ กโรตีติ ทานาทิกํ กุสลกิจฺจํ ปฐมตรํ กโรติ.

๖. ปีติสุตฺตวณฺณนา

๑๗๖. ฉฏฺเฐ กินฺติ มยนฺติ เกน นาม อุปาเยน มยํ. ปวิเวกํ ปีตินฺติ ปฐมทุติยชฺฌานานิ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกปีตึ. กามูปสํหิตนฺติ กามนิสฺสิตํ ทุวิเธ กาเม อารพฺภ อุปฺปชฺชนกํ. อกุสลูปสํหิตนฺติ ‘‘มิคสูกราทโย วิชฺฌิสฺสามี’’ติ สรํ ขิปิตฺวา ตสฺมึ วิรทฺเธ ‘‘วิรทฺธํ มยา’’ติ เอวํ อกุสเล นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกํ. ตาทิเสสุ ปน ฐาเนสุ อวิรชฺฌนฺตสฺส ‘‘สุฏฺฐุ เม วิทฺธํ, สุฏฺฐุ เม ปหฏ’’นฺติ อุปฺปชฺชนกํ อกุสลูปสํหิตํ สุขํ โสมนสฺสํ นาม. ทานาทิอุปกรณานํ อสมฺปตฺติยา อุปฺปชฺชมานํ ปน กุสลูปสํหิตํ ทุกฺขํ โทมนสฺสนฺติ เวทิตพฺพํ.

๗. วณิชฺชาสุตฺตวณฺณนา

๑๗๗. สตฺตเม วณิชฺชาติ วาณิชกมฺมานิ. อุปาสเกนาติ ติสรณคเตน. สตฺถวณิชฺชาติ อาวุธภณฺฑํ กาเรตฺวา ตสฺส วิกฺกโย. สตฺตวณิชฺชาติ มนุสฺสวิกฺกโย. มํสวณิชฺชาติ สูกรมิคาทโย โปเสตฺวา เตสํ วิกฺกโย. มชฺชวณิชฺชาติ ยํกิญฺจิ มชฺชํ กาเรตฺวา ตสฺส วิกฺกโย. วิสวณิชฺชาติ วิสํ กาเรตฺวา ตสฺส วิกฺกโย. อิติ สพฺพมฺปิ อิมํ วณิชฺชํ เนว อตฺตนา กาตุํ, น ปเร สมาทเปตฺวา กาเรตุํ วฏฺฏติ.

๘. ราชสุตฺตวณฺณนา

๑๗๘. อฏฺฐเม ปพฺพาเชนฺตีติ รฏฺฐมฺหา ปพฺพาเชนฺติ. ยถาปจฺจยํ วา กโรนฺตีติ ยถาธิปฺปายํ ยถาชฺฌาสยํ กโรนฺติ. ตเถว ปาปกมฺมํ ปเวเทนฺตีติ ยถา เตน กตํ, ตํ ตเถว อญฺเญสํ อาโรเจนฺติ กเถนฺติ.

๙. คิหิสุตฺตวณฺณนา

๑๗๙. นวเม สํวุตกมฺมนฺตนฺติ ปิหิตกมฺมนฺตํ. อาภิเจตสิกานนฺติ อุตฺตมจิตฺตนิสฺสิตานํ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานนฺติ ปจฺจกฺเขเยว ธมฺเม ปวตฺติกฺขเณ สุขวิหารานํ. อริยกนฺเตหีติ อริยานํ กนฺเตหิ มคฺคผลสีเลหิ.

อริยธมฺมํ สมาทายาติ เอตฺถ อริยธมฺโมติ ปญฺจ สีลานิ กถิตานิ. เมรยํ วารุณินฺติ จตุพฺพิธํ เมรยํ ปญฺจวิธญฺจ สุรํ. ธมฺมญฺจานุวิตกฺกเยติ นววิธํ โลกุตฺตรธมฺมํ อนุสฺสติวเสเนว วิตกฺเกยฺย. อพฺยาปชฺฌํ หิตํ จิตฺตนฺติ นิทฺทุกฺขํ เมตฺตาทิพฺรหฺมวิหารจิตฺตํ. เทวโลกาย ภาวเยติ พฺรหฺมโลกตฺถาย ภาเวยฺย. ปุญฺญตฺถสฺส ชิคีสโตติ ปุญฺเญน อตฺถิกสฺส ปุญฺญํ คเวสนฺตสฺส. สนฺเตสูติ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธตถาคตสาวเกสุ. วิปุลา โหติ ทกฺขิณาติ เอวํ ทินฺนทานํ มหปฺผลํ โหติ. อนุปุพฺเพนาติ สีลปูรณาทินา อนุกฺกเมน. เสสํ ติกนิปาเต วุตฺตตฺถเมว.

