๑. อวชานาติสุตฺตวณฺณนา
๑๔๑. ปญฺจมสฺส ปฐเม สํวาเสนาติ เอกโตวาเสน. อาเทยฺยมุโขติ อาทิยนมุโข, คหณมุโขติ อตฺโถ. ตเมนํ ทตฺวา อวชานาตีติ ‘‘อยํ ทินฺนํ ปฏิคฺคเหตุเมว ชานาตี’’ติ เอวํ อวมญฺญติ. ตเมนํ สํวาเสน อวชานาตีติ อปฺปมตฺตเก กิสฺมิญฺจิเทว กุชฺฌิตฺวา ‘‘ชานามหํ ตยา กตกมฺมํ, เอตฺตกํ อทฺธานํ อหํ กึ กโรนฺโต วสึ, นนุ ตุยฺหเมว กตากตํ วีมํสนฺโต’’ติอาทีนิ วตฺตา โหติ. อถ อิตโร ‘‘อทฺธา โกจิ มยฺหํ โทโส ภวิสฺสตี’’ติ กิญฺจิ ปฏิปฺผริตุํ น สกฺโกติ. ตํ ขิปฺปญฺเญว อธิมุจฺจิตา โหตีติ ตํ วณฺณํ วา อวณฺณํ วา สีฆเมว สทฺทหติ. สทฺทหนฏฺเฐน หิ อาทาเนน เอส อาทิยนมุโขติ วุตฺโต. อาเธยฺยมุโขติ ปาฬิยา ปน ฐปิตมุโขติ อตฺโถ. มคฺเค ขฏอาวาโฏ วิย อาคตาคตํ อุทกํ วณฺณํ วา อวณฺณํ วา สทฺทหนวเสน สมฺปฏิจฺฉิตุํ ฐปิตมุโขติ วุตฺตํ โหติ.
อิตฺตรสทฺโธติ ปริตฺตกสทฺโธ. กุสลากุสเล ธมฺเม น ชานาตีติอาทีสุ กุสเล ธมฺเม ‘‘อิเม กุสลา’’ติ น ชานาติ, อกุสเล ธมฺเม ‘‘อิเม อกุสลา’’ติ น ชานาติ. ตถา สาวชฺเช สโทสธมฺเม ‘‘อิเม สาวชฺชา’’ติ, อนวชฺเช จ นิทฺโทสธมฺเม ‘‘อิเม อนวชฺชา’’ติ, หีเน หีนาติ, ปณีเต ปณีตาติ. กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเคติ ‘‘อิเม กณฺหา สุกฺเก ปฏิพาเหตฺวา ฐิตตฺตา สปฺปฏิภาคา นาม, อิเม จ สุกฺกา กเณฺห ปฏิพาหิตฺวา ฐิตตฺตา สปฺปฏิภาคา’’ติ น ชานาติ.