๑๐. คเวสีสุตฺตวณฺณนา

๑๘๐. ทสเม สิตํ ปาตฺวากาสีติ มหามคฺเคเนว คจฺฉนฺโต ตํ สาลวนํ โอโลเกตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข อิมสฺมึ ฐาเน กิญฺจิ สุการณํ อุปฺปนฺนปุพฺพ’’นฺติ อทฺทส กสฺสปพุทฺธกาเล คเวสินา อุปาสเกน กตํ สุการณํ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิทํ สุการณํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อปากฏํ ปฏิจฺฉนฺนํ, หนฺท นํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปากฏํ กโรมี’’ติ มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ ปเทเส ฐิโตว สิตปาตุกมฺมํ อกาสิ, อคฺคคฺคทนฺเต ทสฺเสตฺวา มนฺทหสิตํ หสิ. ยถา หิ โลกิยมนุสฺสา อุทรํ ปหรนฺตา ‘‘กหํ กห’’นฺติ หสนฺติ, น เอวํ พุทฺธา. พุทฺธานํ ปน หสิตํ หฏฺฐปหฏฺฐาการมตฺตเมว โหติ.

หสิตญฺจ นาเมตํ เตรสหิ โสมนสฺสสหคตจิตฺเตหิ โหติ. ตตฺถ โลกิยมหาชโน อกุสลโต จตูหิ, กามาวจรกุสลโต จตูหีติ อฏฺฐหิ จิตฺเตหิ หสติ, เสขา อกุสลโต ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตานิ เทฺว อปเนตฺวา ฉหิ จิตฺเตหิ หสนฺติ, ขีณาสวา จตูหิ สเหตุกกิริยจิตฺเตหิ, เอเกน อเหตุกกิริยจิตฺเตนาติ ปญฺจหิ จิตฺเตหิ หสนฺติ. เตสุปิ พลวารมฺมเณ อาปาถมาคเต ทฺวีหิ ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตหิ หสนฺติ, ทุพฺพลารมฺมเณ ทุเหตุกจิตฺตทฺวเยน จ อเหตุกจิตฺเตน จาติ ตีหิ จิตฺเตหิ หสนฺติ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุโสมนสฺสสหคตจิตฺตํ ภควโต ปหฏฺฐาการมตฺตหสิตํ อุปฺปาเทติ.

ตํ ปเนตํ หสิตํ เอวํ อปฺปมตฺตกมฺปิ เถรสฺส ปากฏํ อโหสิ. กถํ? ตถารูเป หิ กาเล ตถาคตสฺส จตูหิ ทาฐาหิ จาตุทฺทีปิกมหาเมฆมุขโต สโมสริตา วิชฺชุลตา วิย วิโรจมานา มหาตาลกฺขนฺธปฺปมาณา รสฺมิวฏฺฏิโย อุฏฺฐหิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สิรวรํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ทาฐคฺเคสุเยว อนฺตรธายนฺติ. เตน สญฺญาเณน อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ปจฺฉโต คจฺฉมาโนปิ สิตปาตุภาวํ ชานาติ.

อิทฺธนฺติ สมิทฺธํ. ผีตนฺติ อติสมิทฺธํ สพฺพปาลิผุลฺลํ วิย. อากิณฺณมนุสฺสนฺติ ชนสมากุลํ. สีเลสุ อปริปูรการีติ ปญฺจสุ สีเลสุ อสมตฺตการี. ปฏิเทสิตานีติ อุปาสกภาวํ ปฏิเทสิตานิ. สมาทปิตานีติ สรเณสุ ปติฏฺฐาปิตานีติ อตฺโถ. อิจฺเจตํ สมสมนฺติ อิติ เอตํ การณํ สพฺพาการโต สมภาเวเนว สมํ, น เอกเทเสน. นตฺถิ กิญฺจิ อติเรกนฺติ มยฺหํ อิเมหิ กิญฺจิ อติเรกํ นตฺถิ. หนฺทาติ ววสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. อติเรกายาติ วิเสสการณตฺถาย ปฏิปชฺชามีติ อตฺโถ. สีเลสุ ปริปูรการึ ธาเรถาติ ปญฺจสุ สีเลสุ สมตฺตการีติ ชานาถ. เอตฺตาวตา เตน ปญฺจ สีลานิ สมาทินฺนานิ นาม โหนฺติ. กิมงฺค ปน น มยนฺติ มยํ ปน เกเนว การเณน ปริปูรการิโน น ภวิสฺสาม. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

อุปาสกวคฺโค ตติโย.